Whose Fault ผิดที่ใครH.Rui
โพสต์นี้มีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน ผิดครั้งที่ 6
  •  

    ฟู่...


    ชะเอมเป่าลมโล่งอก


    อ้าว ชะเอม


    เอ่อ สวัสดีครับ อาหมอ ชะเอมค้อมหัวแทบไม่ทัน...เมื่อกี้เผลอทำท่าแปลกๆไปแล้วสิ


    ทำอะไรลับๆ ล่อๆ ตรงหน้าประตู มานั่งนี่สิมาน้ำเสียงและแววตาอ่อนโยนคล้ายกับเกษมศักดิ์มากทำให้ชะเอมรับคำอย่างว่าง่าย รู้สึกวางใจเหมือนไม่เคยมีเรื่องอึดอัดมาก่อนหน้านี้


    ...ครับ


    แล้วนี่ไปทำอะไรมา หื้มตอนพยาบาลมาแจ้งว่ามีคนขอพบอาก็สงสัยอยู่ว่าใคร...ครั้งก่อนที่มาหาอายังไม่ถึงอาทิตย์เลยนี่มาอีกแล้วเหรอ กฤษณะแซวอย่างหยอกล้อ


    พอดีว่า...เมื่อเช้าเอมล้มนิดหน่อยครับแล้ววันนี้ดันนัดกินข้าวกับคุณลุง กะจะปิดแต่คุณลุงรู้ซะก่อนเลยไล่ให้มาหาอาหมออ่ะครับ นี่ถ้าไม่มาหาเดี๋ยวคุณลุงก็โทรมาเช็คอีกเด็กน้อยหย่อนตัวลงนั่งเล่าหมดเปลือก แถมยังเกาหลังคอหัวเราะแหะๆ ปิดท้าย


    "พักผ่อนไม่พอ บวกกับมีเรื่องเครียดแถมมาครั้งนี้ยังเอาแผลมาให้ดูอีก ยังไงกันเนี่ยนี่ถ้าเอมเป็นเด็กอาตีตูดแดงไปแล้วนะ"


    "ขอโทษครับอาหมอ พอดีเอมซุ่มซ่ามไปหน่อยก็เลย...ร่างบางรู้ว่าแก้ตัวยังไงก็ไม่ขึ้น จริงๆ มันก็ไม่ใช่แผลหรอกครับ ก็แค่รอยช้ำเอง"


    เพราะรู้ว่าโกหกเรื่องอาการอย่างไรก็โกหกไม่ได้เพราะเดี๋ยวยังไงสุดท้ายคุณหมอคนเก่งคนนี้ก็ต้องรู้ความจริงอยู่ดี


    กฤษณะรู้จักกับชะเอมมานานแล้วนานเกือบจะเท่ากับอายุของร่างบางเพราะเคยเป็นคนไข้คนสำคัญแถมยังเป็นลูกบุญธรรมของรุ่นพี่ที่สนิทกันอย่างคุณเกษมศักดิ์ที่ตอนนี้กลายเป็นนักธุรกิจชื่อดังระดับร้อยล้านอีกด้วย สมัยก่อนเกษมศักดิ์ยังถูกเรียกว่าหนุ่มหล่อรวยเพอร์เฟคต์เก่งไปซะทุกด้าน...เหมือนกับลูกชายของเขา...เหมือนคินตอนนี้ไม่มีผิด


    มางั้นเปิดไอ้แค่รอยช้ำของเอมให้อาดูหน่อยซิกฤษณะบอกแซวๆซึ่งเอมก็ถกแขนเสื้อขึ้น แต่พอพับไปถึงศอกก็ร้องขึ้นมาเบาๆเพราะเนื่องจากรอยช้ำมันน่าจะอักเสบมากจนไม่สามารถไปโดนมันได้แม้จะแค่เบาๆ ก็ตามแถมตอนนี้ก็ยังรู้สึกถึงเส้นเลือดบริเวณขมับเต้นตุบๆ เล็กน้อย เจ็บคอลมหายใจร้อนผ่าวมือบางพยายามปราณีตพับแขนเสื้อให้เบาที่สุดแต่ยังไงก็แตะโดนบริเวณที่เจ็บอยู่ดีเอมจึงต้องเอาแขนเสื้อลงก่อนปลดกระดุม ขอโทษนะครับ


    กฤษณะนั่งมองขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร ก่อนเบิกตากว้างเมื่อร่างบางถอดเสื้อเชิ้ตแล้วหันหลังให้ เห็นรอยช้ำน่ากลัวยาวตั้งแต่เหนือข้อศอกเลยขึ้นไปกินบริเวณต้นแขนเกือบทั้งหมดยิ่งผิวขาวๆ ของชะเอมยิ่งขับให้สีแดงม่วงก่ำเด่นชัดขึ้นจนคนมองเหยหน้าเจ็บแทน


    "ให้ตายสิ นี่มันไม่ใช่แค่รอยช้ำแล้วเอมเอ๊ยไปล้มอีท่าไหนถึงได้รอยฝากขนาดนี้กฤษณะจับไหล่บางเข้ามาดูใกล้ๆ พยายามไม่แตะเข้าใกล้รอยน่ากลัวมากเพราะเขาสังเกตเห็นอาการที่แสดงออกตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนี่แค่แตะไหล่ยังสะดุ้ง...อาจเพราะหวาดกลัวอาการเจ็บปวดที่จะได้รับ


    นับว่าเกษมศักดิ์คิดถูกแล้วที่ไล่ให้เจ้าตัวเล็กนี่มาหาหมอไม่งั้นเจ้าตัวคงจะไม่มาหาเองแน่ถ้าไม่อาการหนักจนทนไม่ไหว


    แล้วคินล่ะอายังไม่เห็นเลย ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ นี่ดูแลกันยังไง มันน่าจับตีก้นทั้งคู่เลย"กฤษณะบ่นยาวตามประสาคนวัยทองโดนขัดใจไม่ว่าเมื่อไหร่ในสายตาของเขาก็ยังมองเห็นทั้งคู่เป็นเด็กน้อยเสมอ


    "น่าจะอยู่ข้างนอกครับ พอดีเค้าพาเพื่อนมาด้วยเอมเลยให้นั่งรอข้างนอก"เอมบอกเสียงหงอยเซื่องซึม


    ป่านนี้ไม่รู้จะกลับไปรึยัง...อาจจะไปหาอะไรกินเดินเล่นสนุกสนานกับเรย์แล้วก็ได้


    "ไม่ให้เข้ามาจะดีเหรอ นี่เอมมีไข้อ่อนๆ ด้วย น่าจะเพราะรอยช้ำที่กระแทกอย่างแรงไม่คืนนี้หรือพรุ่งนี้อาจจะมีไข้หนักได้ ควรมีใครมาฟังอาการเพื่อกลับไปจะได้ดูแลอย่างถูกต้องนะ"กฤษณะบอกอย่างเป็นห่วง ไม่ใช่แค่ในฐานะหมอคนหนึ่ง แต่เพราะเขาเคยดูแลชะเอมตั้งแต่ที่เกษมรับมาเลี้ยงใหม่ๆดังนั้นเด็กคนนี้ก็เปรียบเสมือนหลานแท้ๆ ของเขา


    ไม่ต้องหรอกครับพอดีช่วงนี้คินทำงานกลุ่มค้างหอเพื่อน เอมไม่อยากรบกวน


    อ้าวเหรองานกลุ่มมันยุ่งขนาดนั้นเชียว...หรือจะให้อาคุยกับคินให้ดีอาการเอมน่าเป็นห่วงกว่านะ เป็นหนักแล้วไม่มีใครดูแลมันจะลำบากกฤษณะคิดก่อนเสนอแน่นอนว่าชะเอมที่ฟังก็ส่ายหน้าหวือทันที


    ไม่ต้องหรอกครับเอมไม่เป็นไร เดี๋ยวกินยาที่อาหมอให้ก็น่าจะหายแล้วล่ะครับ ยาอาหมอดีที่สุด ชะเอมยกนิ้วโป้งปากชมเปาะ แต่ตาไม่ยอมสบ ทำให้กฤษณะรู้ทันที


                เด็กคนนี้จะขี้เกรงใจถึงไปไหนนะ


    โอเค...ถ้าเอมไม่เรียก งั้นอาไปเรียกเองอยู่หน้าห้องใช่มั้ยนายแพทย์ยกมือเท้าโต๊ะทำท่าจะยันตัวขึ้นยืนทันใดนั้นร่างบางก็รีบยกมือห้ามอย่างที่คิด


    "โอเคครับ ถ้างั้นเดี๋ยวเอมค่อยไปบอกคินต่อก็ได้"ชะเอมรู้ว่าดื้อไปก็เท่านั้น ขี้เกียจปฏิเสธ สู้รับปากไปก่อนแต่จะทำตามที่บอกไหมนั่นอีกเรื่อง


    แล้วเขาก็ไม่อยากให้คินมาดูแลเพราะสงสาร...เขาอยากให้คินมาดูแลเพราะอยากดูแลกันจริงๆ


    นายแพทย์กฤษณะฟังแล้วถอนหายใจ


    "แล้วยาที่อาให้ไว้เมื่อเดือนก่อนกินตามที่บอกทุกวันรึเปล่า"


    "ครับ อาหมอ แล้ว...อาหมอไม่ได้บอกคุณลุงใช่มั้ยครับ?"


    "อืม ก็ยังไม่ได้บอกนะ...แต่เอมต้องกินยาตามที่บอกและมาตรวจทุกเดือนตามนัดของอาถ้าเห็นว่าอาการคงที่ ไม่มีอะไรผิดปกติ อาก็จะไม่บอก สัญญาได้รึเปล่า?"กฤษณะต่อรอง ใจจริงเขาไม่อยากปิดบังแต่เขาก็เป็นอีกคนที่แพ้ลูกอ้อนของชะเอมตอนนี้ยังพออนุโลมได้เพราะอาการยังไม่หนักมากอาการที่เคยหายขาดไปนานหลายปีกลับมากำเริบอีกครั้งเมื่อประมาณเดือนก่อนชะเอมโทรมาหาบอกว่ามีอาการเจ็บช่วงอกเขาจึงนัดมาตรวจก็พบว่าร่างบางมีอาการเครียดหนักและอยู่ในสภาวะอารมณ์กดดันทำให้ร่างกายรับภาระหนักและอาการแย่ลงกฤษณะจึงต้องจัดยาที่เคยร้างรามานานให้กินตามเวลาอย่างเคร่งครัดอีกครั้งโรคนี้ใช่ว่าจะหายขาดไม่ได้ แต่ต้องดูแลอาหารการกินอย่างดีและการพักผ่อนต้องเพียงพอ แน่นอนว่าเรื่องอารมณ์ก็เช่นกัน สภาพแวดล้อมจึงสำคัญมาก


    "ครับ"


    แต่อาบอกตามตรงนะว่าอาก็ยังไม่เห็นด้วยที่เอมปิดบังเรื่องนี้กับพี่เกษมกฤษณะพูดขึ้น จริงๆ เคยบอกเรื่องนี้ไปแล้วแต่เจ้าตัวซึ่งขี้เกรงใจไม่มีใครเกินทำให้ปฏิเสธที่จะฟัง เอมเคยคิดบ้างมั้ยว่าเขาจะรู้สึกยังไงถ้ามารู้ทีหลังหืม


    ร่างบางชะงักเมื่อเสียงทุ้มของกฤษณะสะกดจิตเขาให้กลับมานั่งคิด...ไม่เคยคิดเลยเคยคิดแต่ว่าไม่อยากทำให้คุณลุงเป็นห่วงหรือกังวลถ้าหากว่าเขาเป็นอะไรขึ้นมาก็ยังมีคินที่เป็นสายเลือดแท้ๆ ของตนเหลืออยู่


    อาอยากให้เรารู้เอาไว้ไม่ว่าเอมจะคิดอะไรก็ตาม พี่เกษมเขาก็รักเอมเหมือนลูกแท้ๆ คนหนึ่งนะแพทย์กฤษณะพูดราวกับอ่านใจตนออก เพราะฉะนั้นถ้าเขารู้เขาจะต้องเสียใจมากแน่ๆ


    และอีกอย่างถ้าหากเกษมศักดิ์มารู้จากปากกฤษณะทีหลังว่าชะเอมลูกสุดที่รักของตัวเองป่วยเขาต้องคอขาดไม่ได้ผุดได้เกิดแน่...แค่นึกถึงดีกรีอดีตเฮดว้ากรุ่นแรกอย่างรุ่นพี่เกษมก็ทำให้เขาเสียวสันหลังขึ้นมาได้อีกครั้ง


    เอมอยากเห็นคุณลุงร้องไห้เหรอ


    ไม่...ไม่ครับ อาหมอจู่ๆ น้ำตาก็รื้นขึ้นมาไร้สาเหตุมือยกขึ้นขยี้ตาทันที


    ถ้างั้นเก็บเรื่องที่อาพูดวันนี้ไปคิดให้ดีนะ แพทย์วัยสี่สิบกว่าเห็นเจ้าตัวเล็กพยักหน้าน้ำตาซึมก็ยิ้มพอใจยังไงซะคนที่เด็กคนนี้ก็ยังอ่อนโยนไม่เปลี่ยน ต้องนึกถึงเกษมศักดิ์เป็นอันดับแรกอยู่แล้ว"เอาล่ะ งั้นสำหรับวันนี้อาให้ยาแก้ปวดระงับแผลอักเสบ ยาแก้ไขแล้วก็ยานวดไว้นะ กินตามที่หน้าซองเขียนไว้ ส่วนยาทาก็ใช้จนกว่ารอยช้ำจะทุเลาลงนะเอม"


    "ครับ"


    แล้วก็ช่วงนี้อย่าพยายามขยับแขนมากอารู้ว่าทำได้ยากเพราะเป็นแขนข้างที่เราถนัด...ใส่เสื้อที่ถอดง่ายใส่ง่าย ไม่ต้องลำบากยกแขนขึ้นกฤษณะพูดในขณะตวัดเขียนสติกเกอร์หน้าซองใส่ยาด้วยลายมือที่อ่านไม่ออก "อาทิตย์หน้ามีนัดตรวจกับอา ห้ามเลื่อน ห้ามลืม และมาให้ตรงเวลา เข้าใจนะ"


    "ครับ ขอบคุณมากครับอาหมอ" ชะเอมยิ้มอ่อนยกมือไหว้ก่อนลุกขึ้น


    "ป่ะ เดี๋ยวอาไปส่ง" กฤษณะเดินไปเลื่อนประตูเปิด


    ครืด...


    "สวัสดีคิน" กฤษณะเอ่ยทักทายคนนั่งรอหน้าห้อง


    ชะเอมรู้สึกแปลกใจที่คินยังอยู่...และแน่นอนว่าถ้าคินยังอยู่เรย์ก็ต้องอยู่


    "หวัดดีครับ อากฤษ" คินลุกขึ้นไหว้ เรย์ที่นั่งข้างๆ ก็ลุกตามไหว้บ้างแล้วส่งยิ้ม


    "สวัสดีครับคุณหมอ" คำทักทายเป็นกันเองเหมือนเคยเจอกันมาก่อนทำให้ชะเอมมองอย่างแปลกใจ


    "อ้าวเรย์ นี่มาด้วยกันเหรอ หรือว่าไปทำอะไรมาอีก ฮึ? แผลคราวที่แล้วดีขึ้นเยอะแล้วนะ เห้อ เด็กสมัยนี้ทำอะไรไม่รู้จักระวังเอาซะเลย"กฤษณะตบไหล่เล็ก ประโยคหลังพึมพำแต่ร่างบางที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ยังได้ยินชะเอมหน้าชา เพราะนึกขึ้นได้ว่าที่คินพาเรย์มาโรงพยาบาลครั้งก่อนคงเป็นที่นี่และคนที่ทำแผลให้คงเป็นอากฤษนี่แหละ ไม่งั้นคงไม่ทักทายเหมือนคนรู้จักกันแบบนี้


    "ครับ เพราะคุณหมอทำแผลให้ กับคินที่ช่วยดูแลให้ทุกวันก็เลยหายเร็วแบบนี้ล่ะครับ"เรย์เบ่งกล้ามทำท่าเหมือนคนแข็งแรง น่าเอ็นดูจนเรียกเสียงหัวเราะก้องโถงทางเดิน


    แน่ล่ะว่าชะเอมยืนนิ่งไม่มีอารมณ์ร่วมหัวเราะไปด้วยแน่ๆ


    อ้าวคิน อย่ามัวแต่ดูแลเรย์จนลืมชะเอมนะวันนี้อาการไม่ค่อยดีด้วย อาว่า...


    "ถ้างั้นเดี๋ยวผมจะไปห้องน้ำแล้วขอตัวกลับเลยครับ สวัสดีครับอาหมอ"ชะเอมแทรกขึ้นตัดบทบอกลาผู้อาวุโสที่สุดก่อนเดินเลี่ยงไปอีกทางทันทีไม่สนใจคนที่เหลือเขาไม่หวังให้คินไปส่งที่คอนโดอยู่แล้ว ถึงคุณลุงจะบอกให้พามาโรงพยาบาลแต่แน่นอนขากลับเขากลับเองได้เพราะเขารู้ว่าคินมี 'ธุระ'ต้องไปทำต่อ


    แต่...


    ซ่า


    ดูเหมือนฟ้าฝนจะไม่ค่อยเป็นใจ


    ร่างบางถอนหายใจมองหยาดฝนที่หล่นมาจากทั่วท้องฟ้าปกคลุมสถานที่ที่เขายืนอยู่ตรงนี้ด้วย รู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาทันทีลมหายใจร้อนผ่าวมากขึ้นจนจนอยากจะกลับไปพักไวๆ


    ท่ารถแทกซี่อยู่ไกลออกไปแต่ไม่ได้ไกลเกินกว่าจะเดินไปไม่ได้อาจจะตัวเปียกนิดหน่อยคนขับจะให้ขึ้นรถรึเปล่าเท่านั้น...ละอองฝนที่กระเซ็นมาถึงที่ที่ชะเอมยืนอยู่ทำให้รู้สึกหนาวแม้จะใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวก็เถอะขาเรียวต้องก้าวถดตัวกลับมาอีกนิด


    หรือว่าจะรออีกสักพักให้ฝนซาก่อนดี...


    "ไม่เข้าห้องน้ำแล้วเหรอ"


    "..!" คนที่กำลังยืนเหม่อถึงกับสะดุ้ง เมื่ออยู่ๆ ใครก็ไม่รู้ข้างๆ เอ่ยขึ้นมาชะเอมผละออกมาอัตโนมัติห่างประมาณสองสามช่วงไหล่ สายตาเผลอกวาดมองหาใครอีกคน


    "คุณหมอเรียกคินไปคุย ไม่ต้องหาหรอก"


    เรย์บอกชะเอมไม่ตอบอะไรกลับไป ถอยออกมาอีกสองก้าว


    เขาไม่อยากอยู่ใกล้ๆกับเรย์ตามลำพังอีก...ขืนเกิดอะไรขึ้นมาไม่วายความซวยจะต้องมาลงที่เขา


     แต่คนตัวเล็กกว่าเดินตามติดประชิดตัวจนสุดขอบที่ฝนสาดที่ดูเหมือนจะหนักมากขึ้นตากลมใสตวัดมองแบบไม่ชอบใจ แต่ก็ยังไม่เอ่ยปากพูดอะไร


    "ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยเหรอ นี่ตามมาเพราะอยากมาเคลียร์เรื่องเก่าๆ นะเนี่ยบอกมาสิเคืองอะไร ฉันสิต้องเคืองนายไม่ใช่เหรอ ดูดิ แผลที่นายตบฉันน่ะเกือบหายละ" นิ้วจิ้มจึกๆ ที่แก้ม ทั้งท่าทาง สีหน้าน้ำเสียงล้วนแล้วเต็มไปด้วยความยียวน เรียกอารมณ์กรุ่นของชะเอมได้เป็นอย่างดีแต่เขาไม่อยากซ้ำรอยเดิม เขารู้ความร้ายกาจของเรย์แล้ว และจะไม่มีทางตกหลุมกับดักที่ใครอีกคนขุดไว้อีกเด็ดขาดเพราะว่าตกไปแล้วยากที่จะขึ้นมา


    ถึงจะขึ้นมาจากหลุมได้ก็ใช่ว่าสภาพจะเหมือนเดิม


    ถ้าเลี่ยงได้เขาก็จะเลี่ยง


    ร่างบางตัดสินใจเดินฝ่าฝนออกไปหารถขึ้นกลับบ้านเพราะถ้าเลือกยืนอยู่แบบมีความกวนใจ กับเดินเปียกไปเพื่อเลี่ยงคุยกับคนอย่างเรย์ชะเอมเลือกอย่างสองโดยไม่ต้องคิด


    "เห้ย เดี๋ยวดิ!" ไม่น่าเชื่อว่าคนตัวเล็กจะตามมารังควานเขาคว้าแขนไว้แน่นซึ่งโชคดีไม่ใช่ข้างที่เจ็บทำให้ทั้งสองคนยืนยุดยื้ออยู่กลางฝนกระหน่ำบนถนนหน้าโรงพยาบาล


    "อะไรวะ คนคุยด้วยไม่คุยด้วย ไร้มารยาท"


    "ปล่อย!" เสียงตะโกนของชะเอมเบาไปเลยเมื่อโดนเสียงฝนกลบ


    "พ่อแม่ไม่สั่งสอนรึไง อ้อ ลืมไปนายมันไม่มีพ่อแม่นี่หว่า! ห้ะ!"


    "บอกให้ปล่อย!!" คราวนี้เขาโมโหจริงๆ แล้วความอดทนหมดทันทีเมื่อคำพูดฟังไม่เข้าหู ยิ่งขมับที่เต้นตุ้บๆแรงโมโหก็ถูกจุดอย่างไม่ต้องมีใครเติมฟืน ชะเอมสะบัดแขนข้างที่ถูกจับอย่างแรงเพราะทั้งเปียกฝนและแรงเหวี่ยงทำให้มือลื่นหลุดง่ายดายร่างบางหลับหูหลับตาผลักใครอีกคนให้ออกไปให้ห่าง เตรียมวิ่งหนี


    ปริ๊นนน!!!


    โครม! ปั่ก!


    แต่แล้วสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเมื่อจู่ๆ ร่างของเรย์ที่ถูกชะเอมผลักล้มถูกรถมอเตอร์ไซค์จากที่ไหนไม่รู้วิ่งเข้ามาชนจนร่างกระเด็นไปหลายเมตรเพราะแรงกระแทก


    ชะเอมตัวชายืนแข็งทื่อเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว


    ร่างของเรย์...นอนนิ่งอยู่ตรงนั้นเลือดที่ไหลเจิ่งนองรอบตัวเริ่มไหลกระจายวงกว้างปะปนกับน้ำฝน


    เป็นเพราะเรา...ถ้าเราไม่...


    "ไม่...จริง..."


    ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำเสียงโหวกเหวกโวยวายของคนในโรงพยาบาลที่วิ่งออกมาดู ไม่รู้ใครเป็นใครหูของชะเอมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงซ่าของหยาดฝน




    ตึกๆๆๆ


    "ญาติคนไข้รออยู่ด้านนอกนะคะ ห้ามเข้ามานะคะ ต้องรออยู่ด้านนอกค่ะ"พยาบาลบอกกับชะเอมที่แทบจะเข้าไปผ่าตัดด้วย ร่างบางถูกกันออกมาก่อนที่ประตูจะปิดลงทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งเก้าอี้รออยู่หน้าห้องไอซียูหัวใจเต้นระรัวยังตื่นตกใจกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาไม่หาย


    ถึงจะเป็นคนที่ไม่ชอบแต่เขาไม่เคยคิดอยากจะให้คนๆ นี้ตาย เขาไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ


    ชะเอมคู้ตัวแผ่นหลังงองุ้มกุมมือไม้ที่สั่นระริกแน่นราวกับภาวนา


    ขอร้องล่ะ...อย่าเป็นอะไรไปเลย

    ขอให้ปลอดภัยทีเถอะ

    "ชะเอม!"

    เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นทันทีเห็นกฤษณะใส่เสื้อกราวด์กำลังรีบร้อนกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาทางนี้พร้อมกับร่างสูงของคินร่างบางลุกขึ้น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทันทีเหมือนเห็นคนที่สามารถช่วยเรื่องนี้ได้


    "อาหมอ อาหมอครับ"


    "ไม่เป็นไรเอม อามาแล้ว ใจเย็นๆ หน้าซีดมากเลย นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ"


    "อาหมอช่วยด้วย...ช่วยด้วยครับ"บัดนี้ชะเอมเหมือนเด็กน้อยที่ทำอะไรไม่เป็น ไม่รู้จะทำยังไง ขนาดมือสั่นๆ ของตัวเองยังไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน


    "ใจเย็นๆ เอม นั่งรอตรงนี้ เดี๋ยวอามานะ เดี๋ยวอามา"มือใหญ่ลูบหน้ามนที่เปียกชื้นไม่รู้ว่าเป็นฝน เหงื่อ หรือน้ำตากันแน่ซึ่งชะเอมก็ได้แต่พยักหน้าอย่างไร้เรี่ยวแรง


    "ฮึกๆ คะ ครับ" ตาได้แต่มองแผ่นหลังเดินผ่านเข้าประตูไปเมื่อประตูแง้มปิดร่างบางถูกกระชากด้วยมือแข็งแรงคู่เดิมจากคนเดิมที่มองมาอย่างเขม็ง


    มันเกิดอะไรขึ้น คินเขย่าคนที่อยู่ในมือ ถามเสียงดังก้องทางเดิน เมื่อไม่ทันใจเพราะคนตรงหน้าไม่ยอมพูดอะไรเสียทีก็ต้องขึ้นเสียงให้ดังยิ่งกว่าเดิม "เกิดอะไรขึ้น...อธิบายมา!"


    "ขะ ขอโ...ทษ  คิน เอมขอโทษ"


    "คินไม่ต้องการคำขอโทษ ตอบมาว่าเกิดอะไรขึ้น!"


    "เอม...ไม่ได้ตั้งใจ...เอม...ผลักเรย์ ฮึก ละแล้ว ก็มีมอเตอร์ไซค์...มา...ชน"ร่างบางอธิบายไปสะอื้นไปอย่างน่าสงสาร ส่ายหน้าไปมาทั้งสับสนและยังสะเทือนใจ"เอมไม่รู้ เอมไม่ได้ตั้งใจ เอมขอโทษ"


    คินฟังแล้วนิ่งไปหลายนาที นิ่งไปจนน่ากลัวจู่ๆก็เอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบ


    "เรย์ไปทำอะไรให้นาย"


    คำตอบที่ได้รับคือความเงียบ


    "เรย์ไปทำอะไรนายเหรอ ทำไมต้องทำถึงขั้นฆ่าแกงกันด้วย ห้ะ ตอบมาเซ่!"คินตะคอก ร่างบางยิ่งตัวสั่นขวัญเสียหนัก


    "เอมไม่ได้ตั้งใจนะคิน เอมไม่ได้ตั้งใจ"


    ในยามนี้ไม่มีใครที่สามารถปลอบใจเขาได้ต้องเผชิญความเป็นจริงอันโหดร้ายเพียงลำพัง


    "ถ้าเรย์เป็นอะไรไป นายจะทำยังไง"


    "เอมไม่รู้ร่างบางเสียงสั่นปากสั่นสะอื้นไม่มีน้ำตา


    ไม่รู้ได้ยังไง! เขาเจ็บก็เพราะนาย...ถ้าเรย์ตายก็เป็นเพราะนายนั่นแหละ!” คำตอบที่ไร้ความรับผิดชอบยิ่งทำให้โมโหเลือดขึ้นหน้าใส่แต่คำพูดเจ็บแสบคิดหวังว่าจะให้อีกคนสำนึกเพียงเท่านั้น


    อยากให้เจ็บ อยากให้สำนึก


    เอมจะ...รับผิดชอบ"


    "นายจะรับผิดชอบยังไง รับผิดชอบไหวเหรอ" คินแค่นเสียงดูถูก นัยน์ตามีแต่ไฟสุมมองไม่เห็นว่าคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาคือใคร


    รู้แต่ว่ามันเป็นคนที่ทำร้ายเพื่อนของเขา


    "ถะ...ถ้า ค่ารักษา เอม..."


    "หมายถึงเงินของพ่อเหรอ หึ" ร่างบางหน้าชาถ้าเป็นคนอื่นชะเอมจะไม่เจ็บหัวใจเท่านี้เลย แต่นี่เป็นคินน้ำเสียงดูถูกที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน


    แค่คิดว่าที่คินทำแบบนี้ทั้งหมดก็เพื่อเรย์...เจ็บเหมือนถูกฉีกอกควักหัวใจออกมาเหยียบย่ำ


    "เงินแค่นี้ ครอบครัวเรย์เขาก็มีปัญญาจ่าย เงินของพ่อฉันเขาไม่ต้องการหรอก"


    "ละ แล้ว...ฮึก จะให้ทำยังไง" ร่างบางเสียงสั่นเครือทั้งไร้เรี่ยวแรงและหน้ามนก็ซีดเซียวเหมือนจะเป็นลมหนาวสั่นเพราะเสื้อเชิ้ตและกางเกงเปียกชื้นแนบเนื้อเย็นเฉียบแต่น่าแปลกที่ลมหายใจกลับร้อนผะผ่าว


    "เอม ไม่รู้...คินจะให้ทำยังไง...ก็ได้"ตากลมกระพริบถี่เมื่อภาพร่างสูงตรงหน้าทั้งพร่าทั้งเบลอ ปลายนิ้วชาจนรู้สึกได้ จะประคองตัวให้ยืนอยู่ก็เหมือนจะทำได้ยากขึ้นทุกที


    "เลิกกัน ทำได้มั้ยล่ะ" น้ำเสียงของคินช่างเย็นชาไร้ความรู้สึก ชะเอมช็อคตามองค้างคิดอะไรไม่ออกฉันกับนาย


    หัวใจเต้นช้าลง...


    เป็น...อย่างอื่นไม่ได้...เหรอ ฮึกทำไมถึงต้องขั้นเลิกกันด้วยมือเล็กกำชายเสื้อของคินพยายามขอร้อง อะไรก็ได้


    ไม่อยากถูกทิ้งไว้คนเดียวอีกแล้ว


    ความผิดของเขามันมากมายขนาดไหน


    ยังต้องถามอีกเหรอ


    เอมไม่เข้าใจ ไม่เอาเอมไม่เลิกนะทำไมร่างสูงถึงทำเหมือนไม่แยแส...ไม่แคร์ความรู้สึกของเราบ้างเลย


    ไม่อยากจบกัน ทั้งๆ ที่ยังไม่เข้าใจความเข้าใจผิดที่ยังค้างคา


    ฉันไม่อยากทนคบกับคนใจอำมหิตอย่างนายแล้ว!” คินปัดมือที่จับเสื้อของเขาออกอย่างแรงในแววตาปนเปทั้งโมโห ทั้งโกรธ สุมอยู่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนายถึงเป็นเด็กกำพร้าโดนพ่อทิ้ง...เพราะนิสัยอย่างงี้ไง


    ...


    ไม่รู้ว่าตอนนี้เจ็บจนชาไปแล้วหรือยังไง คำต่อว่าที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะออกจากปากของคนที่ชะเอมรักนั้นร้ายกาจจนใจของเขาแทบรับไม่ไหวมันช่างทรมาน


    ไม่อยากฟังแล้ว


    เข้าใจแล้วก็ทำตามด้วยแล้วจากนี้ไปก็อย่ามายุ่งกับเรย์อีก


    ...พอทีเถอะ


    ปึง!


    เสียงเปิดประตูทำให้ร่างสูงหันขวับเดินตรงเข้าไปหาคนที่ยืนอยู่


    เป็นไงบ้างครับอาหมอ


    "คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว"


    กฤษณะถอดหน้ากากปิดหน้าออกด้านหลังตามมาด้วยเตียงเข็นร่างของเรย์นอนบอบช้ำพาไปอีกทาง คินก้มหัวขอบคุณกฤษณะก่อนเดินตามเตียงเข็นไปติดๆด้วยความเป็นห่วง ไม่ได้ถามไถ่อาการอะไรจากกฤษณะอีกเพียงเพราะแค่ได้ยินคำว่าปลอดภัย...เดินไปไม่แม้แต่ชายตามองคนข้างหลัง


    อะไรของเจ้าคินกฤษณะขมวดคิ้วมองตามแผ่นหลังใหญ่ที่เดินออกไปก่อนจะผงะเมื่อมีแรงปะทะเข้าที่ลำตัว


    "อาหมอ" ชะเอมโผเข้าไปกอด ร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆ


    ถึงจะไม่ชอบยังไงเขาก็ไม่ได้ต้องการให้เรย์ตายไม่เคยแม้แต่จะคิด...และเขาไม่อยากขึ้นชื่อว่าเป็นฆาตกรดังนั้นอากฤษณะที่ช่วยชีวิตเรย์เอาไว้ เขาไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี


    "ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้ว" กฤษณะโอบร่างผอมบางแนบอก มือใหญ่หยาบกร้านลูบหัวลูบหลังปลอบโยนเด็กเสียขวัญร้องไห้อะไรขนาดนี้ เรย์ไม่ได้เป็นอะไรมากเสียหน่อยแค่หัวแตกกับถลอกเอง เย็บไปไม่กี่เข็มหรอก


                ฮือ ฮือ ครับ อาหมอร่างบางยังกอดแน่นซุกอกกว้างร้องไห้ไม่หยุดกฤษณะเข้าใจว่าชะเอมคงจะเสียใจมากที่เห็นคนรู้จักโดนชนต่อหน้าต่อตา


                ถึงจะโล่งใจที่เรย์ปลอดภัยดีแต่ในตอนนี้ความเสียใจมันมีมาก...มากมายนัก


    นายแพทย์กฤษณะชะงักเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติยกมือดันไหล่บางออกลูบหน้าอิดโรยแถมอังหน้าผาก สัมผัสถึงความร้อนที่แผ่ออกมา


    "เอมหนูตัวร้อนมากเลย เพราะตากฝนแหงๆ แล้วนี่ต้องมานั่งตากแอร์อีกสงสัยจะไม่สบายแล้วล่ะ ไปๆ เดี๋ยวอาไปส่งที่คอนโด"


    "แต่ว่า อะ เอมอยากไปเยี่ยม..." มือบางยกขึ้นปาดน้ำตา​ป้อยๆ เอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ทั้งๆ ที่หนักหัวและครั่นเนื้อครั่นตัว


    ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากจะเห็นกับตาว่าเรย์ปลอดภัยแล้วจริงๆ


    "เขาไม่เป็นไรแล้วน่า แค่ต้องนอนพักรอให้ฟื้นแค่นั้นเองนี่ไม่เชื่ออาหมอคนนี้เหรอ หืม?" คุณหมอเอ่ยเสียงดุ อันที่จริงจะให้พูดว่าตอนนี้เด็กดื้อตรงหน้ากฤษณะคนนี้ต่างหากที่ดูน่าเป็นห่วงยิ่งกว่า


    "คะ ครับ" ร่างบางพยักหน้าจำใจอย่างเหนื่อยๆ


    ...อยากจะพักแล้วเหมือนกัน


    "เอาล่ะ นั่งรอนี่ เดี๋ยวอาไปหยิบของก่อน"กฤษณะกำชับแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว กระฉับกระเฉงสมกับเป็นคุณหมอมือหนึ่งทำอะไรรวดเร็วรอบคอบละเอียดว่องไว


                ชะเอมมองแผ่นหลังสีขาวไปจนลับทางเดินผ่อนลมหายใจที่ร้อนผ่าวเข้าออกเบาๆ ก่อนจะปรือเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน



    ************************Whosefault? ************************

     

    ชะเอมหลับตา ภายในความมืดมิดสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้น ทั้งแผ่วเบาและช้าจนเหมือนจะหยุด


    'เลิกกัน'


    ความสัมพันธ์ของเรากับคิน...จบลงแล้ว


    สิ่งที่เรามีเพียงสิ่งเดียวคือ ความสัมพันธ์ของเขากับคินที่เหมือนกับเส้นด้ายบางๆ


    แต่ตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้วเหลือแค่ชีวิตอันไร้ค่า ที่ไม่มีใครต้องการ...รอแค่วันที่มันจะจบลง


    อยากจะคิดว่านี่เป็นแค่ความฝัน...ฝันร้ายที่ตื่นมาแล้วทุกอย่างจะเหมือนเดิม


    ชีวิตต่อจากนี้จะเป็นยังไง


    ชะเอมไม่รู้...ไม่มีใครรู้


    คุณลุง


    คนที่เขาคิดถึงที่สุดในตอนนี้


    ฟืด...ฮึกร่างบางกุมมือที่สั่นทั้งสองแน่น...ไม่ได้จะให้คุณลุงรู้ไม่ได้ ทุกอย่างจะต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมจะต้องทำให้ทุกอย่างเหมือนปกติไม่อยากให้คุณลุงต้องกังวล...เขาจะต้องทำใจกับเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด


    ปวด...หัว


    ในหัวเต้นตุบคิดอะไรไม่ค่อยออก


    ...ตอนนี้ต้องทำอะไร


    จากนี้ต้องทำอะไร


    พรุ่งนี้...เราจะทำยังไง


    ก่อนอื่น...อันดับแรกเขาต้อง...โทรหาคุณลุงว่าวันนี้มาหาอาหมอแล้วไม่งั้นคุณลุงจะเป็นห่วง...จากนั้น...จากนั้น...อะไรนะ


    ใช่...เขากำลังจะกลับห้อง...แต่ข้างนอกฝนกำลังตก...


              ปวดหัว


                แล้วก็...แล้วก็...


    เอม!!”


    เสียงเรียกจากที่ไหนสักแห่ง...ไกลออกไป


    และจากนั้นเขาก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย

     

     

    ************************Whosefault? ************************

     

     สนใจรูปเล่มทักได้ที่เฟสบุ๊คเพจ H.Rui Novels ค่ะ


     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in