Whose Fault ผิดที่ใครH.Rui
โพสต์นี้มีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน ผิดครั้งที่ 5
  •  

                กลับมาที่ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังเต็มไปด้วยเสียงจอแจที่โต๊ะหนึ่งด้านในร้านพ่อลูก(เกษมคิดอยู่ฝ่ายเดียว)สนุกกับการผลัดกันตักอาหารให้กันไปมา


                “กินนี่ครับ อร่อยมาก มือเล็กคีบเนื้อปลาสดๆของโปรดใส่จานคนข้างๆ แต่คนวัยทองที่โตแต่ตัวไม่คีบเอง อ้าปากเหมือนเด็กเล็กชะเอมส่ายหน้าอมยิ้มขำทำเป็นเมิน แต่ก็ต้องยอมคีบเนื้อปลาจากจานป้อนคนที่ยังอ้าปากรอก่อนที่แมลงวันจะบินเข้าไปแทน


                เอมกินบ้างเถอะ มาเดี๋ยวลุงตักให้เกษมเคี้ยวเนื้อในปากตุ้ยๆอย่างมีความสุข อยู่กับเจ้าตัวเล็กเขามีความสุขจนต้องกระดี๊กระด๊าคีบโน่นนั่นนี่ผิดวัย(?)ใส่จานชะเอมจนพูน


                “ุณลุงเยอะไปแล้วครับเอมกินไม่หมด


                “กินไปเยอะๆ นั่นแหละดีรู้ตัวบ้างไหมว่าผอมลงมาก เดี๋ยวไปเจออากฤษล่ะโดนดุหนักแน่เกษมติงเสียงดุทำเสียงแบบนี้เจ้าตัวเล็กจะได้กลัวซะบ้าง ไม่ทันขาดคำเจ้าตัวร้องเอ๋ยาว


                แต่ว่าเอมก็กินอาหารตามเวลาที่คุณลุงกับคุณหมอบอกทุกมื้อแล้วนี่นาชะเอมมุ่ยปาก


                ...ส่วนเรื่องนอนไม่ค่อยหลับพักผ่อนไม่เพียงพอกับสารพัดเรื่องที่มีให้คิดให้เครียด เก็บไว้ก่อนไม่บอกดีกว่า


                “ไม่ต้องเลย รู้ทั้งรู้ว่าต้องควบคุมน้ำหนักตัวเองพออยู่คนเดียวแล้วปล่อยให้เป็นอย่างนี้ เดี๋ยวลุงจะ...


                “โอเคคร้าบ เอมกินแล้วๆกินหมดเลยเอมโบกตะเกียบในมือขัดคำพูดทันทีเพราะรู้ว่าเกษมจะพูดอะไรต่อก่อนจะเปลี่ยนเรื่องด้วยการกินเนื้อสารพัดยัดเข้าปากเคี้ยวหงุบๆคนมองก็ได้แต่หัวเราะหึหึ


    เห็นมั้ยครับ กินหมดแล้วแค่ก! แค่กๆ...


                “เอ้า เอม ค่อยๆ สิลูกกินให้หมดก่อนแล้วค่อยพูด เด็กคนนี้เกษมลูบหัวลูบหลังเบาๆ ด้วยความเอ็นดูพลางหยิบแก้วน้ำส่งให้คนไอหน้าดำหน้าแดงค่อยๆจิบ สักพักหนึ่งอาการดีขึ้นแล้วมือใหญ่ละออกจากแผ่นหลังบาง มองนาฬิกาข้อมือ


                เจ้าคินมันไปไหนเนี่ยทำไมมาสายขนาดนี้


                หัวข้อคุยที่เปลี่ยนกะทันหันทำเอาเอมสำลักน้ำที่จิบอยู่อีกรอบ แต่ดีที่เก็บอาการทัน


                ลืมไปซะสนิทว่าวันนี้คินก็มาด้วย...


                “...รถติดมั้งครับเอมนึกถึงความเป็นไปได้เลยช่วยตอบแทน ส่วนมือบางหยิบทิชชู่ขึ้นเช็ดปาก


                เหรอ...แต่ตอนลุงมารถก็ไม่ติดนะเกษมมุ่นคิ้วนึก แล้วตอนเอมมารถติดรึเปล่า


                “เอ่อ...นิดหน่อยครับเอมเกาหัวเขาไม่แน่ใจเหมือนกันเพราะดูเหมือนตอนนั่งแทกซี่ก็เหม่อๆ ไม่ได้ดูทางซะด้วยสิ อีกแปปนึงละมั้งครับเอมว่าคินน่าจะใกล้มาถึงแล้ว


                ตรู๊ด...ตรู๊ด


                ไม่ทันขาดคำเสียงโทรศัพท์ของเกษมดังขึ้น มือใหญ่หยิบขึ้นมาดูปรากฏชื่อที่ไม่ต้องคาดเดาก็กดรับ


                ฮัลโหลไอ้ลูกชาย...เออ...เหรอ...โอเค...อะไรนะ...โอเคๆเดี๋ยวสั่งไว้ให้...สองที่นะ...แค่นี้ เจอกันชะเอมตงิดกับบทสนทนาที่เกษมพูดตอบรับกับอีกฝั่งของปลายสายแต่ไม่พูดอะไรทำเพียงมองหน้าคนตัวใหญ่ข้างๆ เมื่อเกษมวางสายก็เลิกคิ้วมองโทรศัพท์นิดหน่อยก่อนเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงแล้วก็หันมาพูดกับร่างบาง


                “เจ้าคินถึงแล้วกำลังวนหาที่จอดอยู่ เอมเรียกพนักงานให้ลุงหน่อยเจ้าคินฝากสั่งออเดอร์มาถึงจะได้กินเลย


                “ครับ...ใบหน้ามนพยักหัวยังติดใจอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่ถาม หันไปยกมือเรียกพนักงานตามที่คุณลุงบอก พี่ครับสั่งออเดอร์หน่อยครับ


                “สักครู่นะคะ...พนักงานหญิงเดินหายไปพักหนึ่ง จึงกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับกระดาษจดรับอะไรดีคะ


                ขอซาชิมิหนึ่งที่ข้าวหน้าปลาไหลสอง กับชาเขียวร้อนสองเกษมศักดิ์ชี้เมนูตามที่ไอ้ลูกชายบอกชะเอมหันขวับมามองทันทีเมื่อเห็นเกษมสั่งมาเพิ่มเยอะจนแปลกใจทั้งๆที่บนโต๊ะยังกินไม่หมด


                เดี๋ยวครับคุณลุงจะกินอีกเหรอ


                “ลุงเปล่า ทั้งหมดนี่ของเจ้าคินมันเกษมส่ายหน้าก่อนถามเจ้าตัวเล็กว่าจะสั่งอะไรเพิ่มมั้ยคำตอบที่ได้รับคือส่ายหน้า จึงหันไปบอกพนักงาน เท่านี้ล่ะครับ


                “เห็นคินมันพาเพื่อนมาด้วยนะเลยบอกลุงให้สั่งเผื่อไปด้วยเลยเมื่อพนักงานเดินไปแล้วเกษมจึงหันมาคุยต่อเพราะใบหน้ามนสงสัยไม่หาย


                อะไรนะ...


                ชะเอมชะงักค้างไม่รู้ตัวว่าตอนนี้หน้าซีด มือกำตะเกียบแน่น


                เพื่อนของคิน?ปกติมาทานอาหารกับครอบครัวคินไม่เคยพาเพื่อนมาด้วยเลยสักครั้ง...แล้วทำไม?


                ร่างบางไม่อยากคาดเดาว่าเพื่อนของคินคนนี้คือใครในใจทั้งเสียใจ น้อยใจ ไม่พอใจ ความรู้สึกทั้งหลายปนเปกันไปหมดเพราะรู้ทั้งรู้ว่ายังไงเพื่อนที่คินพามาก็น่าจะเป็นคนๆ เดียวกับที่คิด...


                เกษมศักดิ์เหลือบมองชะเอมที่ตอนนี้นั่งนิ่งไปแล้วตั้งแต่ได้ยินว่าคินจะพาเพื่อนมาใบหน้าซีด เม้มปากแน่นจนขาว ในใจนึกเป็นห่วงร่างบางแค่ไหนแต่เขาที่เป็นพ่อไม่อยากเข้าไปยุ่งกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนของลูกๆ


                ถึงจะไม่รู้สถานการณ์อะไรแต่ก็พอจะเดาได้ เกษมผ่านอะไรมามาก และอยากให้ชะเอมฝ่าฟันผ่านมันไปได้ด้วยตัวเองถ้าถึงตอนที่เจ้าตัวเล็กไม่สามารถจัดการได้คนเป็นพ่อ(บุญธรรม)อย่างเขาถึงจะไม่อยากเข้าไปยุ่งก็ต้องยุ่ง


                ไม่อยากเสียไปอีกแล้วไม่ว่าใคร...


                สวัสดีครับพ่อโทษทีครับวันนี้คินตื่นสายไปหน่อยแถมรถก็ติดอีกเสียงทุ้มเอ่ยทักทายดังขึ้นทำให้แผ่นหลังบางที่นั่งนิ่งสะดุ้งเฮือกเนื่องจากพวกเขาสองคนที่มาถึงก่อนนั่งหันหลังให้กับคนที่เดินเข้ามาจึงไม่รู้ตัวเลยว่าร่างสูงเข้ามาตอนไหนแต่ชะเอมยังคงนั่งหลังตรงไม่ได้หันไปมอง


                อ้าว มาถึงแล้วเหรอ มาๆนั่งก่อนเกษมกวักมือถึงจะสังเกตเห็นแต่ก็ไม่ได้เอ่ยทักอาการของร่างบางที่นั่งตัวเกร็ง แต่พยายามกลบอาการแต่ก็ไม่รอดสายตาคมของพ่อ(บุญธรรม)หรอก


                มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างสองคนนี้


                พ่อคินสวัสดีครับ...คินเข้าไปนั่งข้างในเดี๋ยวเรย์นั่งข้างนอกเสียงใสดังระรื่นที่แค่ได้ยินก็รู้แล้วว่า เพื่อนของคินคือใคร


                ชะเอม หวัดดี


                ใบหน้าน่ารักของเรย์ขยับมาอยู่ในระดับสายตาพอดีกันอาจจะเตี้ยกว่าหน่อยเพราะเรย์ตัวเล็กกว่า เมื่อทั้งคู่หย่อนตัวลงนั่งก็พอดีกับที่พนักงานเข้ามาเสิร์ฟอาหารที่เพิ่งสั่งอย่างตรงเวลาเอมรู้สึกดีใจนิดหน่อยที่เขาไม่ต้องทักใครอีกคนกลับไปซึ่งอีกคนก็ดูเหมือนจะไม่ถือสาว่าเขาจะตอบกลับหรือไม่


                โอ้ มาถึงก็ได้กินเลยคงจะหิวกันแล้ว กินเลยนะ พอดีพ่อกับชะเอมกินกันเรียบร้อยแล้วล่ะเกษมพูดเสียงสดใสขึ้นระหว่างที่พนักงานเสิร์ฟอาหารเพราะดูออกว่ามีคนหนึ่งที่เริ่มอารมณ์ดิ่งลงตั้งแต่สองคนใหม่เดินเข้ามา ไม่สิตั้งแต่รู้ว่าคินจะพาใครมามากกว่า


                พ่อ นี่เรย์เพื่อนผมเองเรย์นี่พ่อของคินคินผายมือและพูดแนะนำพ่อกับเพื่อนของตนให้รู้จักกันซึ่งเรย์ก็ยิ้มกว้างสว่างไสวดีใจจนออกนอกหน้า


    สวัสดีฮะคุณอาร่างเล็กพนมมือไหว้อย่างอ่อนน้อมใครเห็นก็ต้องรู้สึกเอ็นดู ซึ่งเกษมก็ยิ้มรับ เอมนั่งมองอย่างนิ่งเฉย แต่มือบางบนตักจิกกันแน่น


    ตั้งแต่มาถึง คินยังไม่ทักทายไม่สบตาเขาสักนิด


    ทำไม...โกรธเขาถึงขนาดนั้นเชียวเหรอ?


                “สวัสดีเรย์ หนูเรียนคณะเดียวกับเจ้าคินเหรอเสียงทุ้มถามคำถามเบสิกเมื่อต้องเจอกับเพื่อนของลูกชายตัวเอง


                ใช่ฮะ เจอกันตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วก็อยู่กลุ่มเดียวกันตลอดฮะคำสรรพนามที่ส่อถึงความเอ็นดูยิ่งทำให้เรย์รู้สึกเข้าใกล้พ่อของ เพื่อนได้มากกว่าเดิมเรย์มองหน้าพ่อของคินตาใส คินได้เค้าหน้าของพ่อมาเต็มๆ ทั้งหล่อเหลาทั้งดูน่าเกรงขาม


                เหรอเกษมมองหน้าเรย์เพื่อนของคินคนนี้น่ารักจริงๆ พูดก็เพราะ อ่อนน้อมถ่อมตนผู้ใหญ่เห็นก็ต้องเอ็นดูเป็นธรรมดา วันนี้มาด้วยกันใช่ไหมคนนี้เหรอเจ้าคินที่เอมบอกว่าลูกออกไปค้างหอพื่อนแล้วทำงานกลุ่มด้วยกันเกษมหันไปถามลูกชายที่นั่งกินข้าวหน้าปลาไหลอยู่เจ้าตัวชะงักไม่ทันได้ตอบอะไร กลับทำให้ชะเอมซะอีกที่นั่งเหม่อมองหน้าคินได้ยินคำถามก็ร้อนรนรีบตอบกลับมาแทน


                ครับคุณลุง...เพื่อนคนนี้แหละครับ


                “อ๋อ...เหรอเกษมรับคำแบบไม่คิดจะถามอะไรต่อแต่ใจสงสัยหนัก


                คินที่เข้าใจอะไรบางอย่างหันไปมองหน้าร่างบางที่นั่งเซื่องซึมตอนแรกคินก็สงสัยอยู่ว่าตั้งแต่เขาย้ายของออกมาอยู่กับเรย์ได้เกือบเดือนไม่มีแม้แต่เสียงเรียกเข้าจากพ่อสักสายที่จะโทรมาด่าหรือต่อว่าที่เขาออกมาโดยทิ้งชะเอมไว้คนเดียวพ่อเขาน่ะหวงชะเอมจะตายไป


                ตอนนี้คินรู้แล้วว่าเอมโกหกเกษมว่าเขาไปค้างหอเรย์เพื่อทำงาน


                ว่าแต่ทำไมถึงต้องโกหกด้วยล่ะ...ถ้าเอมไม่ชอบเรย์นักก็โทรรายงานพ่อเขาให้ตามตัวเขากลับก็สิ้นเรื่อง


                เรย์ได้ยินเรื่องราวต่างๆก็มองหน้าชะเอมที่นั่งอยู่ตรงข้าม ถึงใบหน้าน่ารักจะแย้มรอยยิ้มแต่แววตาหมั่นไส้อย่างปิดไม่มิด โดยไม่มีใครสังเกตเห็นส้นเท้าหุ้มด้วยรองเท้าหนากระแทกบดขยี้ลงบนเท้าของชะเอมอย่างแรงจนร่างบางสะดุ้งร้องอย่างเจ็บปวด เรียกความสนใจจากคินและเกษมได้อย่างดี


                เอมเป็นอะไรรึเปล่าเรย์ตัดหน้าถามไถ่เขาด้วยความเป็นห่วง


                “มะ ไม่เป็นไรเห็นสายตาจากคนทั้งสามมองมาก็รีบปฏิเสธเสียงเบานั่งตัวลีบติดกับพนักพิงให้ห่างจากคนตรงหน้าที่คิดว่าไกลที่สุด


    เหรอเรย์มองอย่างสมเพชก่อนก้มหน้าทานอาหารหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


              หึ...ทำเป็นทำตัวน่าสงสารเรียกร้องความสนใจ


                แล้วจะทำงานเสร็จเมื่อไหร่หืม รู้ไหมว่าคินไม่อยู่เอมยิ่งซุ่มซ่าม เนี่ยเมื่อเช้าเพิ่งล้มกระแทกไปที


                “คุณลุงครับเอมรีบเอ่ยขัดเกษมที่คิดจะพูดอะไรไม่เข้าเรื่อง


                แค่นี้เรย์ก็หมั่นไส้เขามากพอแล้ว ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะต้องเจออะไรอีกด้วย


                “ไม่ได้เอมต้องบอกให้คินรู้ไว้หน่อย จะได้กลับมาดูแลกันบ้าง ปล่อยให้เราอยู่คนเดียวแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน


                “คิน...เค้าทำงานครับคุณลุงเอมอยู่คนเดียวได้ เราคุยกันแล้วไงครับ เอมพูดเสียงเบาพยายามอธิบาย


                เรย์มองท่าทางละล่ำละลักนั้นก็ยิ่งหมั่นไส้มากกว่าเดิมหลายเท่าทำเป็นสะดีดสะดิ้ง แต่ใจจริงอยากเอาคินกลับไปกกจนตัวสั่นล่ะสิไม่ว่า!


                ลุงรู้ แต่ลุงเป็นห่วงแล้วที่เราตกลงกันคือลุงบอกว่าเอมต้องมีคินอยู่ด้วย...


                ตรู๊ด...ตรู๊ด...


                เสียงเรียกเข้าดังขัดขึ้นมาทำให้เกษมศักดิ์ต้องรับสาย คุยสักพักก็วาง


                เอม ลุงต้องรีบไปก่อนมีธุระด่วนเข้ามามือใหญ่ลูบศีรษะพอดีมือก่อนหันไปคุยกับลูกชายคินพ่อฝากพาเอมไปโรงพยาบาลดูแผลหน่อย ถ้าไม่บังคับชะเอมคงไม่ไป


                “ครับคินพยักหน้า แม้ในใจจะติดสงสัยแต่ไม่ได้ถามอะไรเพราะคิดว่าน่าจะเป็นตรวจสุขภาพ...ตามปกติ


    "อ้าว ชะเอมเป็นอะไร? เจ็บตรงไหนเหรอ"เรย์ทำหน้างุนงงถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แต่เจ้าตัวเม้มปากไม่ตอบ เกษมที่ยืนมองอยู่เลยตอบแทน


    "พอดีเอมลื่นล้มเมื่อเช้าก็เลยมีแผลฟกช้ำน่ะ...ซุ่มซ่ามจริงๆเจ้าเด็กคนนี้ ไม่มีวันไหนที่ไม่ทำให้ลุงเป็นห่วง" มือใหญ่ลูบหัวชะเอมหนักๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยน


    ซึ่งพอคินได้ยินก็หันขวับไปมองร่างบางที่นั่งก้มหน้าทันที


    "อ๋อฮะ" เรย์รับคำแต่ส่งสายตาจิกกัด


    สำออย...


    “เอาล่ะคินพ่อฝากด้วยนะ...แล้วลุงจะโทรมา”เกษมพูดกับเจ้าลูกชายก่อนหันมากำชับเสียงดุกับเอมไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธรับไหว้จากเรย์ ก่อนเดินออกจากร้านไป


                คราวนี้เหลือกันอยู่แค่สามคนตามลำพังแล้ว แต่ดูเหมือนจะมีแต่ชะเอมกับคินเท่านั้นที่รู้สึกอึดอัด


    "คิน กินนี่สิ อร่อยมากเลย" เรย์คีบเนื้อปลาสดๆ จ่อตรงปากร่างสูงคินชะงักมองหน้าเรย์สลับกับชะเอมที่มองมาอย่างเจ็บปวด


    "ฮ่าๆ ล้อเล่นๆ" แต่ก่อนจะอึดอัดไปมากกว่านี้ ร่างเล็กก็หัวเราะขึ้นมาเหมือนตลกอะไรนักหนาวางสิ่งที่คีบลงบนจานแทน


    สะใจชะมัด


    ชะเอมเบือนหน้ามองออกไปข้างนอกกระจกใสราวกับมีอะไรน่าสนใจมากกว่าข้างในแต่หูก็ยังได้ยินบทสนทนาที่ไม่อยากได้ยิน


                “เสียดายจังเพิ่งมาถึงแปปเดียวพ่อคินก็ไปซะแล้ว อยากคุยมากกว่านี้แท้ๆ น้า คุณอามาดเข้มมากเลย


    เอาน่า พ่อยุ่งๆ น่ะ


    นั่นสิเนอะงั้นไว้ครั้งหน้าถ้าคินกเรย์ขอมาอีกนะ


    ...อืม


    "แล้วหลังจากพาเอมไปโรงพยาบาล เราจะไปไหนกันต่อมั้ยคิน"


    "เรย์อยากไปไหนล่ะ"


    "อืม..." ร่างเล็กทำท่านึก "อันที่จริงเรย์อยากกินไอติมที่นี่ต่อแต่สงสัยต้องเปลี่ยนโปรแกรมแล้วล่ะเพราะคินมี 'ธุระ' ต่อนี่นา"


    "เมื่อวานเพิ่งกินไป นี่จะกินอีกแล้วเหรอ?"เสียงทุ้มหัวเราะขำปนเอ็นดูยิ่งทำให้ชะเอมจิกแขนแน่นจนเป็นรอยเล็บ


    อย่าร้องไห้นะ ชะเอม...อดทนไว้


    ภาพคนที่เดินผ่านไปมาข้างนอกจู่ๆก็เบลอพร่าไปหมด ร่างบางกระพริบตาหนักๆ หลายทีเพื่อไล่น้ำตา


                “โธ่ คินก็รู้ว่าเรย์ชอบกินไอติมมากกกขนาดไหน


    เสียงหัวเราะต่อกระซิกอย่างมีความสุขของสองคนที่ยิ่งทำให้คนที่สามนั่งฟังก็ยิ่งห้ามน้ำตาได้ยากมากขึ้นทุกทีนานจนทนไม่ไหว ร่างบางผุดลุกขึ้นเดินออกมาจากร้านทันที


    "เอม เดี๋ยว! จะไปไหน" ยิ่งได้ยินเสียงทุ้มไล่ตามหลังมายิ่งทำให้ชะเอมเร่งฝีเท้าเดินหนีเช็ดน้ำตาที่เอ่อออกมาด้วยแขนเสื้อ


    "โอ๊ย!!" มือใหญ่คว้าเข้าเต็มๆ ที่ต้นแขนเล็กโดนเข้าที่แผลจังๆ


    "เป็นอะไรเอม" คินถามขมวดคิ้ว แต่มือไม่ได้ปล่อย กลับจับแน่นกว่าเดิมเพราะกลัวร่างบางจะเดินหนีไปอีก


    "เจ็บ คิน...ปล่อย ฮึก" ชะเอมไม่ได้ฟัง มืออีกข้างพยายามแกะมือใหญ่ที่จับแน่นไม่ยอมปล่อย ทั้งเรื่องเมื่อครู่แล้วยังความเจ็บที่ได้รับทำให้น้ำตายิ่งไหลอาบหน้า


    เอม...อย่าดิ้น


    คินพูดแต่ดูเหมือนร่างเล็กจะไม่ยอมฟังทั้งดิ้นพล่าน ทั้งตะกุยแกะมือของคินที่จับตัวเองเหมือนรังเกียจกันก็ไม่ปานความคิดที่ผุดขึ้นมานั้นทำให้คินยิ่งบีบแขนเล็กแน่นไม่รู้ตัว ขายาวเดินลากคนผอมให้ตามกลับไปทางเดิมซึ่งร่างบางขัดขืนไม่ได้เพราะความเจ็บ


    ฮึกกก...เจ็บปล่อยแขนเอมนะ


    ถ้าคินปล่อยก็ห้ามวิ่งหนีคินหยุดเดินหันมาต่อรอง ชะเอมพยักหน้ามุ่ยรัว


    หยุดร้องไห้ด้วยคำตอบที่ได้รับคือพยักหน้าอีกทีร่างสูงวางใจเลยค่อยๆ คลายมือออก ชะเอมกอบกุมต้นแขนตัวเองทันทีแต่ก็ไม่กล้าแตะแรง แถมยังรู้สึกเหมือนแผลเต้นตุบๆอย่างกับมีชีพจรอยู่ในนั้น คินมองใบหน้ามนที่เบะปากเบ้หน้าอย่างรู้สึกประหลาดใจ


    ร้องไห้ทำไมคินถาม รีบคว้ามืออีกคนจับเพราะเห็นทำท่าจะเดินถอยหนีอีกแต่คราวนี้ไม่มีท่าทีขัดขืนเหมือนตอนแรก


    เจ็บแผลกับเพราะเรื่องที่คนตรงหน้าคุยกระหนุงกระหนิงกันในร้านอาหารเหมือนเห็นเขาเป็นอากาศธาตุนั่นแหละร่างสูงถอนหายใจกับคำตอบสั้นห้วนของคนตัวสูงแค่จมูก


    และเขาก็เพิ่งสังเกตสัมผัสใต้ฝ่ามือว่าชะเอมผอมลงขนาดนี้...ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน


    "ทำไมไม่บอกว่าคินจับโดนแผล" คินขมวดคิ้ว ร้องไห้โวยวายจะไปรู้ได้ยังไง


    แล้วคินสนใจด้วยเหรอ...ชะเอมคิดแต่ไม่พูด


    จู่ๆ เดินออกมาทำไม” คินถอนใจ ถามดีๆ ก็ไม่ตอบ


    “...คินยุ่งอะไรด้วยเอมเบือนหน้าหนีหูยังคงได้ยินเสียงของทั้งสองดังก้อง จำบทสนทนาได้เป็นอย่างดีเรียกความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาในอก เอมจะไปไหนก็เรื่องของเอม


    ตอบไม่ตรงคำถาม


    ...


    เฮ้อ ทำไมทำอะไรไม่มีเหตุผลแบบนี้ 


    ใช่! เอมไม่มีเหตุผลแล้วไงร่างบางตวาดคินจะมายุ่งทำไม


    ชะเอมที่คินรู้จักไม่ใช่คนแบบนี้คินยิ่งคุยยิ่งรู้สึกเหมือนกับคุยกันคนละเรื่องตอนแรกหวังว่าจะได้เคลียร์และทำความเข้าใจเรื่องที่ทะเลาะกันก่อนหน้าวันนี้คงจะคุยกันไม่รู้เรื่องซะแล้วมั้ง


    เอมก็เป็นแบบนี้แหละก็เอมไม่ใช่เรย์นี่น้ำเสียงเอือมระอาของคินยิ่งทำให้ชะเอมเอ่ยประชด ทั้งๆ ที่สิ่งที่อยากจะคุยด้วยมันไม่ใช่แบบนี้เขาไม่ได้ต้องการพูดแบบนี้


    เพราะน้อยใจ...


    เอม! อย่าประชด...เรย์เขาเกี่ยวอะไรด้วย


    อ๋อ...พูดถึงไม่ได้เลยงั้นสิ แค่พูดชื่อมันขึ้นมาไม่ได้เลย


     ปกป้องกันนักก็กลับไปหามันสิจะออกมาตามเอมทำไม!” ร่างบางสะบัดมือหวังให้การเกาะกุมหลุดออกแต่ไม่เป็นผล


    "คิน! เป็นอะไรรึเปล่า" เรย์ที่เพิ่งเดินมาจากร้านเดิมไม่ไกลก็เจอคนที่ตามหาสายตาจับจ้องมองมือที่จับกุมกันแน่น "ออกมาตั้งนานแล้วเรย์เลยมาตาม มายืนยุดยื้อเถียงอะไรกันเสียงดังตรงนี้คนเขามองกันหมดแล้ว"


    พอเห็นใครเดินมามือบางยิ่งสะบัดแรงขึ้น แกะก็แกะไม่ออก และดูเหมือนร่างสูงก็ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย


    "มัวทำอะไรอยู่ ของบนโต๊ะยังเหลืออีกเพียบเลย กลับไปกินข้าวกันเถอะ"ร่างบางคว้าแขนคิน ก่อนเอ่ยตำหนิอีกคน "แล้วเอม จู่ๆ เดินออกมาทำไม รู้มั้ยทำแบบนี้เดือดร้อนคนอื่นคินยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย"


    "ไม่เป็นไรเรย์ คินกินไปนิดหน่อยแล้ว" ชะเอมมองสายตากับคำพูดที่เหมือนเป็นห่วงกันของคนสองคนก็เม้มปากแน่น ลำคอส่งเสียงหึเหมือนไม่สน แต่ใจก็รู้สึกเป็นห่วง


    "คินไปสิ มีคนมาตามแล้วนี่"


    "เอมก็ต้องไปกับคินคินจับมือบางแน่นกลายเป็นว่าทั้งสามคนเกาะเกี่ยวกันเหมือนกับว่าร่างสูงกำลังควงหนุ่มน่ารักสองคนไปเดทยังไงยังงั้น


    บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่ง!”


    ไม่ยุ่งไม่ได้พ่อบอกให้พาเอมไปโรงพยาบาล เดี๋ยวคินพาไป"


    อ้อ...แสดงว่าที่ตามมาตั้งแต่แรกไม่ใช่เพราะเป็นห่วง


    'รับผิดชอบ'


    "เอมไปเองได้ คินปล่อย" คำๆ หนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวทำให้ชะเอมน้ำตารื้นใบหน้าของคนที่ชอบบัดนี้พร่ามัว


    ทำไมวันนี้ถึงบ่อน้ำตาตื้นนักนะ


    คิน...เพราะคนนี้คนเดียวที่ทำให้เขากลายเป็นคนอ่อนแอแบบนี้...


    ไม่ได้ก็บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวคินพาไปคินกระชับมือดึงให้ร่างบางเดินตาม


    ถ้าชะเอมเค้าว่าอย่างนั้นก็ให้เค้าไปเองเถอะคิน ไม่ใช่เด็กอนุบาลซักหน่อยเรย์ที่ได้แต่มองก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้กับความเล่นตัวของชะเอมแถมหมั่นไส้ยิ่งขึ้นไปอีกที่คินจับมืออีกคนไม่ปล่อยยื้ดยุดกันกลางห้างอย่างกับเหมือนแฟนที่ทะเลาะกัน


    ร่างบางมองคนตัวเล็กกว่าด้วยหางตาเหมือนเข้าใจเรื่องต่ำๆที่อีกคนคิด ก่อนหันไปย้ำกับคิน


    ตามนั้นแหละ ไม่ต้องห่วงถ้าคุณลุงถามอะไรเอมจะบอกให้นะ เอมจะไลน์ไปบอกคินด้วย จะได้ตอบตรงกันคุณลุงจะได้ไม่สงสัย


    ...คินเพียงปรายตามองคนที่พูดละล่ำละลักไม่อาจรู้ได้ว่าคิดอะไร


    ชะเอมรู้ว่าที่คินทำแบบนี้เพราะเกษมศักดิ์ฝากให้ดูแล


    ตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าตลอดมาที่คินคบเขาเพราะต้องการจะทำตามคำพูดที่คุณลุงบอกเอาไว้ตั้งแต่สมัยเด็ก...ไม่อยากยอมรับแต่มันก็เป็นอย่างที่เรย์พูดไม่มีผิด


    ถึงจะรักคินมากแค่ไหน แต่เขาไม่ต้องการความเห็นใจจากคนที่ถูกบังคับให้ทำถ้าเจ้าตัวไม่เต็มใจ


    "แล้วอีกอย่างคินก็ต้องพาเรย์ไปต่อ เอมไม่อยากรบกวนหรอก" ร่างบางก้มหน้าพูดสัมผัสจากมือใหญ่ละออก ทำให้ใจน้อยๆ ยิ่งวูบโหวง


    พูดพอรึยัง


    แต่แล้วมือบางถูกคว้าเอาไว้อีกครั้งก่อนถูกลากให้ก้าวตามไป


    เรย์ไปจัดการเรื่องค่าอาหารให้หน่อยเดี๋ยวคินคืน คินบอกนิ่งเรย์พยักหน้าอย่างจำใจ คนตัวเล็กรู้ว่าเวลาไหนควรพูดอะไรไม่ควรพูดอะไรและตอนนี้คินก็กำลังหงุดหงิดอะไรบางอย่าง


    คินอยากคุย...เรื่องครั้งก่อนนะเอมไม่อยากคุยเหรอเมื่ออยู่กันสองคนอีกครั้งจู่ๆ คินก็พูดขึ้นมา ชะเอมแค่นเสียง


    คนที่ไม่อยากคุยคือคินมากกว่ามั้ง


    หมายความว่าไง


    ก็ใครล่ะบอกว่าจะกลับมาคุยกัน แล้วตอนนั้นคินหายไปไหนตั้งสามวัน กลับมาก็เก็บข้าวของไปแล้วอย่างนี้จะต้องคุยอะไรอีกเหรอ! มีอะไรอีกที่เราต้องเคลียร์กัน...ทั้งที่มันชัดเจนอยู่แล้วแท้ๆชะเอมตัดพ้อทำไมต้องทำให้เขานึกถึงมันขึ้นมาอีก แค่อยากจะลืมยังทำไม่ได้เลย


    ทุกๆการกระทำมันชัดเจนว่าคิน...เลือกเรย์


    นั่นน่ะ...


    ดูเหมือนพ่อของคินจะจัดการให้แล้วล่ะเรย์วิ่งกลับมาบอกคินเพียงพยักหน้าให้ก่อนหันไปมองหน้าร่างบางสื่อความหมายว่าเดี๋ยวค่อยคุยกันซึ่งชะเอมไม่เข้าใจเดินก้าวขายาวนำทาง จนทำให้คนขาสั้นทั้งสองต้องก้าวเร็วกว่าเดิม


    คิน...จะไปไหนเอมบอกแล้วไงว่าไปโรงพยาบาลเองได้


    อย่าดื้อ!” คินบอกสั้นๆ คำเดียว จากนั้นไม่ว่าชะเอมจะพูดจะโวยอะไรจนคนมอง คินก็ไม่สนใจ

     

    อีกอย่างชะเอมก็รู้สึกเหนื่อยๆเพลียๆ สักพักก็ไม่พูดอะไรอีกจึงเดินตามมาสงบเสงี่ยม


    ทั้งสามเดินจนมาถึงลานจอดรถคินก็ดันชะเอมขึ้นที่นั่งข้างคนขับ เรย์รู้หน้าที่ก็นั่งข้างหลัง ร่างสูงอ้อมขึ้นรถปิดประตูและบึ่งออกมาทันที ท่ามกลางจราจรอันติดขัดและท้องฟ้ามืดครึ้ม


    จุดหมายคือโรงพยาบาล

     

     

    ************************Whosefault? ************************

     

     

    ทั้งสามมาถึงโรงพยาบาลโดยไม่มีบทสนทนาใดๆจนน่าอึดอัด คินติดต่อแพทย์กฤษณะที่จะเข้าพบก่อนเดินนำร่างเล็กทั้งสองที่เรย์ได้แต่เดินตามมาหน้าห้องตรวจ


    เรื่องที่คุยกันค้างไว้...ไว้ให้อาหมอดูแผลเอมเสร็จแล้วค่อยคุยคินถอนใจที่ชะเอมทำเหมือนคำพูดของเขาเข้าหูแล้วก็ทะลุออกไปโดยไม่ผ่านสมอง


    เรย์รออยู่ด้านนอกนะ


    ไม่ต้อง! นั่งรอข้างนอกทั้งคู่แหละ หรือไม่ก็ไปทำธุระที่พวกคินคุยกัน เอมกลับเองได้ โอเคนะชะเอมยกมือขึ้นท่าปรางห้ามญาติเบรคร่างสูงที่คิดจะเข้าไปพบอาหมอกับเขา


    ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด


    ชะเอมเลื่อนประตูแล้วแง้มปิดทันทีไม่ทันให้คินถามหรือพูดอะไร

     

     

    ************************Whosefault? ************************

     


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in