Teach YouIfIStay
โพสต์นี้มีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน Chapter 6
  • "ชู...อาหารเย็นเสร็จแล้วนะ มาทานได้แล้ว"

    "จ้าาาา" 

    ชีวิตประจำวันของชูเรย์เริ่มกลับมาแล้ว...หลังจากวันที่ทะเลาะกันครั้งล่าสุด ต้องขอบคุณคุณเจมส์และโจดี้ที่ช่วยพูดกับเรย์คุงให้เข้าใจ

    'ฟุรุยะคุง ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วงอากาอิคุงมากๆ เลยนะ แต่ฉันอยากให้เขาทำคดีนี้มากจริงๆ มันมีผลกับทั้งประเทศอเมริกาและญี่ปุ่นเลยนะ' คุณเจมส์อธิบาย

    'อ่า...เรื่องนั้นผมเข้าใจครับว่ามันสำคัญมาก ผมเองก็ได้ยินเรื่องนี้มาบ้างเหมือนกัน เป็นคดีใหญ่มากจริงๆ' ฟุรุยะทำท่าเหมือนจะเข้าใจ

    'เพราะแบบนั้น ฉันจึงอยากให้อากาอิไปสืบหาตัวบอสมาให้ได้โดยเร็วน่ะสิ ซึ่งตอนนี้เราได้ข้อมูลบางส่วนที้เป็นประโยชน์มาบ้างแล้ว เหลือแต่หลักฐานที่จะสาวไปหาคนที่อยู่เบื้องหลังรายใหญ่ๆ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้น่ะ ฉันอยากให้เธอเข้าใจนะ ฟุรุยะ...'

    'ครับ...แต่ผมไม่สบายใจเลยที่ไปอยู่กับผู้หญิงแบบคุณฮารุกะ เพราะจากข้อมูลที่คุณบอกผม เธอเป็นเลขาให้กับบอสใหญ่ เป็นคนจัดหาผู้หญิงให้กับเอเจนต์ซื้อขายหรือนักธุรกิจด้วย แถมยัง...' 

    น่าจะมีลูกเล่นแพรวพราวในการโปรยเสน่ห์อีกต่างหาก แต่เขาก็ไม่ได้พูดต่อจนจบประโยค เพราะถ้าพูดไป..มันคงดูงี่เง่ามากๆ สำหรับหนุ่มสันติบาลที่กำลังหึงหวงแฟนหนุ่ม FBI น่ะสิ

    'ถ้าเธอหมายถึงว่า ชูเขาจะไปหลงเสน่ห์ผู้หญิงคนนั้นมั้ย? ฉันตอบเลยว่าไม่!!' โจดี้เหมือนจะรับรู้ความกังวลของฟุรุยะ เธอเสริมต่ออีกว่า 'ชูเขารักเธอมากนะเรย์ ฉันไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้เลย เขาดูกระวนกระวายใจมากๆ และก็บ่นถึงแต่เรื่องเธอ...เธอควรเชื่อใจเขานะ'

    'ลองคิดดูดีๆ นะเรย์...ตั้งแต่เธอรู้จักชูมา ชูเคยทำให้เธอผิดหวังในตัวเขาบ้างรึเปล่าล่ะ?'

    ฟุรุยะนึกย้อนไปตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้ากันในองค์กรชุดดำ วันที่เขาเข้าใจผิดว่าอากาอิเป็นคนยิงสก็อตซ์เพื่อนของเขาตาย วันที่เขาถูกยินจับเป็นตัวประกัน วันที่ต่อยตีกันบนชิงช้าสวรรค์เรื่องชิงตัวคุราโซ่ วันที่เขาได้รับรู้ความจริงเรื่องสก็อตซ์ เรื่อยไปจนถึงวันที่พวกเขาร่วมกันปราบปรามองค์กรชุดดำจนสิ้นซาก

    ...ไม่มีวันไหนเลย...ที่อากาอิทำให้เขาผิดหวัง...

    'ครับ ผมเข้าใจแล้วครับ' ฟุรุยะเข้าใจว่าแฟนหนุ่มของเขาคงหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เขาจึงพยายามทำความเข้าใจและเชื่อมั่นในตัวอากาอิเสมอมา

    จนกระทั่ง...

    "ไม่กินด้วยกันเหรอ? ที่รัก" อากาอิเรียกเขา

    "ชูกินไปก่อนนะ ผมว่าจะไปคัดผ้าซักก่อนน่ะ เอาผ้าลงเครื่องแล้วจะมากินนะ"

    อากาอิพยักหน้าเข้าใจในปากเต็มไปด้วยสลัดเครื่องเคียง สีหน้ามีความสุข

    ฟุรุยะเดินไปยังตะกร้าผ้ารอซัก ปกติเขาจะรอให้ถึงวันหยุดก่อนถึงจะซัก แต่ดูจากปริมาณผ้าที่เยอะเกินไปแล้ว คิดว่าซักไปก่อนเลยดีกว่า

    ระหว่างที่กำลังคัดผ้าแยกอยู่นั้นก็มีถึงเสื้อเชิ้ตสีขาวเจ้าปัญหาตัวนั้น ฟุรุยะจ้องมองด้วยสีหน้าขุ่นเคืองไปยังรอยลิปสติกสีแดงสด นี่มันหาเรื่องกันชัดๆ!!!

    "ชู!!! อธิบายมาเดี๋ยวนี้นะ!!!"

    ฟุรุยะเดินเข้ามาหาอากาอิที่โต๊ะกินข้าวพร้อมเสื้อตัวนั้น อากาอิทำหน้างง "มีอะไรเหรอจ้ะ? ที่รัก"

    "จะอะไรซะอีก!! คุณได้กับนางนั่นมาแล้วใช่มั้ย? หลักฐานทนโท่อยู่ซะขนาดนี้!!" เขาเขวี้ยงเสื้อใส่หน้าอากาอิทันทีแล้วเสื้อตัวนั้นก็ลอยละลิ่ว...ผัวะ เข้าตรงหน้าอากาอิเต็มๆ 

    "น่าเกลียด!!! บ้าที่สุด!!! คนอย่างนายนี่มัน!!! ใช่สิ!! เพราะฉันเป็นผู้ชายไงคุณถึงไม่พอใจ พอได้งานนี้ มิน่าาา..ตั้งใจทำงานใหญ่เชียว หวังจะเคลมเป้าหมายใช่มั้ย??!! เกลียดที่สุดเลย!!!"

     "อ..อะ...อะไรกัน พี่ไม่รู้ตัวเลย พี่กับมิจิยังไม่มีกันนะ เรย์คุงฟังพี่ก่อนนน!!"

    "ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น!!!" เสียงของฟุรุยะเริ่มสั่นเครือ น้ำตาเริ่มเอ่อรื้นขึ้นในดวงตา "ผมเสียใจจริงๆ ฮือออ"

    "เรย์คุง... มันไม่ใช่แบบที่เธอคิดนะ พี่กับมิจิไม่มีอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างเป็นเพราะงานทั้งหมด"

    "ฮืออออออ...ออกไปเลยนะ" ฟุรุยะเดินไปหยิบผ้าในส่วนของอากาอิทั้งหมดมาทั้งตะกร้าแล้วโยนให้เขา

    "ผมกับคุณ...เราเลิกกัน!!! เอาผ้าไปซักเองเลยนะ แล้วก็... ออกไปจากบ้านผมด้วย"

    'เอ่อ...นี่มันบ้านของพี่นะเรย์... แต่อย่าพูดไปเลย เดี๋ยวตาย...'

    "เรย์หึงพี่เหรอ? พี่ไม่เคยเห็นเรย์หึงพี่ขนาดนี้มาก่อนเลย"

    ฟุรุยะชะงักไปนิดนึง เขารู้เหรอ...ว่าเราหึงเขา

    "ไม่ได้หึงสักหน่อย!!! อย่ามาหลงตัวเองนะ!! จะไปไหนก็ไปเลย!!!" อากาอิยิ้มกว้างแม้จะโดนด่า 

    ....หึงจริงๆ ด้วย...ดีใจจัง...

    ฟุรุยะเดินเข้ามายกตะกร้าที่เขวี้ยงใส่อากาอิเมื่อกี้นี้ไปไว้หน้าประตูบ้าน 

    "เอาไปซักเองเลย!!! น่ารังเกียจที่สุด!!!"

    "พี่ซักผ้าไม่เป็นครับ" อากาอิตอบหน้าตาเฉย ก็จริงนี่หว่า ตอนอยู่อังกฤษหรืออเมริกาก็ส่งซักรีดหมด แม้แต่ตอนเป็นโอกิยะ สึบารุ วันๆ นอกจากทำแกงกระหรี่กับส่องฟุรุยะ เรย์แล้ว...ชีวิตก็ไม่ทำอะไรอีกเลย...

    "ข้างล่างมีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ" ฟุรุยะยังอุตส่าห์บอก

    "เหรอ...เดี๋ยวลงไปซักก็ได้" 

    ตอนนี้เขาหมดอารมณ์กินข้าวต่อแล้ว... ลงไปซักผ้าก็ดีเหมือนกัน...เขาเดินคอตกไปเอากระเป๋าเหรียญแล้วออกจากบ้านไป โดยอุ้มตะกร้าผ้าไปด้วย เขาลงลิฟต์มาชั้นแรก เดินเข้าไปในร้านเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ 

    'ทำตามขั้นตอนมันคงไม่ยากมั้ง?'

    'เอ...แล้วของเราต้องเลือกโปรแหรมซักแบบไหนหว่า? มีท้งปกติ ถนอมผ้า และขจัดสิ่งสกปรก...อยากได้ทั้ง 3 แบบเลยอ่ะ กดอันไหนดี...อืมมมม...ใช้น้ำประมาณไหนดีเนอะ?...เอาเท่านี้แล้วกัน...อืมมมม แล้วต้องรอนานแค่ไหนเนี่ย อืมมมม ขึ้นไปหาเรย์ก่อนได้มั้ย? หรือต้องรอผ้าซักเสร็จก่อนดี แบบไหนดีหว่า?...'

    อากาอิงุ่นง่านอยู่กับตัวเองและเครื่องซักผ้า ชีวิตคุณชายผู้แทบไม่เคยแตะงานบ้านมาก่อน ต้องมาซักผ้าเองเพราะทะเลาะกับแฟน

    หากใครเดินผ่านหน้าร้านเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญในวันนั้น คุณจะได้เห็นภาพของ FBI หนุ่ม (ตามรอยปักบนเสื้อแจ๊คเก็ตที่เจ้าตัวใส่อยู่) ก้มๆ เงยๆ พินิจพิเคราะห์เครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญราวกับเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเลยทีเดียว FBI ผู้ผ่านมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำแต่ไม่ถนัดกับการใช้เครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญเลย...
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in