N[wh]YCFAY
N[wh]YC : สนามบินระดับโลก
  • เราไม่เคยไปสิงคโปร์มาก่อนในชีวิต แต่รู้ว่าสนามบิน Singapore Changi นั้นเป็นสนามบินอันดับหนึ่งของโลก 2 ปีซ้อนแล้ว 


    หลังจากถึงสนามบินสิงคโปร์ในช่วงค่ำ สิ่งแรกที่ลงเครื่องแล้วสัมผัสได้เลยคือทำไมสนามบินนี้มันหอมจังวะ (เคยรู้สึกกันมั๊ยว่าแต่ละที่มันก็มี "กลิ่น" ของมัน)  แค่ขาเข้าก็มีร้านนู่นนี่ให้ชอปปิ้งมากมายแล้วหรอเนี่ย โอ้วแม่เจ้า ว่าแล้วก็แวะช็อปอดิดาสซักหนึ่งดอก เสร็จแล้วก็เช็คอินในเฟสบุคสวยๆจาก Wifi ฟรี ที่เราสามารถรับจากจุด Information ก็ได้ หรือรับจาก Kiosk ก็ได้ 

    สนามบินนี้มีพื้นที่พอให้เราหามุมเงียบๆ กางกระเป๋าขนาด 21 นิ้วและ 28 นิ้ว ออก เอาอาหารกระป๋องทั้งหลายจากกระเป๋า Carry On ยัดลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ แล้วเอาถุงยังชีพประเภทเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนบนไฟลท์ ทิชชู่เปียก เครื่องสำอาง แปรงสีฟันยาสีฟัน หนังสืออ่านเล่น กระเป๋ากล้อง มาแทนที่ เสร็จแล้วก็โยนกระเป๋าหนักๆใส่รถเข็น เตรียมไปอีก Terminal ด้วยโมโนเรลที่วิ่งระหว่าง Terminal 

    เข็นขึ้นมาถึงแค่ชั้น 2 ความเด๋อครั้งที่หนึ่งคือเราจอดรถทิ้งไว้หน้าMonorail แล้วลากกระเป๋าเข้าไปเปล่าๆ แต่พอหันไปดูชาวบ้าน อ้าว เค้าเข็นรถเข้ามาด้วยนี่หว่า คือมันเอาเข้ารถได้เว้ย ป้ายก็ไม่มีห้าม ใครๆก็ทำกันทั้งนั้น (คือมันก็ make sense ดีนะ ตอนนั้นก็ได้แต่คิดว่าทำไมเด๋อวะ 55555) 

    ส่วนความเด๋อครั้งที่ 2 คือนั่ง Monorail ไปลง Terminal 2 เพราะความจำผิดว่า Ippudo อยู่ที่นั่น (แลกเงินสิงคโปร์มานิดหน่อยเพื่อสิ่งนี้) เดินหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จนมาเปิดกูเกิ้ลดูถึงรู้ว่ามันอยู่ Terminal 3!! พอ นี่ก็ต้องลากกระเป๋าเดินไป Terminal 3 อีก ทั้งที่เมื่อกี้นั่งโมโนเรลไปก็ถึงแล้ว พอหลังเช็คอินเสร็จก็ไปเดินหาร้านข้าว ยัง ยังไม่เจออีก แถมTerminal นี้คนยังบางตาจนเหมือนผีจะหลอก อะไรคือสนามบินอันดับ1ของโลก ไหนวะเก้าอี้นวด ไหนวะร้านข้าว 

    พื้นที่เช็คอินกว้างขวาง
    เดินเซ็งๆไม่รู้จะไปไหนดี อีกตั้งเกือบสี่ชั่วโมง เออ เข้าเกทก็ได้ 
    พอมาถึงเท่านั้นแหละ 
    อ๋อ ความละลานตามันอยู่ในเกทต่างหาก

    จ้ะนังเด๋อ...

    (คงจะเป็นเหตุผลออกแบบมาเพื่อดึงคนให้เข้าเกทไวๆ แทนที่จะอ้อยอิ่งอยู่ข้างนอก ถ้าเข้าเกทไว โอกาสตกเครื่องก็มีน้อยลงนะเราว่า)  

    Ippudo จาก Ippudo Express ฮือออ เค็ม 

    กะหรี่ปั๊บร้าน Tip Top ขออภัยที่กล้องไม่โฟกัสค่ะ ถ่ายไปถือไปมันยากจริง ไส้ก็ทะลัก มือก็มัน รสชาติก็ กะหรี้กะหรี่

    เก้าอี้ดนตรี ลุกแล้วเสียม้าเลยทันที 

    ปลั๊กก็มี โซฟาก็มา จุดกดน้ำฟรีก็เยอะ ห้องน้ำก็สะอาด วุ้ย ดีไปหมด

    เราผลาญเวลาเกือบสี่ชั่วโมงไปกับการกินข้าว นวดขา ชาร์จแบต คุยไลน์กับเพื่อน แปรงฟัน ล้างหน้า พอราวตีหนึ่งก็ได้เวลาไปรอบอร์ดที่หน้าเกท สำหรับวันนี้ เราจะบินด้วย Qatar Airways สายการบินแขก ที่เพิ่งจะโดน USA แบนเรื่องห้ามนำ Electronic devices ขึ้นเครื่องไปหมาดๆ 

    เบาะเหมือนจะดี แต่นอนไม่สบายเลยแฮะ
    เที่ยวบินจากสิงคโปร์ไปโดฮาจะเป็น A350 ใหม่กริ๊บ ส่วนสภาพเราในตอนนี้ ง่วง พร้อมนอน แต่ต้องกินขนมเบรคก่อน ฮี่ๆ 

    ถุงยังชีพที่แจกบนเครื่องบิน 
    เปิดถุงออกมาจะเจอ ถุงเท้า ผ้าปิดตา แปรงสีฟันพร้อมยาสีฟัน (แปรงแข็งมาก) 

    ไปก่อนนะสิงคโปร์

    ขออภัยที่รูปสีเพี้ยนมาก เนื่องจากไฟม่วงมากๆ 

    เบรคที่แจกตอนตี 3 ประกอบไปด้วยแซนวิช เค้กแบบแขกๆ และเครื่องดื่ม ใจอยากกินไวน์ แต่กลัวนู่นนี่นั่น ที่สำคัญต้องบินอีก 10 กว่าชั่วโมง เจ้ากล่อง Sweet & Savory นี้เราจะไม่พูดถึงมันเพราะเราไม่ชอบ ส่วนในแก้วนั้นเป็นน้ำสับปะรด เปรี้ยวมาก 

    Flight time จากสิงคโปร์ไปโดฮาราว 7.30 ชั่วโมง ส่วนเรา หลังกินก็นอนยาว ตื่นอีกทีใกล้เสิร์ฟรอบสอง เหมือนรู้เวลากิน 55555 
    โจ๊กยามเช้า 
    โจ๊กอร่อยมากกกกกก อร่อยที่สุดแล้วสำหรับเมนูบนไฟลท์กาต้าร์ เพราะหลังๆ เจอแต่ข้าวหมกไก่ทู้กกกกรอบ  




  • ถึงโดฮาตอนเช้าตรู่ รอต่อเครื่อง 2 ชั่วโมงเศษ ถือว่ากำลังพอดี เพราะจะได้มีเวลาเดินเล่น สำรวจสนามบินที่อยู่ในอันดับ 6 ของสนามบินที่ดีที่สุดในโลก สนามบินนี้ดูหรูหรา ใหม่เอี่ยม เพิ่งจะครบรอบ 6 ปีเท่านั้นเอง  


    ถ้ามาสุวรรณภูมิต้องถ่ายกับยักษ์ฉันใด มาโดฮาก็ต้องถ่ายกับหมีฉันนั้น

    Facilities แบบฟรีๆ จัดเต็มมากๆ ทั้งน้ำฟรี ห้องน้ำสะอาด มีพื้นที่เด็กเล่น มุมดูทีวี มุมเหยียดขานอนหลับ มุมชาร์จแบต อยากเล่นคอมก็มี Mac ให้เล่น Wifi ก็ฟรี ตัดบ่อยแต่ต่อได้เรื่อยๆ แต่ข้อเสียคือของกินแพงมาก 1บาทกาต้าร์ที่เท่ากับ 9.45 บาทของไทย แล้วกาแฟแก้วละ 20 บาทกาต้าร์ ว้อยยยย กาแฟบ้าอะไรแก้วละสองร้อย อ้อ ที่นี่รับ $ นะ แต่ไม่ทอนจ้า ถ้าเหลือเงินทอนนางจะให้เราแลกซื้อลูกอม เวเฟอร์บ้าบอ ความแขก 
    โซนคอมฟรี เอาแมคให้ใช้เลยจ้า  

    ร้านขายของกินจุกจิก แพงนะ น้ำส้มแก้วเป็นร้อย 

    อยากซูมให้เห็นราคา กราโนล่า 150 แซนวิช 270 คิดเป็นเงินไทยนะ เฮือก!! 

    ทางเราก็ได้แต่วินโดว์ชอปปิ้งกันต่อไป 

    อ้อ ที่สำคัญสนามบินนี้มี "สายฉีดชำระ" เหมือนบ้านเราเป๊ะ เราโหวตให้ที่หนึ่งเลย 555555

    สายชำระที่นี่มันต้องหมุนก๊อกแล้วลองฉีดเทสดูความแรงของน้ำก่อนนะ ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน 

    ดูที่นั่งในรถโมโนเรล สบายกว่าเก้าอี้ออฟฟิศตรูอีก 

    อ้อ อย่างที่บอกคือตอนเราไป สายการบินตะวันออกกลางติดแบนเรื่อง Electronic Devices สำหรับไฟลท์ที่จะไปอเมริกาและอังกฤษ ซึ่ง ณ จุดนี้ หากใครมีกล้อง ไอแพด โน้ตบุค หรืออะไรทั้งหลายแหล่ที่มันมีแบตเตอร์รี่ (ยกเว้นโทรศัพท์มือถือ) ต้องไปทำเรื่องโหลดที่หน้าเกท ก่อนบอร์ดดิ้งนะฮะ 

    วิธีการก็ไม่ยาก ไม่ซับซ้อน แค่ถืออุปกรณ์ดังกล่าวไปสารภาพกับเจ้าหน้าที่หน้าเกท เค้าก็จะพาเราไปอีกเคาเตอร์นึง จัดการห่อหุ้มด้วยบับเบิ้ลยักษ์ แพ็คลงกล่อง ห่อถุง ติดป้าย Fragile เรียบร้อยแล้วก็เอากลับมาฝากเจ้าหน้าที่หน้าเกทให้โหลด ซึ่งก่อนโหลดนั้น เค้าจะมีใบให้เราเซ็นยินยอม หากอุปกรณ์เสียหายจะไม่รับผิดชอบ (แล้วชั้นเลือกอะไรได้มั๊ย) ก่อนมอบแท็กอันใหม่ให้เราไปรับของที่สนามบินปลายทาง 

    ตรงนี้ใช้เวลาราว 10นาที ควรเผื่อเวลา

    ที่นี่ค่อนข้างเรียกบอร์ดอย่างเป็นระเบียบ มีการจัดโซนให้ผู้โดยสารนั่งเป็นโซน อ้างอิงตามที่นั่งบนเครื่อง เรียกบอร์ดทีละโซน ย้ำว่าทีละโซน เราว่ามันค่อนข้างช่วยลดปัญหาความวุ่นวายหรือการแซงคิวไปได้พอสมควรเลย 

    เสร็จแล้วก็ได้เวลาบอร์ด 
    Flight Time ราว 14 ชั่วโมง กำลังเริ่มต้น


    บ๊ายบายโดฮา อีก8วันเจอกันใหม่นะ




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in