ในเพลงลิสต์Tatiya Kaewchan
5 เหตุผลที่คุณควรไปคอนเสิร์ต 'Liam Gallagher' ฟร้อนท์แมนตัวแสบในตำนาน
  • เลียม กัลลาเกอร์ มาเปิดคอนเสิร์ตที่ไทย !!!!!! 
    ฟักกิ้ง ไบบิเบิ้ล ก่อนตายต้องได้ไปดูสักครั้ง 

    หมายเหตุ : คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ใช่คอนเสิร์ตของ Oasis นะ (เพราะวงแตกไปแล้วจ้า) แต่เป็นคอนเสิร์ตในฐานะศิลปินเดี่ยวครั้งแรกของ 'เลียม กัลลาเกอร์' (Liam Gallagher) อดีตฟร้อนท์แมนของ Oasis นั่นเอง ส่วนเพลงที่จะใช้เล่นในคอนเสิร์ตก็เป็นเพลงใหม่ของเลียม ผสมกับเพลงเก่าๆของ Oasis 

    เลียม กัลลาเกอร์ 

    ถือว่าเป็นข่าวโคตรดีส่งท้ายปีสำหรับชาวไทยที่เป็นแฟนเพลงของวงดนตรีบริทป็อบระดับตำนานอย่าง Oasis ที่จะได้มีโอกาสชมคอนเสิร์ตของ (น้า) 'เลียม กัลลาเกอร์' อดีตฟร้อนท์แมนตัวแสบที่เคยเคียงคู่กับพี่ชาย 'โนล กัลลาเกอร์' แห่งวง Oasis เจ้าของเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของเพลงดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Supersonic, Live Forever, Wonderwall, Stand by me ฯลฯ  แม้ว่าปัจจุบันนี้เลียมและโนลจะแยกกันทำงานเพลงในฐานะศิลปินเดี่ยว แต่ทั้งคู่ก็ขยันมีกระแสข่าวไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะเรื่องกัดแซะกันไปมาตามประสาคนเคยรัก (และยังรักอยู่ แต่ไม่แสดงออก ไม่ต้องการบอก ไม่ให้รู้หรอก) 

    โนล กัลลาเกอร์ 

    หลังจากที่พี่โนลไปได้ดิบได้ดีกับโซโลเดี่ยว Noel Gallagher's High Flying Birds ก็ถึงเวลาของน้องเลียมที่จะกลับมาทวงบัลลังก์ร็อกแอนด์โรลอีกครั้งในรอบหลายปี เพราะหลังจากที่ Oasis วงแตก ก็ไปตั้งวงใหม่ในนาม Beady Eye แต่ก็ยุบวงไปอีกครั้ง แถมเจอมรสุมชีวิตครอบครัว (ที่ก่อขึ้นเอง) ทำให้หายหน้าหายตาจากงานเพลงไปพักใหญ่ๆ จนกระทั่งปี 2017 เลียมกลับมาขอคืนฟอร์มด้านดนตรีอีกครั้งในฐานะศิลปินเดี่ยว โดยได้ปล่อยซิงเกิ้ลเพลง Wall of Glass ออกมาให้ฟังกัน ก่อนจะตามมาด้วย Chinatown และ For What It's Worth จุดกระแสให้แฟนเพลงหวนคิดถึงกลิ่นอายของ Oasis วงดนตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นตำนานบริทป๊อบแห่งยุค 90s อีกครั้ง 


    สำหรับอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกของเลียมมีชื่อเก๋ๆว่า As You Were ปล่อยให้ฟังแบบเต็มๆเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งได้สร้างปรากฎการณ์ As You Were ไปทั่วเกาะอังกฤษมาแล้ว ตอนนี้เลียมก็กำลังอยู่ในช่วงทัวร์คอนเสิร์ต และหนึ่งในจุดหมายปลายทางของเฮียแกก็คือ Bangkok จ้า เชื่อว่าตอนนี้สาวกหลายคนคงกำลังยิ้มกันปากฉีกถึงหูแน่นอน เพราะจะได้เตรียมตัวไปดูคอนเสิร์ตของร็อกไอคอนในวันที่ 12 มกราคม 2561 ตำนานมาเยือนถิ่นไทยแลนด์ทั้งที ก็ขอมีส่วนร่วมสักหน่อยโดยการแนะนำเพลงจากอัลบั้ม As You Were พร้อมกับเผย 5 เหตุผลว่าทำไมเราควรไปดูคอนเสิร์ตของเลียม กัลลาเกอร์  ในครั้งนี้ !

    1. เลียม กัลลาเกอร์ คือฟร้อนท์แมนระดับตำนาน


    ย้อนกลับไปในช่วงยุค 90s ไม่มีคอเพลงสากลคนไหนไม่รู้ัจักหนุ่มแมนเชสเตอร์สุดคูลผู้มีนามว่า 'เลียม กัลลาเกอร์' ในฐานะฟร้อนท์แมนวง Oasis เจ้าของเสียงร้องเพลงฮิตที่ไม่มีใครเทียบได้ในยุคนั้น เพลงในอัลบั้มดังเกือบทุกเพลง นอกจากจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลด้านดนตรีแห่งยุคที่มีวีรกรรมห่ามๆให้เล่าขานกันในหมู่สาวกแบบไม่จบไม่สิ้นแล้ว เลียมยังเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นเสื้อโอเวอร์ไซส์ แว่นกันแดดเท่ๆ ทรงผมสุดเนี๊ยบ ท่าเดินกวนบาทา และท่าร้องเพลงแบบมือไม่สัมผัสไมโครโฟนที่เป็นเอกลักษณ์ ความโด่งดังของเลียมในยุคนั้นทำให้ในแต่ละวันมีแฟนเพลงนับสิบๆคนมานอนรอที่หน้าบ้านเพื่อดักเจอเลียมและขอลายเซ็น นอกจากนี้ ในปี 1996 วง Oasis ยังเคยขึ้นเล่นคอนเสิร์ตที่ Knebworth ที่มีแฟนเพลงกว่า 250,000 คน หรือ ประชากรอังกฤษร้อยละ 4 ที่ซื้อบัตรเข้ามาชม

    แฟนเพลงในคอนเสิร์ตที่ Knebworth ปี 1996

    แม้จะเวลาจะผ่านไปมากกว่า 20 ปี แต่สไตล์ต่างๆของเลียมคนนี้ก็ยังคงเดิม โดยเฉพาะปากร้ายๆที่ชอบแซะคนอื่นเป็นงานอดิเรก ทั้งผ่านการให้สัมภาษณ์สื่อและผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว แต่กลับเป็นสิ่งที่ทำให้แฟนเพลงรักและเอ็นดูเลียมมากขึ้น (อ้อเหรอออ) แฟนเพลงที่โดนเลียมตอบทวิตด่าแทนที่จะโกรธ กลับรู้สึกฟินเว่อร์ๆ นอกจากนี้เลียมยังขึ้นชื่อเรื่องความเป็นคนมีอารมณ์ขัน (แบบกวนตีนๆ) รับรองว่าทุกการให้สัมภาษณ์ของเลียมไม่น่าเบื่อแน่นอน มันจะมีวรรคทองออกมาให้แฟนๆจดจำเสมอ ในปี 2012 เลียมได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในฟร้อนท์แมนตลอดกาลของวงการเพลงอีกด้วย

    ที่สำคัญลูกชายของเฮียแก 2 คน ทั้งน้อง Lennon และ น้อง Gene อื้อหือเทสตี้มากๆ 
    ภาพปลากรอบไม่เกี่ยวกับคอนเสิร์ต แต่อยากลงเฉยๆ  

    ____________________________________________________________________________________________________

    2. อัลบั้ม As You Were ยอดขายทะลุแสนก๊อปปี้ภายใน 1 สัปดาห์


    เลียม คนขี้อวด

    สมัยนี้ไม่ค่อยจะมีใครซื้อแผ่นซีดีเพลงกันแล้ว เพราะสามารถฟังผ่านสตรีมมิ่งได้ แต่หลังจากที่อัลบั้ม As You Were วางจำหน่าย กลับสร้างปรากฎการณ์ขึ้นอีกครั้งด้วยการจำหน่ายแผ่นไวนิลได้มากถึง 16,000 แผ่นในสัปดาห์แรก นับว่าเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 20 ปี ทำให้อัลบั้มของเลียมขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ในอังกฤษนอกจากนี้ยอดจำหน่ายรวมของอัลบั้ม As You Were ยังขายได้ 103,000 ก๊อปปี้ ภายในสัปดาห์แรก โดยแบ่งเป็นแผ่นซีดีร้อยละ 91 และดิจิทัลดาวน์โหลดอีกร้อยละ 9 แถมอัลบั้มยังทะยานขึ้นอันดับ 1 ใน iTune Chart ของหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย !

    ไอ้เจ้าตัวเลข 103,000 ก๊อปปี้นับว่าสนใจมาก เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนซื้ออัลบั้มเพลงกันจริงๆแหละ ส่วนใหญ่ก็ฟังผ่านยูทูป สตรีมมิ่งฟังฟรีๆ หรือไม่ก็ดาวน์โหลดเฉพาะเพลงบางเพลงที่ชอบจริงๆ แต่อัลบั้ม As You Were ของเลียมกลับทำยอดขายได้แสนกว่าก็อปปี้เลยนะ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าแฟนเพลง Oasis คิดถึงเลียมกันด้วยแหละ แถมแนวเพลงชุดนี้ก็ให้บ่งบอกถึงความเป็นเลียมจริงๆ และเลียมยังลงมือแต่งเพลงเองร่วมกับโปรดิวเซอร์ด้วย เลียมเคยให้คะแนนอัลบั้ม As You Were ของตัวเอง 11 เต็ม 10 อ่ะ คิดดู คนบ้า 555

    (รู้หรือไม่สมัยที่ Oasis ออกอัลบั้มชุดที่ 3 Be Here Now ในปี 1997 สามารถขายได้มากถึง 424,000 ก็อปปี้ ภายในวันเดียว ! นี่คือเฉพาะในอังกฤษนะ โอ้โหบ้าไปแล้ว วันแรกที่อัลบั้มวางแผง มีคน 400,000 กว่าคนมาซื้ออัลบั้มงั้นเหรอ ไม่ดังจริงทำไม่ได้นะเนี่ย ลองดูคลิปข้างล่างนี้แฟนเพลงมารอซื้ออัลบั้มกันตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด แถมมีสื่อมารอทำข่าวด้วย จะว่าไปยุคสตรีมมิ่งในปัจจุบันมันก็ทำให้เสน่ห์บางอย่างหายไปเหมือนกันเนอะ)


    ____________________________________________________________________________________________________

    3. จะได้ฟังเพลง Oasis เก่าๆ ในคอนเสิร์ตแน่นอน


    แฟนเพลง Oasis จำนวนมากอาจจะบ่นอุบว่า ไม่ได้ฟังเพลงในอัลบั้มเดี่ยวเลียมเลยว่ะ ร้องเป็นอยู่ไมกี่เพลงแต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะเลียมออกมาบอกแล้วว่า จะนำเพลงเก่าๆของ Oasis ที่ตัวเองร้องมาเล่นในคอนเสิร์ตให้มากขึ้น ทำให้ set list เพลงของเฮียแกนอกจากจะมีเพลงจากอัลบั้มใหม่แล้ว ยังมีเพลงเก่าๆของ Oasis ที่ทุกคนคิดถึงอีกด้วย เช่น Wonderwall , Live Forever , Rock n Roll Star , Slide Away ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ฟังเพลงดังระดับโลกสุดคลาสสิกจากลูกคอของ เลียม กัลลาเกอร์ ด้วยหูของตัวเองสักครั้ง (ในชีวิต)  

    แต่ที่สร้างเซอร์ไพรส์สุดๆคือเฮียแกประกาศว่าตั้งแต่ พ.ย. เป็นต้นไปจะเริ่มเอาเพลงอื่นๆของ Oasis ที่ไม่ค่อยได้ร้องมาใส่ไว้ใน set list ให้มากขึ้น (เอาดีๆ ร้องเพลงเก่ามากกว่าเพลงใหม่แล้วนะ 555) ตอนนี้เลียมก็เริ่มเอาเพลง  Be Here Now , Some Might Say, Cigarette and Alcohol, I'm Outta Time และ Rockin' Chair มาร้องด้วยแหละ (ดีใจมากที่อาจจะได้ฟัง Rockin' Chair ในคอนเสิร์ตแบบสดๆ) 

    ทั้งนี้ เพลงในอัลบั้ม As You Were ก็ดีงามทั้งนั้น เลียมลงมือแต่งเพลงเองร่วมกับโปรดิวเซอร์ด้วย และมีการเพิ่มเพลงพิเศษให้ฟังกันด้วย สำหรับเราชอบเพลงในอัลบั้มนี้หลายเพลงมาก For What It's Worth, Paper Crown, Universal Gleam, Come Back To Me, Bold, When I'm In Need,  I've Never Wanna Be Like You เอ่อเกือบครบทั้งอัลบั้มแล้วป่ะ
    ____________________________________________________________________________________________________

    4. เลียมอายุ 45 แล้วนะ ไม่ดูครั้งนี้แล้วจะได้ดูอีกทีเมื่อไหร่ล่ะ 


    แฟนเพลงหลายคนยังคงจำภาพของเลียม กัลลาเกอร์ ว่าเป็นเด็กหนุ่มท่าทางเฟี้ยวๆ ทรงผมเท่ๆ สวมเสื้อโค้ทและแว่นดำ พูดสำเนียงแมนเชสเตอร์ ยืนร้องเพลงด้วยท่ามือไขว้หลัง มือไม่สัมผัสไมโครโฟน แม้ว่าทุกวันนี้เลียมยังคงมีท่านี้อยู่เวลาร้องเพลง แต่เฮลโหลวว ฮีอายุ 45 แล้วนะ (เป็นชายวัยกลางคนที่นอกจากจะยึดอาชีพนักร้อง ยังยึดอาชีพนักแซวนักแขวะมืออาชีพอีกด้วย) แม้จะไม่ได้แก่แบบจริงๆจังๆ เพราะมีนักร้องอายุมากกว่านี้ที่ยังเจ๋งและทัวร์คอนเสิร์ตอยู่ เช่น เซอร์พอล แมคคาร์ตนีย์ อดีตสมาชิก The Beatle อายุ 75 ปี , Morrissey อดีตฟร้อนท์แมน The Smiths อายุ 58 ปี และพี่โนล กัลลาเกอร์ ของน้องเลียม อายุ 50 ปี 

    ซึ่งหลังจากคอนเสิร์ตครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเลียมจะออกอัลบั้มใหม่อีกทีเมื่อไหร่ และยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสมาทัวร์ที่ไทยอีกมั้ย (Oasis เคยมาเมืองไทยครั้งล่าสุดเมื่อปี 2006) เพราะฉะนั้นโอกาสดีๆสำหรับแฟนเพลงที่ครั้งหนึ่งในชีวิต 'เลียม กัลลาเกอร์' บินมาเล่นให้ดูถึงถิ่น จะพลาดได้ยังไง ไม่ต้องบินไปดูไกลถึงอังกฤษเลย แถมแฟนๆชาวไทยจะได้ช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึกที่ขนมาจากอังกฤษอีกด้วย ใครอยากได้เสื้อ RKID ของแท้ล่ะก็ งานนี้เตรียมเงินไปให้พร้อม (ลองเข้าไปเช็คราคาเบื้องต้นได้ในเว็บไซต์ทางการของ Liam Gallagher)


    เราว่าเสียงร้องเพลงของเลียมในวัย 45 นี่ดีกว่าสมัยช่วงปลายๆ Oasis เยอะเลยนะ เพราะตอนนั้นนอกจากพฤติกรรมการดื่มการเสพแล้ว สไตล์การร้องแบบตะเบ็งก็คงส่งผลกระทบต่อเสียงมาก แต่เดี๋ยวนี้เลียมบอกว่าเขากลับมาดูแลเสียงตัวเองมากขึ้น เพราะการมีเสียงที่ดีและยังสามารถร้องเพลงได้ นี่คือความสุขในชีวิต 


    ทันทีที่ร้องเพลง Wall of Glass จบ น้าเลียมก็วิ่งออกไปฉี่ระหว่างที่กำลังออนแอร์รายการวิทยุในสหรัฐฯ

    _____________________________________________________________________________________________________

    5. เพราะร็อกแอนด์โรลคนสุดท้ายของโลก (เฮียแกว่างั้น) ยังไม่ตาย !


    "แม่งพูดกันไปได้ว่าร็อกแอนด์โรลตายไปแล้ว ทั้งๆที่กูยังหายใจอยู่เนี่ยนะ" เลียมกล่าวไว้ อย่างที่รู้ๆกันนอกจากเลียมจะคลั่งไคล้และเป็นติ่งของ 'จอห์น เลนน่อน' แห่ง The Beatles แล้ว เลียมยังภาคภูมิใจในฐานะศิลปินที่มีความเป็นร็อกแอนด์โรลแบบเต็มเปี่ยมอีกด้วย ที่ต้นแขนขวาของเลียมมีรอยสักสัญลักษณ์ TCB Faith Spirit Discipline โลโก้ของ 'เอลวิส เพรสลีย์' นักร้องร็อกแอนด์โรลผู้โด่งดังอีกด้วย (สักทับชื่อ Patsy ภรรยาคนแรก) 


    เหล่าสาวกก็ชอบอวยกันว่าเฮียแกน่ะคือ "Legend" (ตำนาน) และเป็นร็อกแอนด์โรลคนสุดท้ายของโลกที่ยังมีลมหายใจ แต่ก็นั่นแหละปฏิเสธไม่ได้ว่าเฮียแกก็เป็นตำนานจริงๆ เลียมเคยให้สัมภาษณ์ว่า ทั้งๆที่เขาอายุมากแล้ว แต่ความคลั่งไคล้ของแฟนๆก็ยังไม่เสื่อมคลาย มีแฟนเพลงถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะรียูเนียนวง และเพลง Oasis ก็ยังมีคนฟังทุกวัน แม้มันจะมีอายุมากกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม นั่นเป็นเพราะว่า "ผมเป็น Rock 'N' Roll Star ส่วนศิลปินคนอื่นๆในยุคนี้น่ะทำตัวโคตรน่าเบื่อ แต่ตัวผมนี่แหละงานเพลงก็ดี แถมมีสไตล์แบบชาวร็อกแอนด์โรลอีก มันทำให้ผมไร้เทียมทาน"  


    เพิ่มเติม : เลียมติ่ง จอห์น เลนนอน มากถึงกับขนาดบอกว่าตัวเองเป็น จอห์น เลนนอน กลับชาติมาเกิด โนลเคยให้สัมภาษณ์ว่า "ไอ้เลียมมันเพี้ยนหนัก เคยพูดสำเนียงสเกาเซอร์อยู่สองสามวัน แถมให้ผมเรียกชื่อมันว่า จอห์น อีก แต่ผมอยากเรียกมันว่า ไอ้หน้าฮี มากกว่าว่ะ"
    _____________________________________________________________________________________________________

    ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่เรื่องราวแสบซ่าเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ เลียม กัลลาเกอร์ ฟร้อนท์แมนในตำนาน ที่กลับมาคืนฟอร์มบนเส้นทางสายดนตรีีอีกครั้งในฐานะศิลปินเดี่ยว การได้ไปชมคอนเสิร์ตของตัวท็อปแห่งวงการบริทป็อบน่าจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ในชีวิตที่ต้องเก็บเกี่ยวไว้สำหรับคอเพลงทั้งหลาย ใครยังไม่มีบัตรคอนเสิร์ตเลียม ก็ไปจองกันได้ที่ ticketmelon แล้วเจอกันวันที่ 12 มกราคม 2561 นี้ ณ ไบเทคบางนา ฮอลล์ (พิกัดเดียวกับที่พี่โนลเคยมาเล่นโซโลเดี่ยวตอนปี 2012) 

    Bangkok X LG as you fucking were


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in