Grey Zoneunnderbar__
NELL : The Day Before / This is all that I can say

  • " ในวันหนึ่งผมพบกับเพื่อนที่คาเฟ่ จู่ๆน้ำตาก็ไหลลงมาโดยไม่มีเหตุผล 
    ผมไม่ได้เศร้าด้วย เราแค่คุยกันเรื่องทั่วๆไป 
    ผมคิด เกิดอะไรขึ้น? นี่ผมเป็นอะไรเนี่ย?
    หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน ผมจึงเริ่มเขียนเพลงนี้ 

    และอีก 10 นาทีต่อมา  
    'The Day Before' จึงถูกแต่งขึ้น "

    Jongwan Kim (2012)



    มันคงยากในช่วงแรก
    ผมรับไม่ไหว มันเจ็บปวดมากจริงๆ
    แต่เมื่อยอมรับมันแล้ว
    ตอนนี้ช่างเศร้าเหลือเกิน

    ความจริงแล้ว
    เมื่อทุกสิ่งแหลกสลาย
    มีประโยชน์อะไรที่จะยึดจับไว้?
    หัวใจของเรายิ่งเจ็บปวดมากขึ้น
    แต่ถึงเป็นอย่างนั้น 
    ผมก็สงสัยนะ 
    จุดประสงค์ของการมีชีวิตอยู่คืออะไร?

    ผมโมโหมากในทีแรก
    และผมก็ร้องไห้มากเหลือเกิน
    แต่ยิ่งเป็นอย่างนี้ต่อไป
    ดูสิ ผมมาทำอะไรบนโลกใบนี้กันแน่

    ความจริงแล้ว
    เมื่อทุกสิ่งแหลกสลาย
    มีประโยชน์อะไรที่จะยึดจับไว้?
    หัวใจของเรายิ่งเจ็บปวดมากขึ้น
    แต่ถึงเป็นอย่างนั้น
    ผมก็สงสัยนะ
    จุดประสงค์ของการมีชีวิตอยู่คืออะไร?


    เรายังมีความทรงจำร่วมกันอยู่ไหม?

    บางครั้งกาลเวลาของคุณคงหยุดหมุนเหมือนกันสินะ?


    การจากลาเป็นอย่างไร
    จะรับมันได้ไหม?
    ถ้าคุณเตรียมพร้อมมาแล้ว
    จะเจ็บปวดน้อยลงหรือเปล่า

    ความรักเป็นอย่างไร
    คุ้มค่าที่จะลองอีกครั้งไหม?
    ความเป็นจริงแล้ว
    ฉันแค่กลัวเท่านั้นเอง


    This is all that I can say
    This is all that I can say
    ผมพูดกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
    คำพูดสุดท้ายถึงคุณ

    This is all that I can say
    This is all that I can say
    คำพูดที่ส่งไปไม่ถึงคุณ
    คำพูดสุดท้ายถึงคุณ 


    This is all that I can say

    This is all that I can say

    Eng Lyrics : keurimjanee


    그리고 남겨진 것들 (The Day Before) : 2nd Teaser



    ด้วยคำร้องอันลึกซึ้งของคิมจงวาน (นักร้องนำและผู้แต่งเพลงทั้งหมดของ NELL) เนื้อเพลงในรูปแบบของบทพูดรำพึง ที่ได้นำเสนอความเงียบในใจให้ก้องดังออกมา กับความโดดเดี่ยวอ้างว้างที่แทรกซึมออกมาในทุกคำร้อง ทุกอย่างดูไร้สิ่งยึดเหนี่ยว สิ้นหวัง และว่างเปล่า

    .
    .




    그리고 남겨진 것들 (The Day Before) เป็นเพลงแทร็คที่ 4 ในอัลบั้ม Slip Away สตูดิโออัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ของวง NELL ออกวางเมื่อปี 2012 ถือเป็นอัลบั้มที่แฟนเพลงต่างตั้งหน้าตัั้งตารอคอย หลังจากที่วงห่างหายจากการออกอัลบั้มเต็มนานถึง 4 ปี ที่เราเคยเขียนรีวิวย้อนเวลาคร่าวๆ ไว้ตอนก่อนนู้น :)  



    ทั้งความไพเราะของเมโลดี้ ความละเมียดงดงามของคำร้อง ดนตรี และท่วงทำนอง ทำให้ 그리고 남겨진 것들 (The Day Before) เป็นเพลงที่ถูกเลือกท่ามกลางเพลงเพราะจัดๆ ทั้งหลายในอัลบั้ม ให้เป็น Title Track เพื่อใช้โปรโมทสำหรับอัลบั้ม Slip Away และได้มีการปล่อย Music Video ที่หากใครได้ดูแล้วก็คงตราตรึงติดค้างอยู่ในใจไปหลายวัน




    ด้วยความลึกของเนื้อร้องและอารมณ์ของเพลง ทำให้วงตั้งใจที่นำเสนอ Music Video ในรูปแบบที่เป็นเรื่องราว โดยไม่มีการปรากฏตัวของสมาชิกวงใน MV เพลงนี้เลย และเลือกใช้นักแสดงมืออาชีพในการถ่ายทอดอารมณ์ ซึ่งนำแสดงโดย ลีมินกิ (Lee Minki) และซงแจริม (Song Jaerim) รวมถึงความพิเศษอย่างหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ นั่นก็คือ บทสนทนาที่ตัวละครพูดต่อกันใน MV นั้น คิมจงวานเป็นผู้เขียนมันออกมาด้วยตัวเอง นั่นจึงทำให้ MV เพลง 그리고 남겨진 것들 (The Day Before) ยิ่งขับความหมายในภาษาเพลงของ NELL ออกมาได้อย่างชัดเจน สอดรับเข้ากันไปหมด ทั้งเรื่องราว จังหวะ โทนสีของภาพ และบรรยากาศ 


    หากตั้งใจดูกันดีๆ แล้ว จะพบความซ้อนเร้นในตัวเรื่องของ MV อยู่ไม่น้อย ทั้งสัญลักษณ์ การเปรียบเทียบ รวมถึงเรื่องราวที่เรียกร้องการตีความหมายจากคนดู ความพิเศษและแง่มุมน่าสนใจเหล่านี้ ทำให้เราอยากที่จะเขียนแจกแจงออกมาถึงรายละเอียดที่บางคนอาจมองข้ามไป รวมถึงไขรหัสเล็กๆน้อยๆบางอย่างที่ซ่อนความหมายเอาไว้ โดยอธิบายออกมาในทฤษฎีที่เราเชืื่อ ผสมกับข้อเท็จจริงบางส่วนที่มีคนตาดีถอดความออกมาได้ 


    그리고 남겨진 것들 (The Day Before) : Music Vedio



    โครงเรื่องในภาพรวมของ MV 그리고 남겨진 것들 (The Day Before) ว่าด้วยการที่ ลีมินกิฆ่าตัวตาย (เพื่อความไม่งง ขออนุญาตแทนชื่อนักแสดงที่เล่นเข้าไปในตัวละครเลย) โดยการดื่มกาแฟที่ตัวเองเทผสมยาพิษเข้าไป และได้บันทึกวีดีโอเอาไว้ก่อนที่จะปลิดชีวิตตัวเอง ซงแจริม ผู้เปิดเล่นวีดีโอนั้นอีกครั้งพร้อมกับเซตฉากในช่วงสุดท้ายของชีวิตลีมินกิขึ้นมา คล้ายกับจำลองสถานการณ์ ณ ตอนนั้น และแทนตัวเองเข้าไป โดยคิดว่าหากเขาอยู่ตรงนั้นขึ้นมาจริงๆ เขาจะพูดกับลีมินกิว่าอย่างไร คนตรงหน้าจะรับฟังหรือมีรีแอคชั่นแบบไหน.. >>> NELL : Suicide Playlist <<<



    intro ของเรื่องเริ่มต้นด้วยฉากตัดสลับระหว่างลีมินกิที่ขีดเขียนข้อความลงบนหน้ากระดาษ ซงแจริมที่กำลังจัดเก็บกล้องวีดีโอ เสียงกดเปียโนของลีมินกิ คล้องกับเสียงปิดกล่องอุปกรณ์กล้องของซงแจริม ที่เหมือนทำให้เขาหวนคิดอะไรบางอย่าง และภาพก็ตัดกลับมายังข้อความบนกระดาษที่ลีมินกิได้เขียนไว้ ซึ่งนั่นก็คือเนื้อร้องของเพลง 그리고 남겨진 것들 (The Day Before) ในท่อนที่ว่า


    "แต่ถึงเป็นอย่างนั้น ผมก็สงสัยนะ 
    จุดประสงค์ของการมีชีวิตอยู่คืออะไร"




    เมื่อกาแฟเริ่มเทไหลลงไปในถ้วย  
    โน๊ตแรกของเพลง 그리고 남겨진 것들 (The Day Before) จึงเริ่มต้นขึ้น


    ซงแจริมทำการเซตกล้องวีดีโอ ลีมินกิอ่านหนังสือ ดื่มกาแฟ บทสนทนาเรื่อยเปื่อยดำเนินไป 

    มันคงยากในช่วงแรก
    ผมรับไม่ไหว มันเจ็บปวดมากจริงๆ
    แต่เมื่อยอมรับมันแล้ว
    ตอนนี้ช่างเศร้าเหลือเกิน

    ความจริงแล้ว
    เมื่อทุกสิ่งแหลกสลาย
    มีประโยชน์อะไรที่จะยึดจับไว้?
    หัวใจของเรายิ่งเจ็บปวดมากขึ้น
    แต่ถึงเป็นอย่างนั้น 
    ผมก็สงสัยนะ 
    จุดประสงค์ของการมีชีวิตอยู่คืออะไร?



    MV ได้แทรกการแทนสัญลักษณ์ต่างๆ ไว้มากมาย ทั้งหนังสือ อาหารเช้าที่ทานค้างไว้ ดอกไม้ที่แห้งเหี่ยว แก้วไวน์ โต๊ะอาหาร รวมถึงภาษากาย เช่น การเคาะเท้า เคาะนิ้ว 


    โดยสิ่งที่เด่นมากๆ นั่นก็คือหนังสือเรื่อง "And Our Faces, My Heart, Brief as Photos" (1984)  เขียนโดย John Berger นักวิจารณ์ศิลปะ นักเขียน จิตรกรและกวีชาวอังกฤษ ซึ่งเล่มที่ลีมินกิอ่านใน MV นั้นเป็นฉบับแปลภาษาเกาหลี มีชื่อว่า "그리고 사진처럼 덧없는 우리들의 얼굴, 내 가슴" ว่าด้วยเรื่องการใคร่ครวญถึงความตายที่มีชีวิต ผ่านการโลดแล่นอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ นั่นคือ "Time" และ "Space" มีทั้งเนื้อความที่เป็นบทกวี ความเรียง บันทึกส่วนตัว ประกอบรูปภาพ งดงามและลึกซึ้งกินใจ



    โดยหน้ากระดาษที่ลีมินกิพลิกเปิดในนาทีที่ 1:47 ปรากฏบทกวีที่มีชื่อว่า "3. Leaving" เป็นพาร์ทที่เป็นส่วนหนึ่งของบท "Eight Poems on Emigration" ในหนังสือ "And Our Faces, My Heart, Brief as Photos" อันว่าด้วยการพลัดพรากจากลา 


    3. Leaving

    pain
    cannot 
    endure long enough

    tracks vanish
    under snow
    the white embrace
    of leaving

    I have tried to write the truth on trains

    without an ear
    the tongue takes fright
    clings to a single word

    the train is crossing a bridge
    black ice collects
    on each letter
    SAVA
    my river

    "And Our Faces, My Heart, Brief as Photos"
    by John Berger



    และในนาทีที่ 2:17 ได้ปรากฏบทกวีที่มีชื่อว่า "A View of Delft" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือ "And Our Faces, My Heart, Brief as Photos" ของ John Berger เช่นกัน เป็นมุมมองของผู้แต่งต่อภาพเขียนที่ชื่อว่า "View of Delft"  โดยจิตรกรชาวดัตช์ Johannes Vermeer


    A View of Delft

    view of delft by Johannes Vermeer

    In that town,
    across the water
    where all has been seen
    and the bricks are cherished like sparrows,
    in that town like a letter from home
    read again and again in a port,
    in that town with its library of tiles
    and its addresses recalled by Johannes Vermeer
    who died in debt,
    in that town across the water
    where the dead take the census
    and there are no vacant rooms
    for his gaze occupies them all,
    where the sky is waiting
    to have news of a birth,
    in that town which pours from the eyes
    of those who left it,
    there
    between two chimes of the morning,
    when fish are sold in the square
    and the maps on the walls
    show the depth of the sea,
    in that town
    I am preparing for your arrival.

    "And Our Faces, My Heart, Brief as Photos"
    by John Berger

    ผมโมโหมากในทีแรก
    และผมก็ร้องไห้มากเหลือเกิน
    แต่ยิ่งเป็นอย่างนี้ต่อไป
    ดูสิ ผมมาทำอะไรบนโลกใบนี้กันแน่


    ความจริงแล้ว
    เมื่อทุกสิ่งแหลกสลาย
    มีประโยชน์อะไรที่จะยึดจับไว้?
    หัวใจของเรายิ่งเจ็บปวดมากขึ้น

     
    (นาที 2:08)     " ลีมินกิ     : มันคงง่ายสำหรับนายสินะ?
                             ซงแจริม : มีอะไรที่ยากละ?

                             ลีมินกิ / ปิดหนังสือ / ยิ้ม 

                             ลีมินกิ     : ....
                             ซงแจริม : อ้อ ปัญนั่นมัน..... "

    แต่ถึงเป็นอย่างนั้น
    ผมก็สงสัยนะ
    จุดประสงค์ของการมีชีวิตอยู่คืออะไร?

                          " ลีมินกิ     : ปัญหานั้นแหละ "



    เรายังมีความทรงจำร่วมกันอยู่ไหม?

              
    (นาที 2:53)     " ซงแจริม : ถ้านายอยากย้อนเวลากลับไป... "

    บางครั้งกาลเวลาของคุณคงหยุดหมุนเหมือนกันสินะ?


                           " ลีมินกิ : คงไม่  ยิ้ม 

    .

    .

    การจากลาเป็นอย่างไร
    จะรับมันได้ไหม?
    ถ้าคุณเตรียมพร้อมมาแล้ว
    จะเจ็บปวดน้อยลงหรือเปล่า


    (นาที 3.17)

    " ลีมินกิ : ยิ้มสิ มันจะไม่เจ็บปวดอีกต่อไป เพราะฉะนั้นไม่เป็นไรหรอก "


    ความรักเป็นอย่างไร
    คุ้มค่าที่จะลองอีกครั้งไหม?
    ความเป็นจริงแล้ว
    ฉันแค่กลัวเท่านั้นเอง


    This is all that I can say
    This is all that I can say
    ผมพูดกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
    คำพูดสุดท้ายถึงคุณ

    This is all that I can say
    This is all that I can say
    คำพูดที่จะส่งไม่ถึงคุณ
    คำพูดสุดท้ายถึงคุณ


    (นาที 4:06)

    " ลีมินกิ : _____ใช้ชีวิตให้ดีกับสิ่งที่นายชอบนะ "

    .
    .

    This is all that I can say
    This is all that I can say

    .
    .


    แง ลำพังแค่เนื้อเพลงว่าเศร้า ดนตรีว่าเฉาจนอยากจะร้องไห้แล้ว Music Video ยิ่งทิ่มแทง ขยี้เข้าไปอีก

     
    และถัดจากนี้ก็จะเป็นการตีความในมุมมองความคิดเห็นส่วนตัวของเราที่มีต่อ MV และเพลง 그리고 남겨진 것들 (The Day Before) จะซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ ไม่ว่ากัน ;)



    สาเหตุที่ซงแจริม เดินเทปวีดีโอใหม่อีกครั้ง เพราะเขาต้องการที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่ลีมินกิได้ทำลงไป โดยการคิดแทนตัวเองให้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้น ว่าเขาทั้งสองจะพูดคุยกันแบบไหน มีรีแอคชั่นต่อกันอย่างไร เพราะฉะนั้น บทสนทนาของตัวละครในเรื่องจึงไม่เคยเกิดขึ้นจริง ทั้งหมดเป็นจินตนาการของซงแจริมล้วนๆ


    และหากว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของคนทั้งสอง บางคนอาจจะคิดว่าเป็นคนรัก แต่ในความรู้สึกเราคิดว่าไม่ใช่ แต่แน่นอนว่าทั่งคู่ต่างมีความสำคัญต่อกันและกัน อาจจะเป็นเพื่อน หรืออะไรทำนองนั้นมากกว่า ซึ่งมันก็ไม่ใช่ส่วนสำคัญของเรื่องเท่าไร เพราะใจความสำคัญของ MV และเพลงๆนี้ มันคือการบอกเล่าความรู้สึกของคนที่ถูกความว่างเปล่าครอบงำและกัดกินชีวิตไปจนหมดสิ้น ให้ได้รับรู้ถึงความเศร้าซึมที่ฝังลึก ความเงียบงันที่กัดกลืนชีวิต จนยากเกินจะเยียวยา 


    มันคือโรคซึมเศร้านั่นเอง 


    เพราะฉะนั้น เราไม่ต้องมาเสียเวลาคิดว่าเขาจะเป็นคนรักกันหรือไม่ และสาเหตุที่ลีมินกิฆ่าตัวตายคืออะไร เขาหูหนวกหรือเปล่า? บลาๆๆ เพราะเหตุผลที่แท้จริง คือมันอาจไม่มีเหตุผลใดๆเลยก็ได้ มีเพียงโรคซึมเศร้าที่บั่นทอนแรงกำลังในการใช้ชีวิตของคนๆหนึ่งเท่านั้น 

    จะเห็นได้ว่าบทสนทนาในช่วงแรกของ MV คล้ายกับบทสนทนาทั่วไป ซงแจริมยังคงหัวเราะและยิ้มแย้มเป็นปกติ ในขณะที่เราจะเห็นความผิดแปลก ไม่สบายใจของลีมินกิผ่านมุมกล้อง การโคลสอัพสีหน้า แววตา คนหนึ่งดูสว่างกับอีกคนหนึ่งที่ดูมืดหม่น จนกระทั่งถึงบทสนทนาช่วงกลางเพลง จะมีบางพาร์ทที่คนดูไม่มีทางรู้เลยว่าลีมินกิพูดถึงอะไร เพราะกล้องแพลนไปทางอื่น นี่อาจแทนความได้ว่า มันเป็นเรื่องที่กลั่นเป็นคำพูดได้ยาก 


               " ลีมินกิ     : มันคงง่ายสำหรับนายสินะ?                                       
                  ซงแจริม : มีอะไรที่ยากละ?            
                  ลีมินกิ     : ....                         
                  ซงแจริม : อ้อ ปัญนั่นมัน..... 

                  ลีมินกิ     : ปัญหานั้นแหละ "


    กับแววตาในนาทีที่ 2:29 การเอนพิงพนักเก้าอี้ และท่าทางการโต้ตอบในนาทีที่ 2:33 คำพูดที่ว่า "ปัญหานั้นแหละ" ของลิมินกิ ก็ได้แสดงความเหนื่อยหน่ายอยู่ในนั้น และการใช้นิ้วเคาะดินสอของซงแจริม ในนาทีที่ 2:37 ก็แสดงถึงการเหม่อลอย ครุ่นคิด ซึ่งเมื่อเขาครุ่นคิด ก็แสดงว่าเขาไม่เข้าใจ



    หนังสือ "And Our Faces, My Heart, Brief as Photos" ที่ปรากฏใน MV ก็เป็นเหมือนกุญแจหลักในการไขเรื่องราวโดยรวม เพราะมันเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาใจความเข้ากันกับความหมายของเพลงได้อย่างพอดิบพอดี การใคร่ครวญความตายที่มีชีวิตโลดแล่นอยู่ในความรู้สึกของคนที่อยู่ การมองผ่านเลนส์กล้องอันเป็นสัญลักษณ์ของการเฝ้ามองความตาย ที่เทียบเคียงได้กับบทบรรยายในหนังสือ เพราะชีวิตคนเราถูกพรากด้วยกาลเวลา การใช้กล้องวีดีโอจึงแทนสื่อกลางที่บันทึกความตายอันเป็นนิรันดร์ให้อยู่ในห้วงเวลาปัจจุบัน 


    "Time" and "Space" 



    อีกสิ่งหนึ่งที่ปรากฏชัดอยู่ตลอดทั้งเพลง นอกจากหนังสือและกล้องวีดีโอแล้ว นั่นก็คือกาแฟ ที่ลีมินกิเทมันลงไปในแก้วตั้งแต่ช่วงเริ่มแรก ค่อยๆดื่ม จนกระท้ั่งเหลือครึ่งแก้ว จากนัั้นจึงเทยาพิษลงไปและดื่มมันจมหมด สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเลือกที่จะให้ตัวละครเทยาพิษนั้นลงไปในกาแฟ เครื่องดื่มที่คนทั่วไปอาจจะดื่มเพื่อให้ตื่น แต่กลับทำให้บางคนหลับใหลไปตลอดกาล /ประชดเก่ง


    note : ขณะที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นกาแฟ บางคนกลับคิดว่ามันเป็นชา แต่กับกาแฟมันดูโรแมนติกกว่าเนอะ :)


    ในขณะที่ตัวเพลง 그리고 남겨진 것들 (The Day Before) นั้นเป็นเพลงที่พูดถึงบทบรรยายความรู้สึกของลีมินกิเพียงฝ่ายเดียว แต่ MV กลับหมุนอีกด้านหนึ่งของเหรียญ ขยายความมุมมองของบุคคลที่ 2 ให้เราได้สัมผัสด้วย เมื่อเรื่องราวดำเนินไปอย่างที่เป็น ท้ายที่สุดการเล่นเทปวีดีโอขึ้นมาอีกครั้ง อาจทำให้ซงแจริมได้ปลดล็อคความข้องใจบางอย่าง ไม่รู้ว่าหลุดพ้นจากมันได้หรือเปล่า แต่แค่รู้สึกว่าเขายอมรับในการตัดสินใจของอีกคน และได้ปลดปล่อยความรู้สึกผิดในใจออกไป รู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันพาไปถึงแค่นั้น 

    สุดท้ายการที่คนหนึ่งเลือกที่จะจากไป คนที่มีชีวิตอยู่ต่อก็ต้องยอมรับ เราว่านี่เป็นเมสเสจที่ทรงพลังมาก ซงแจริมนั้นก็แทนคนปกติที่ไม่ได้ป่วยอย่างเราๆ และในเส้นเรื่องนี้เขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย นอกจากพยายามอย่างมากที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนของเขาคิด พยายามเข้าใจในสิ่งที่ความซึมเศร้ามอบให้ ซึ่งเราอาจจะคิดว่าเราสามารถเข้าใจมันได้ แต่ลึกๆแล้วกลับเปล่าเลย เราไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกนั้นได้อย่างถ่องแท้...



    เรายังมีความทรงจำร่วมกันอยู่ไหม?

    บางครั้งกาลเวลาของคุณคงหยุดหมุนเหมือนกันสินะ?

    .
    .
    .

    I just can't find the words to make you go away "


    그리고 남겨진 것들 (The Day Before) Special Edit


    เรื่องราวโศกนาฏกรรมทั้งหมดถูกถ่ายทอดออกมาอย่างนุ่มนวล และสื่อเรื่องราวความหมายในเนื้อเพลงออกมาได้อย่างหมดจด สอดรับกับเนื้อเรื่องรวมถึงทุกบทสนทนาที่ปรากฏใน MV ดูสงบแผ่วเบา ลุ่มลึก แสดงออกมาเป็นคำพูดในบทบรรยายของความเศร้า ถือเป็นสุดยอดเนื้อร้องแสนงดงามเพลงหนึ่งของ NELL ซึ่งเป็นเพลงที่คิมจงวาน แต่งมันออกมาได้อย่างรวดเร็วมากๆ เขาไม่ได้เค้นมันออกมาเลยด้วยซ้ำ ทั้งคำร้องและทำนองไหลลื่นออกมาพร้อมๆกันอย่างเป็นธรรมชาติ สังเกตว่าเพลงที่แต่งเร็วๆลื่นๆ จะออนท๊อปตลอด 기억을 걷는 시간 ก็เช่นกัน  


    그리고 남겨진 것들 (The Day Before) : 윤도현의 MUST 
    พาร์ทดนตรียิ่งไม่ต้องพูดถึง ที่สุดของความละเมียดละไม ทั้งไลน์เครื่องสายที่งดงาม เสียงไวโอลีนที่เด่นมากๆ ยิ่งขับเพลงให้เศร้า ดิ่ง ดาวน์ ไปอีก รวมไปถึงการอัดในสตูดิโอจริง Credit ของเพลงนี้จึงยาวยืด ผิดกับเพลงอื่นๆ ที่มีแค่ Composed & Lyrics by Jong-Wan Kim / Produced by Nell /Arranged by Nell /จบ 5555555555555 


    Song Credit
    Produced by Nell / Composed & Lyrics by Jong-Wan Kim
    All Music Arranged & Performed by Nell
    String arranged by Asher Park, Jong-Wan Kim
    String conducted by In-Young Park
    Recorded by Robert L.Smith, Brian Montgomery Tim Marchiafava at Avatar Studio N.Y , Hyun-Jung Ko, IL-Ho Kim, Hyo-Min Kang at Dream Factory, Yeheum Studio, Chamggot Studio, Sonic Edge, Musiccabal Studio
    Mastered by John Davis at Metropolis Studio London, Big Boom Hoon at Sonic Korea
    Violins : Antoine Silerman, Joyce Hammann, Laura Swaton-Finn, Suzanne Ornstein, Entcho Todorov, Matt Lehmann
    Violas : Stephanie Bear, David Creswell, Karen Ritscher
    Cellos : Ted Ackerman, Ann Kim / Contra Bass : Joe Bongiorno
    Oboe : Diane Lesser / Flugelhorn : Tony Kadleck
    Additional Piano by Ji-Won Jang


    그리고 남겨진 것들 (The Day Before) เป็นเพลงที่ NELL นำมาเล่นสดค่อนข้างบ่อย โดยมักจะถูกเล่นเป็นเวอร์ชั่นอะคูสติกเสมอ ซึ่งก็มีอะคูสติกหลายเวอร์ชั่นอีก ทั้งแบบกีตาร์และเปียโน แต่ฟังแล้วหงอยทุกเวอร์ชั่น หงอยไปถึงโลกหน้า เสียงดนตรีเบาๆ กับเสียงร้อง โอ๊ยยยย และจงวานร้องเพลงนี้ไว้ดีมากกก เพราะแบบเอาให้เฉาตายกันไปข้าง และรู้สึกว่ามันเป็นเพลงที่หยุดฟังไม่ได้เลย แค่อินโทรเริ่มก็น้ำตาจะไหล แล้ว


    그리고 남겨진 것들 (The Day Before) : I'm LIVE



    그리고 남겨진 것들 (The Day Before)  : NELL's Season 2014 'Newton's Apple'

    그리고 남겨진 것들 (The Day Before) : Seoul Jazz Festival 2018

    그리고 남겨진 것들 (The Day Before) : Standing In The Rain Concert 2012
    youtube channel : Kingcoj
    มูฟออนจาก live นี้ไม่ได้เลย อินนนนนน
    .
    .
    .
    .
    .


    This is all that I can say

    This is all that I can say "

    .



    ***เหนือสิ่งอื่นใด NELL อัลบั้มใหม่อิสคั่มมิ่งจ้าาาาาาา
     เริ่มปล่อยลายแทงออกมาแล้วว แงงง ตื่นเต้นน
    2019.09.27
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
rain's room (@rain_room)
😭😭😭😭
ไม่ยอมรู้ความหมายเพลง มายอมรู้ความหมายก็ปีนี้ ไม่ไหวค่าา (ตื่นเต้นกับอัลบั้มใหม่เหมือนกันค่ะ) ขอบคุณกับบทความนี้ค่ะ 👏