เมื่อความฝันกับความเป็นจริง เป็นเส้นขนานกันPunyawat Jansiri
"[ภาค ปวช]ความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง"
  •         สวัสดีครับ ต่อจากตอนที่แล้ว เมื่อผมตัดสินใจเรียนช่าง แม่จึงให้ผมไปสอบโรงเรียนเตรียมวิศวะ ณ ม.ดังแห่งหนึ่งย่านพระราม๗ ซึ่งเข้ายากพอสมควร แม่เลยส่งผมไปติวที่มหาลัย โดยตรง ก็ได้รู้จักกับเพื่อนผู้หญิงคนนึง เธอชอบร้องเพลงมาก จึงเป็นเเรงบันดาลใจให้ผมหัดเล่นกีต้าร์อย่างจริงจัง และอยากมีวงดนตรีให้ได   หลังจากนั้น  สอบไม่ติดครับ ตามที่เล่าไปตอนที่ วันๆไม่ทำอะไรนอกจากเล่นกีฬาและเล่นเกมส์  จะให้ไปเรียนช่างที่อื่นแม่ผมก็กลัวโดนตีตายครับ เลยจัดการหาที่เรียนให้ใหม่ และดัดนิสัยผมไปในตัว โดนการเนรเทศผมไปเรียนที่จังหวัดราชบุรี โดยอาศัยอยู่ในหอพักภายในโรงเรียน ตื่นเป็นเวลา กินเป็นเวลา อ่านหนังสือเป็นเวลา พูดได้เป็นเวลา กันนักเรียนร่วมหอพักอีก70คน 
          ฝันสลายครับ หมดสิทธ์เล่นดนตรี ที่หอพักมีกีต้าร์1ตัว ต้องแบ่งกับคนอีก10กว่าคนที่เล่นเป็นอยู่แล้ว เด็กที่พึ่งฝึกกีต้าร์ได้ไม่กี่เดือนอย่างผม หมดสิทธิครับ จับคอร์ดFยังบอดอยู่เลย เลยผันตัวไปเป็นนักกีฬาโรงเรียนแทน เพราะอย่างน้อยก็มีกิจกรรมให้ทำจะได้ไม่เป็นโรคคิดถึงบ้าน 
          แต่ผมก็ยังไม่ยอมแพ้ ใช้เวลาช่วงเสาร์-อาทิตย์ ที่ได้กลับบ้าน ฝึกเล่นกีต้าร์ไป  แน่นอนครับพัฒนาได้ช้ามาก ในขณะที่เพื่อนที่เพื่อนแถวบ้านที่เล่นกีตาร์ด้วยกัน เล่นเก่งไปไหนต่อไหนแล้ว แต่เรามีเวลาแค่อาทิตย์ละสองวันในการฝึก พอเริ่มมีพื้นฐานที่ดีแล้ว จึงขอแม่ซื้อกีต้าร์ไฟฟ้าครับ เนื่องจากได้ดูคอนเสริตบอดี้สแลม ไลฟ์อินคราม ผ่านยูทูป(ผิดลิขสิทธิไม่ดีนะครับ) ไฟลุกโชนเลยครับ แม่สนับสนุนเต็มที่ เพราะแม่ชอบคนเล่นกีต้าร์ เลยได้ฝึกกีต้าร์ไฟฟ้า 
          กีต้าร์ไฟฟ้าก็ทำให้ผมเล่นดนตรีได้สนุกขึ้นครับ ได้เล่นงานวันคริสมาส ประจำหอใน เนื่องจากมีผมคนเดียวที่เล่นกีต้าร์ไฟฟ้าเป็น ฮ่าๆ ก็สนุกดีครับ ฟอร์มวงเล่นกันมั่วๆ ซึ่ง! มีเวลาซ้อมวงแค่อาทิตย์ละ1ชั่วโมง!! อาทิตย์ละ 1ชั่วโมงง บ้าไปแล้วว เล่นยังไงก็ไม่เก่งหรอกครับ ถ้าไม่ได้ซ้อม เนื่องจากกฏอันไร้สาระของหอในค่อนข้างเคร่งว่า นักเรียนที่อาศัยอยู่หอในต้องเล่นกีฬาและจะไม่มีเวลาเล่นดนตรี และยิ่งผมเป็นนักกีฬาโรงเรียนด้วยแล้ว ต้องซ้อมกีฬาสิ จะหนีไปซ้อมดนตรีได้ไง แถมยังต้องตั้งใจอ่านหนังสือสอบเข้าวิศวะ ม.ดังย่านพระราม๗ อย่างที่สัญญาณกับสเด็จแม่ไว้อีก 
         พอถึง ปวช.ปี3 ผมโยนเรื่องดนตรีทิ้งไปได้เลยครับ เพราะต้องซ้อมกีฬา และอ่านหนังสือสอบเข้ามหาลัย เพราะผมมีโอกาสสอบตรงครั้งเดียว ไม่เหมือนเด็ก ม.ปลาย ชีวิตวุ่นมากครับ เย็นซ้อมกีฬา กลางคืนอ่านหนังสือ เสาร์ อาทิตย์ เรียนพิเศษ ไม่มีเวลายุ่งกับดนตรีเลย  ไม่อย่างงั้น ถ้าสอบไม่ติด แม่จะผิดหวัง และเสียใจมากแน่ๆ 
        และนี้ ก็เป็นอีกครั้งที่ ผมยอมเดินออกมากจากสิ่งที่ผมรัก นั้นคือดนตรี...

    ติดตามตอนต่อไปได้ในตอน "[มหาลัย part 1]เห็นภาพความฝันอยู่บนทางแห่งความเป็นจริง"

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in