เมื่อความฝันกับความเป็นจริง เป็นเส้นขนานกันPunyawat Jansiri
"[ภาคมัธยมต้น]จุดเริ่มต้นใหม่และการล่มสลายของความฝัน"
  •       ช่วงมัธยมต้น ผมได้เรียนเข้าเรียน ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางแค ที่ต้องมาเรียนไกลบ้านก็เพราะว่าสอบที่ไหนก็ไม่ติดเลย แต่แม่มีเส้นสายกับผู้อำนวยการโรงเรียนนี้อยู่เลยได้มาเรียน(อันนี้ไม่ดีนะครับ)  พอได้เข้าเรียน แน่นอนครับ ผมคงไม่พลาดที่จะอยู่ชมรมดนตรีไทยของโรงเรียน ตอนนั้นผมเป็นเด็ก ม.1 ที่โดดเด่นมาในชมรม ฝีมือการเล่นซอด้วงของผมเก่งกว่าพี่ ม.ปลายในชมรมเสียอีก ก็เช่นเคยครับได้ออกงานร่วมกับวงดนตรีไทยของโรงเรียนหลายงาน  
         ด้วยความที่โตขึ้น เพลงส่วนใหญ่ที่ฟังก็จะเป็นเพลงตลาดทั่วๆไป ผมเลยอยากเล่นดนตรีสากลเป็นครับ  ผมก็เลยขอแม่เรียนกลองชุดด้วยเพื่อสานฝันที่ตอนเด็กๆอยากตีกลองแต๊กในวงโยฯ ฮ่าๆ  แน่นอนครับ แม่ผมไม่ค่อยสนับสนุนเท่าไหร่ เพราะค่าเรียนมันแพง  แต่ตอนนั้นแม่ผมคบกับผู้ชายที่มีอาชีพวิศวะกรคนนึงอยู่(ซึ่งผมโอเคกับเรื่องนี้ เพราะพ่อเสียชีวิตตั้งแต่ก่อนผมจำความได้) เขาก็ตามใจผมสิครับ เปย์ผมเต็มที่ จึงได้เรียนกลองชุดสมใจ 
         พอขึ้น ม.2 จุดเปลี่ยนชีวิตเลยครับ ผมฝึกเล่นกีต้าร์โปร่งเพื่อจีบหญิงที่เป็นน้อง ม.1 และผมได้นำกีต้าร์ ไปนั่งเล่นในห้องดนตรีไทย พออาจารย์เห็น โดนสวดยับเลยครับ เพราะอาจารย์แอนตี้ดนตรีสากลมาก บวกกับคดีก่อนหน้านี่ที่ผมใช้ซอด้วงแกะเพลงสากลเล่น ผมทะเลาะกับอาจารย์ขั้นรุนแรง จนต้องออกจากชมรมดนตรีไทยไป  
           หลังจากผมออกจากชมรม ผมก็เจอเพื่อนกลุ่มใหม่ เป็นเกมส์เมอร์ และ นักกีฬา ตั้งแต่นั้นครับ ไม่เคยแตะดนตรีไทยอีกเลย กลองก็เลิกเรียนครับ เนื่องจากไปเรียนแล้วไม่สนุกเลย โดนบังคับให้ตีตามโน็ตกับเครื่องเคาะจังหวะ ไม่ยอมให้ตีเป็นเพราะสักที เลยเลิกครับ เพราะเบื่อ    แต่ยังฝึกกีต้าร์อยู่นะครับแต่ก็ไม่จริงจังเท่าไหร่ 
            หลังจากนั้นชีวิตผมไม่มีคำว่าดนตรีอีกเลย ตกเย็นก็เล่นบาส จากนั้นก็ไปต่อที่ร้านเกมส์ โดดเรียน เกเร ใช้ชีวิตเลอะเทอะ เฮฮาไปวันๆ จนกระทั่งจบ ม.3 และต้องหาที่อื่นเรียนต่อ เพราะแม่ไม่อยากให้ต่อ ม.ปลายที่เดิมเนื่องจากอยู่แล้วไม่น่าจะมีอนาคตที่ดี ความคิดในหัวตอนนั้น คืออยากเรียน ม.ปลายแถวบ้านกับเพื่อนสมัยประถม แล้วต่อสถาปัตย์ อยากทำงานเกี่ยวกับศิลปะ เพราะชอบวาดรูปและชอบดนตรี  แต่ก็โดนเบรคไว้โดยคุณแม่ครับ ไม่รู้ทำไมแม่ผมถึงเข้าใจว่าอาชีพเกี่ยวกับศิลปะ หรือการออกแบบต่างๆ นั้นไส้แห้ง จึงไม่ให้เรียน และจะจับผมไปเรียนสายวิทย์-คณิตฯ ณ โรงเรียนใกล้บ้านซึ่งแม่รู้จักกับผู้อำนวยการ(อีกแล้ว) ผมยี๋เลยครับ เกลียดคณิตศาสร์มาก ผมเสนอทางเลือกไปเรียนช่างครับ โดยให้เหตุผลว่า จะได้ไปเรียนต่อวิศวะ จบมามีงานทำ หางานง่าย และรวยเหมือนกิ๊กแม่แน่นอน(ซึ่งผมก็คิดอย่างงั้นจริงๆนั้นแหละ) แม่ผมเห็นดีเห็นงามด้วยอย่างยิ่งครับ เลยส่งเสริมอย่างเต็มที่  
          ซึ่งในตอนนั้น ชีวิตของผมได้หันหน้าเข้าหาเงิน และหันหลังให้กับสิ่งที่รัก โดนที่ผมไม่รู้ตัว

    ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะครับ ตอนต่อไป มีชื่อว่า "[ภาค ปวช]ความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง" 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in