บันทึกเคลียร์กองดองpiccarioman
ลองผิดลองถูก
  • หลังจากที่เจอว่าหนังสือมีกลิ่นราอับชื้น นอนกุมหัวอยู่หลายวัน เราก็ลองไปหาวิธีหลายๆ อย่างในการกำจัดกลิ่นราอับชื้นมา

    วิธีที่น่าสนใจสำหรับเรามีอยู่ 2 วิธีคือ การใช้เบกกิ้งโซดากับการรมการบูร

    จริงๆ เราค่อนข้างโชคดีที่หนังสือยังไม่มีราขึ้นเป็นดวงๆ เลยไม่ต้องทิ้ง แต่ก็ทำความสะอาดโดยเช็ดแอลกอฮอล์ไป เพื่อความสบายใจ ก่อนที่จะเอาไปจัดการกับกลิ่นอับชื้นต่อ
  • ก่อนอื่นจะเปรียบเทียบคุณสมบัติกับการใช้งานของสาร 2 ตัวนี้ก่อน

    ***เปรียบเทียบจากวิจารณญาณและประสบการณ์ที่เจอมาด้วยตัวของเราเองนะคะ อาจมีจุดที่ subjective อยู่บ้าง***

    1. เบกกิ้งโซดา
    - ราคาถูก (กิโลกรัมละประมาณ 50-70 บาท)
    - ใช้ปริมาณมากพอสมควร (โรยให้โดนหนังสือทั่วๆ กัน)
    - ยิ่งปิดไว้นานยิ่งดูดกลิ่นได้มาก
    - ไม่มีกลิ่นรบกวน เบกกิ้งโซดาดูดกลิ่นออกไปเท่านั้น
    - ทำความสะอาดยากหน่อย เพราะผงมีขนาดเล็กมาก เข้าไปติดตามซอกหนังสือได้
    - หลังจากใช้งานแล้วสามารถเอาไปใช้ดูดความชื้นและกลิ่นตามที่ต่างๆ ในบ้านได้ หรือนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ (ไม่ควรนำไปใช้กับของกิน เพราะเบกกิ้งโซดาได้ดูดซึมสารอื่นไว้แล้ว หากปลดปล่อยออกมาอาจเป็นอันตราย)

    2. การบูร (ผง)
    - ราคาสูง (กิโลกรัมละประมาณ 700-1000)
    - ใช้ปริมาณน้อย ทั้งนี้ขึ้นกับความชอบ/ทนกลิ่นการบูรของผู้ใช้ด้วย (โรยแค่พอประมาณ เพราะกลิ่นกระจายได้ไว และทั่วถึง)
    - กำจัดกลิ่นได้รวดเร็ว
    - มีกลิ่นการบูรติดตามหนังสือ ยิ่งปิดไว้นานยิ่งซึมกลิ่น (ซึ่งเอฟเฟ็กต์นี้ช่วยในการไล่แมลงได้)
    - อาจมีคราบหนึบๆ ติดกับหนังสือ แต่สามารถทำความสะอาดได้ด้วยการใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์เช็ด
    - การบูรที่เหลือจากการใช้งาน สามารถนำไปใส่ในตู้หนังสือหรือที่อื่นๆ เพื่อไล่แมลงต่อได้

  • เนื่องจากต้องการความสะดวก เพราะหนังสือมีเยอะมาก เราตัดสินใจเอาหนังสือลงกล่องทั้งถุงพลาสติกหุ้ม แล้วเอาเบกกิ้งโซดา/การบูรโรยลงไปตามความเหมาะสม แล้วปิดกล่องทิ้งไว้หนึ่งสัปดาห์

    พอเปิดดูก็พบว่าการบูรให้ผลดีกว่ามากๆ กลิ่นราอับชื้นจางไปเพราะถูกกลิ่นการบูรกลบหมด เหมือนไปชุบตัวมา 55555555555

    ในขณะที่กล่องที่ใส่เบกกิ้งโซดาไว้ กลิ่นราอับชื้นยังคงชัดอยู่ ...... ซึ่งเราคิดว่าน่าจะเป็นเพราะเราไม่ได้โรยแบบสัมผัสกับหนังสือโดยตรง เลยทำให้เบกกิ้งโซดาดูดซึมกลิ่นออกไปจากหนังสือได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • เราคิดว่า การใช้เบกกิ้งโซดาให้เหมาะสม น่าจะต้องโรยแบบสัมผัสกับหน้าหนังสือโดยตรง แบบโรยแทบทุกหน้า ซึ่งอาจจะยุ่งยากเกินไปสำหรับเรา เราเลยเลือกรมการบูรต่อกับหนังสือทั้งหมด โดยเคาะเอาเบกกิ้งโซดาออกแล้วโรยการบูรเข้าไปแทน

    เราปิดกล่องไว้เพื่อยืดเวลารมการบูรต่อไปอีกหน่อย เพื่อให้กลิ่นราอับชื้นหายไปจนหมด ใช้เวลาไปทั้งหมดประมาณ 3 สัปดาห์ (เพราะไม่มีเวลามาเปิดเช็ก 55555555)

    ผลลัพธ์ออกมาดีทีเดียว กลิ่นราอับชื้นหายไปจนแทบสัมผัสไม่ได้เลย กลิ่นการบูรที่ซึมเข้าไปในหนังสือก็ไม่ได้รุนแรงมากนัก ..... น่าจะเก็บขึ้นชั้นได้แล้ว

    เราตัดสินใจเอาถุงพลาสติกหุ้มหนังสือออก เพื่อกำจัดคราบและเศษสารเคมีต่างๆ ไปส่วนหนึ่ง เช็ดปกและขอบหนังสืออีกครั้งด้วยผ้าชุบแอลกอฮอล์ ผึ่งให้แห้งและเก็บเข้าชั้นหนังสือ

    และแล้ว ...... หนังสือล็อตนี้ก็ไม่ต้องทิ้ง ได้กลับขึ้นชั้นแบบตัวหอมๆ

    สบายใจละ น้ำตาจะไหล (TwT)q

  • Note!
    ▪︎สารเคมี
    >> เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) 70-75%
    >> เบกกิ้งโซดา หรือ ผงฟู (Baking Soda/Sodium Bicarbonate)
    >> การบูรผง (Camphor)

    *ทั้งหมดหาซื้อได้ตามร้านเคมีภัณฑ์ เฉพาะแอลกอฮอล์สามารถซื้อได้ที่ร้านขายยา มีแบบ 70% ขายเป็นขวดอยู่แล้ว

    ▪︎อุปกรณ์ป้องกันที่ควรมี
    >> ถุงมือ
    >> แมสก์

    *เนื่องจากต้องสัมผัสสารเคมีในปริมาณมากเป็นเวลานาน จึงควรใส่ แม้ว่าปกติจะไม่เคยแพ้สารพวกนี้ก็ตาม

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in