One more chapter : ขออีกบทนึงingkychaw
อ่านจบ: กันยายน 2019
  • เดือนกันยานี้เราอ่านได้ 7 เล่ม ลดลงจากเดือนที่แล้วครึ่งนึง ไม่รู้ว่าเดือนที่แล้วโดนตัวไหนทำไมบ้าพลังขนาดนั้น

    อีกอย่างรู้สึกหมดแรงอ่าน แรงนี่ทางกายภาพนะ ใจอยากอ่านเต็มไปหมด แต่เหนื่อยเดินทางรถติดเหลือเกิน ตอนแรกก็เห็นข้อดีของมันว่ามีเวลาอ่านหนังสือ แต่ตอนนี้ข้อเสียคือปวดตัว อ่อนล้าไปหมด ;__;

    เอาล่ะ บ่นพองาม มาดูว่าเราอ่านอะไรได้บ้างในเดือนนี้ีดีกว่า

    1. Red, White & Royal Blue โดย Casey McQuiston

    เมื่อสื่อลงข่าวว่าลูกชายประธานาธิบดีของอเมริกากับเจ้าชายของสหราชอาณาจักรไม่ถูกกัน ส่งผลต่อภาพลักษณ์ความสัมพันธ์ของสองประเทศ ยิ่งเป็นช่วงที่อเมริกากำลังจะมีเลือกตั้งใหม่ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเลยจับทั้งสองมาทำแคมเปญออกงานคู่ เรียกภาพลักษณ์ที่ดีคืนมา ทั้งสองได้ใช้โอกาสคืนดี และปรับความเข้าใจกัน


    เรื่องนี้ออกตัวว่าเป็น enemies to lovers แต่เราไม่เห็นความเป็นศัตรูเลย ใครที่หวังจะอ่านเพราะเหตุผลนี้น่าจะผิดหวังนะ อีกเรื่องที่ผิดหวังคือคาแรคเตอร์ของเจ้าชายเฮนรี่ รู้แค่ชอบอ่านนิยายคลาสสิค เจ้าบทเจ้ากลอน แค่นั้นเอง จืดไปหน่อย เธอเป็นถึงเจ้าชายนึกว่าจะเร้าใจกว่านี้555

     ในขณะที่ตัวละครฝั่งอเมริกา บ้านของอเล็กซ์แต่ละคนมีคาแรคเตอร์ของตัวเองดีเลย เดาว่าคนแต่งไม่อยากให้ฝั่งไหนเด่นทับกันละมั้ง

    ทั้งนี้ทั้งนั้นชอบบทที่โต้ตอบด้วยอีเมลมากกก รู้สึกถึงความรักได้ดีกว่าเลิฟซีนอีก 


    2. Where Death Meets the Devil โดย L.J. Hayward

    Jack Reardon เป็นสายลับออสเตรเลียถูกส่งไปสืบข้อมูลจากมาเฟียรายหนึ่ง ดันถูกจับได้ในวันเกิดปีที่ 35 ของตัวเองพอดี แต่โชคยังมี แจ็คได้นักฆ่าชื่อดัง Ethan Blade มาช่วยไว้ ทั้งคู่ช่วยกันเอาตัวรอดจากมาเฟียคนดังกล่าวมาได้ แล้วแยกย้ายกันไปโดยไม่คิดว่าจะมาเจอกันอีกทีในวันเกิดปีที่ 36 ของแจ็ค ซึ่งอีธานบุกเข้ามาที่ฐานสายลับของแจ็ค บอกว่ามาขอความช่วยเหลือ

    อ่านเรื่องนี้เพราะยังติดบ่วง Seven of Spades (อีกแล้ว) ซึ่งก็มาทดแทนได้ดี ชอบที่เรื่องเล่าสลับไปมาระหว่างตอนถูกมาเฟียจับ ช่วงวันเกิดปี 35 กับตอนอีธานมาขอความช่วยเหลือ ช่วงวันเกิดปี 36 แล้วปมทุกอย่างมาบรรจบตอนที่สองเวลาเล่ามาเจอกันพอดี

    ความสัมพันธ์ทั้งสองมีความน่ารัก คาวาอี้ คิ้วท์ๆ ทั้งที่คนนึงก็สายลัยอีกคนนักฆ่านะเนี่ย5555 อีธานน่ารักมากกก ขอจัดให้อยู่หมวด slowburn ที่ดี


    3. Adrien English Mysteries 1 & 2 โดย Josh Lanyon


    อันนี้เป็นรวมสองเล่มของซีรี่ส์ Adrien English เล่ม 1 Fatal Shadows กับเล่ม 2 A Dangerous Thing เริ่มเล่มแรกที่ Adrien English เป็นเจ้าของร้านหนังสือ มีตำรวจมาแจ้งว่าเพื่อนเก่าที่เป็นลูกน้องในร้านถูกฆ่าตาย แล้วเอเดรียนก็ถูกมองเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยโดยตำรวจชื่อ Jake Riordan แต่แล้วตำรวจก็หายสงสัยเมื่อหลักฐานพบว่าเอเดรียนอาจเป็นเหยื่อรายต่อไป

    เล่มสองเอเดรียนที่พ้นจากสายตาตำรวจแล้ว ถือโอกาสไปต่างจังหวัด หาที่เงียบ ๆ เขียนนิยายสืบสวน แต่มาถึงบ้านก็เจอเรื่องป่วน ศพคนหน้าบ้านที่หายระหว่างเอเดรียนไปเรียกตำรวจ กลุ่มนักศึกษามหาลัยที่มาขุดที่ดินหลังบ้านเอเดรียน เอเดรียนสบโอกาสสวมบทนักสืบจนเจ็บตัว เจคเลยต้องมาช่วยสืบอีกแรง

    ยังไม่หลุดจากบ่วงตีมตำรวจแหละ5555 เรื่องนี้เขาว่าเป็นหนึ่งในตำนาน M/M Romance เลย เขียนตั้งแต่ปี 2000 ก็เกือบ 20 ปีมาแล้ว!! เนื้อเรื่องก็เป็นกลิ่นอายยุคปลาย 90 มือถือยังไม่แพร่หลาย ตัวเอกจะคุยกันก็ได้แต่โทรเข้าบ้านหรือที่ทำงาน อย่างคดีที่เจอศพแล้วต้องไปหาโทรศัพท์โทรหาตำรวจ กลับมาอีกทีศพหาย สนุกไปอีกแบบ เพราะไม่เห็นมุกนี้ในนิยายยุคนี้แล้ว

    แต่ความเก่าของเรื่องก็ไม่ทำให้เรื่องหมดสนุก เล่มแรกสัมผัสถึงความ Thriller ด้วย ตอนฆาตกรโทรมาบอกเอเดรียนว่าฉันจะฆ่าเธอ กลัวตามเขาไปอีก5555

    แต่ความสัมพันธ์ตัวเอกนี่สิ เจคยังไม่เปิดตัวว่าเป็นเกย์กับคนทั่วไป นางยังคิดว่าขึ้นเตียงกับผู้ชายได้ แต่ถ้าคบจริงจังต้องคบกับผู้หญิง เอเดรียนก็อีหยังวะ เราก็อีหยังวะ5555 เจอคนรีวิวขู่ว่าคู่นี้ต่อไปความสัมพันธ์จะปวดใจ เลยไม่กล้าอ่านเล่มต่อไปเลย


    4. Unfit to Print โดย K.J. Charles

    ทนายอาสา วิครัม หนุ่มอินเดียน อาสานอกเหนือจากงานทนาย ไปช่วยตามหาเด็กหายเพราะเห็นว่าเป็นคนอินเดียเหมือนกัน วิครัมมีแค่รูปหนึ่งใบกับสถานที่ล่าสุดที่เจอเด็กในการตามหา ซึ่งที่ล่าสุดที่เจอคือ ถนน Holywell ซึ่งถนนนี้ขึ้นชื่อว่ามีรูปต้องห้ามขายตาม "ร้านหนังสือ" 

    ปรากฏวิครัมเจอ กิล เพื่อนลูกครึ่งผิวดำ สมัยเรียนที่จากกันไปนาน เปิดร้านหนังสืออยู่ที่ถนนนี้และขายรูปต้องห้าม กิลเมื่อเห็นรูปในมือวิครัมก็จำได้ว่าเคยเห็นหน้าจากรูปที่เขาขาย ทั้งคู่เริ่มเป็นห่วงเด็กกลัวจะถูกหลอกไปทำร้าย จึงร่วมกันช่วยตามหาเด็กคนดังกล่าวจากรูปต้องห้ามที่มี

    ขึ้นชื่อว่า K.J. Charles ก็ไม่มีคำว่าผิดหวัง เรื่องนี้เป็นนิยายสั้น แต่เนื้อเรื่องสนุก ครบเครื่องเหมือนนิยายยาวปกติเลย ชอบที่ Charles เอาเกร็ดความรู้ลอนดอน เช่นถนน Holywell ขายรูปโป๊สมัยวิคตอเรียนมาปรับเป็นนิยายได้ อีกทั้งตัวละครหลักเป็นตัวละครผิวสี น้อยเรื่องจะเห็นตัวละครผิวสีเป็นตัวเอกทั้งคู่ ปกติไม่คนใดก็คนหนึ่งมาตลอด แล้วอีกอย่าง Charles เก่งเรื่องสร้างตัวละคร นิสัยและพื้นหลังครอบครัว ถ้าใครเริ่มอ่านนิยายโรแมนซ์ ก็จะแนะ K.J. Charles ให้นี่แหละ

    5. It Takes Two to Tumble โดย Cat Sebastian


    กัปตันฟิลลิปกลับบ้านหลังจากออกทะเลไปนานร่วม 2 ปี กลับมาครั้งนี้บ้านว่างเปล่าลงจากความตายของภรรยา และต้องมาเลี้ยงลูกที่เหินห่างด้วยตนเองลำพัง สองเหตุผลนี้แทบทำให้กัปตันไม่อยากกลับบ้าน แต่กลับมาก็เจอบาทหลวงประจำหมู่บ้านชื่อเบน กำลังเลี้ยงลูกทั้งสามของเขา แถมเด็ก ๆ สนิทกับเขามากกว่าพ่อตัวเองเสียอีก ถึงแม้จะเลี้ยงอย่างขัดใจกัปตันที่ผู้เจ้าระเบียบ แต่ลูก ๆ ซนเกินที่จะรับมือคนเดียวไหว ทั้งสองช่วยกันเลี้ยงให้เด็ก ๆ อยู่ในโอวาท เบนเองก็สอนให้เด็กๆเชื่อใจพ่อตน ส่วนคุณพ่อก็เริ่มไว้ใจให้คุณบาทหลวงเสียเอง

    เอาจริงมันก็คือ The Sound of Music แต่เปลี่ยนแม่ชีเป็นบาทหลวงนั่นแหละ ชอบการเลี้ยงลูกของบาทหลวงมาก อาจจะมาจากประสบการณ์ตรงของคนแต่งเองละมั้ง5555 ชอบการตัดสินใจตอนจบของตัวละครทั้งสอง เราว่าการทำแบบนั้นมาโรแมนติคมากเลย


    6. A Gentleman Never Keeps Score โดย Cat Sebastian

    ฮาร์ทลีย์อาศัยอยู่ในบ้านที่ได้รับมรดกมาจากพ่ออุปถัมป์คนเดียวเหงา ๆ ที่ลอนดอน เพราะมีข่าวลือว่าฮาร์ทลีย์เป็นมากกว่าลูกเลี้ยง ถึงทำให้ได้มรดกมากมาย มากกว่าลูกแท้ ๆ ของพ่ออุปถัมป์เสียเอง 

    วันหนึ่งฮาร์ทลีย์กำลังกลับบ้าน เจอชายผิวดำมาด้อม ๆ มอง ๆ บ้านเขา สืบสามราวเรื่องก็รู้ว่า ลอร์ดที่เคยอยู่บ้านหลังนี้ มีรูปต้องห้ามของเพื่อนสาวคนสนิทเขา และเขาอยากได้คืน ฮาร์ทลีย์ได้ยินเลยช่วยตามหา

    เรื่องนี้เป็นซีรี่ส์เดียวกับ It Takes Two to Tumble ฮาร์ทลีย์เป็นน้องชายของเบน บาทหลวง ชีวิตน้องฮาร์ทเศร้ามาก ส่วนแซมก็พระเอกมาก เคารพ consent ของฮาร์ทลีย์ แต่ความรักตัวเอกไม่น่ารักเท่าคู่พี่กับกัปตัน อาจจะเพราะตีมเรื่องนี้มาแนววงเวียนชีวิต5555 ชอบตอนฮาร์ทลีย์กับคนใช้อยู่ด้วยกัน เหมือนรวมดาวคนดวงกุด


    7. Spellbound โดย Allie Therin



    อาเธอร์ เคนซี่กับเพื่อนผู้มีพลังพิเศษเจอวัตถุโบราณที่สามารถเพิ่มพลังเวทย์ของผู้มีเวทมนตร์ได้ แต่เขาไม่รู้วิธีเปิด แล้วก็ไม่อยากให้เพื่อนที่มีพลังเป็นคนจับ กลัวว่าจะเกิดอันตราย เลยลองไปถามร้านขายของเก่า เจอรอรี่ที่มีพลังเห็นอดีตจากการสัมผัส อาเธอร์เลยชวนมาร่วมกลุ่มตามหาวัตถุโบราณที่เหลือ ก่อนจะตกถึงมือแก่กลุ่มคนร้าย

    ชอบไอเดียโลกเวทมนตร์ จริง ๆ ก็ไม่เชิงเวทมนตร์ แต่เหมือน X-men มากกว่า แต่ในเรื่องเรียก magic ความรักของตัวเอก งงว่ารักกันได้ยังไง555 แต่พอคบกันแล้วก็น่ารักปุ๊กปิ๊กดี รออ่านเล่มต่อแน่นอน ชอบพลังของรอรี่

    ครบแล้ว 7 เล่มสำหรับเดือนกันยายนนี้ รู้สึกตัวเองอ่านไม่มีตีมเลย อ่านแล้วแต่อารมณ์พาไป5555

    เดือนตุลาคมนี้ booktuber ไปทางตีม spooky หลอนระทึกขวัญอกสั่นขวัญแขวนกันหมด ว่าจะลองอ่านอะไรผี ๆ ตามตีมเขาดูบ้าง แล้วเจอกันในอ่านจบตอนหน้านะจ๊ะ <3 













เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in