จิจิจิจิปาถะwritia
วันวานกับ Idol Producer (season 1)
  • สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่พื้นที่เล็ก ๆ ของแฟนคลับรายการไอดอลโปรดิวเซอร์ซีซั่น 1 ที่ตามติ่งแบบติ่งขี้เกียจ ๆ คนหนึ่ง ขี้เกียจขนาดไหนก็เพิ่งเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาตอนที่รายการจบไปตั้งครึ่งปีกว่าแล้วแน่ะ จนซีซั่น 2 จ่อจะฉายอยู่รอมร่อแล้ว แหะ ๆ
    เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ารายการสร้างความประทับใจให้ได้ยาวนานมาก ๆ เลย ใครยังไม่ดูต้องรีบดูแล้วนะคะ! (//เข้าข้างตัวเอง)

    ก่อนอื่นก็พูดถึงตัวรายการก่อน สำหรับ Idol Producer หรือชื่อจีนว่า 偶像练习生 (Ǒuxiàng liànxí shēng) ก็เป็นรายการแนวไอดอลเซอร์ไววัลเหมือนกับ Produce 101 ของฝั่งเกาหลี ผลิตโดย iQiyi (แอบกระซิบว่ารายการนี้ plagiarize มานั่นเองค่ะ แม้จะเป็นแฟนรายการแต่ก็ไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ จริง ๆ) ซีซั่น 1 ออกอากาศช่วงเดือนมกราคม-เมษายนของปี 2018 เนื้อหาของรายการคือการแข่งขันของเด็กฝึกจำนวน 100 คนเพื่อคัดเลือกให้เหลือเพียง 9 คนที่จะได้เดบิวต์ ภายใต้สโลแกน "ยิ่งขยันยิ่งโชคดี"

    แต่ถึงจะบอกว่าเนื้อหาเป็นการนำเด็กฝึกหัดมาแข่งขันกันเพื่อให้ได้เดบิวต์ แต่ในฐานะแฟนรายการบอกได้เลยว่าสิ่งที่เห็นจากรายการไม่ใช่เวทีประกวดเลยค่ะ แต่จะเห็นเด็ก ๆ (หรือคนแก่ อุแค่กๆๆ) ที่มีความฝันเหมือน ๆ กันเข้ามาอยู่ร่วมกัน ก่อกำเนิดมิตรภาพ (และคู่จิ้น) ที่สวยงามทั้งกับเด็กฝึกด้วยกัน กรรมการ และทีมงาน แต่ละตอนมีความยาวหลักชั่วโมง ไม่ขายดราม่า ขายแต่มิตรภาพระหว่างเด็กฝึกค่ะ บอกเลยว่าทีมงานตัดต่อมาถูกทางแล้ว ดูแล้วมีความสุขมากจริง ๆ ค่ะ


    แปะโปสเตอร์รายการซักเล็กน้อย เป็นรูปเหล่าเมนเทอร์ในรายการนั่นเองและใช่แล้วค่ะ ดิชั้นเริ่มต้นดูรายการนี้จากการตามผู้ชายฝั่งเกามา ซึ่งก็คือจางอี้ชิงหรือเลย์แห่ง EXO และแจ็คสัน GOT7 นั่นเอง ไม่ได้เตรียมใจจะมาโดนเด็กฝึกในรายการตกแต่อย่างใด แหะ ๆ


    แปะเพลงธีมของรายการอีกนิดค่ะ เพลง Ei Ei ที่แสดงโดยเด็กฝึกในรายการ และเป็นเหมือนมิชชั่นแรกของเหล่าเด็กฝึกนั่นเอง

    ตัวรายการเองมีทั้งหมด 12 EP ด้วยกันค่ะ เด็ก ๆ ในรายการจะถูกคัดเลือกโดยจำนวนการโหวตของผู้ชมทางบ้านหรือที่ทางรายการเรียกชื่อสวย ๆ ว่าโปรดิวเซอร์แห่งชาติ โดยจำนวนจะลดลงจาก 100 --> 60 --> 35 --> 20 และคัดจนเหลือ 9 คนสุดท้ายใน EP ไฟนอลนั่นเองค่ะ เย้ (//ปรบมือ)

    รายการนี้ก็ผ่านตอนไฟนอลมาได้ 4 เดือนแล้ว และเพิ่งมีข่าวว่า iQiyi กำลังทำซีซั่น 2 อยู่เมื่อเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตามเด็กฝึกทั้ง 9 คนที่ได้รับคัดเลือกจากโปรดิวเซอร์แห่งชาติทั้งหลายก็ได้เดบิวต์ในชื่อวง Nine Percent (อาจจะเรียกย่อ ๆ ว่า NPC นะคะ) ที่มีอายุวง 18 เดือน (แต่ใช้เวลากว่า 7 เดือนในการคลอดอัลบั้มแรก แถมในการแถลงข่าวเรื่องซีซั่น 2 ยังถูกพูดถึงว่าเป็นรุ่นทดลองอีก และบริษัทเคยพูดว่าไม่คิดว่ารายการจะดังด้วยนะคะ ฮึก พูดแล้วก็ช้ำ)

    ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ในฐานะแฟนรายการ (อีกแล้ว) เราก็บอกได้แค่ว่าตัวรายการซีซั่น 1 เองได้รับความรักอย่างล้นหลามค่ะ ทั้งในด้านของจำนวนผู้ชม (ซึ่งสเกลใหญ่มาก ทั้งแฟนจีนและแฟนอินเตอร์เลย) และในด้านความรู้สึกประทับใจที่รายการสร้างให้กับแฟน ๆ คิดว่าคงมีแฟนจำนวนไม่น้อยที่ดูรายการซ้ำไปซ้ำมาระหว่างที่ NPC ยังไม่มีผลงานให้ได้ติดตาม อ้ายฉีอีจะหาข้ออ้างเรื่องความไม่พร้อมในการทำวงยังไงก็ได้ แต่ไม่ใช่พูดถึงซีซั่นแรกว่าเป็นรุ่นทดลองค่ะ เราผิดหวังกับข้ออ้างนี้ของอ้ายผีอีนี่มาก แต่หัวใจเราถูกเด็กฝึกในรายการเอาไปครองหมดเสียแล้วนี่สิคะ ช่วยไม่ได้จริง ๆ ทำอะไรไม่ได้นอกจากติดตามต่อไปค่ะ ฮึก (//ปาดน้ำตา)

    จาก EP 1 สู่ EP 12

    ด้วยความที่ดูรายการจากการติดตามเลย์กับแจ็คสันมา ตอนดู EP 1 ครั้งแรกเรายอมรับเลยค่ะว่าผู้ชายเยอะแยะไปหมด จำกันไม่หวาดไม่ไหวจริง ๆ ตอนดูจบจำได้แค่ช่ายสวีคุน เฉินลี่หนง เหอตงตง แล้วก็ฟ่านเฉิงเฉิงเองค่ะ PD101 ก็ไม่เคยดูเลยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจูเจิ้งถิงกับจัสตินเป็นใคร พอมาดูคลิปแนะนำตัวก็จำเพิ่มขึ้นได้ไม่กี่คนเอง ความจำก็สั้นเป็นปลาทอง งงไปหมด

    เรากลับมาดู EP 1 ใหม่อีกครั้งในวันก่อนที่ EP 12 จะมาถึงค่ะ
    โดยที่ไม่ได้รู้ว่ารายการเองตอนไฟนอลก็แพลนทำคอนเทนต์แนว throwback เรียกน้ำตาใส่คนดูเหมือนกัน เราแค่อยากจะจดจำพวกเขาที่ไม่ใช่แค่ 9 คนที่จะได้รับความสำคัญในวันนั้น หรือแค่ 20 คนที่อยู่บนสเตจในวันไฟนอล
    กลับไปดูวันที่พวกเขาแนะนำตัวเองกับเราอีกครั้งหนึ่ง เราเห็นทั้งเด็กฝึกที่กลายมาเป็นที่รักของเรา และเด็กฝึกบางคนที่เราเคยชอบ แต่พอถึงรอบลึก ๆ เรากลับหลงลืมไป

    สิ่งที่เรารู้สึกคือ แม้แต่คนที่เราหลงลืม ตอนนี้ที่เราจำพวกเขาได้หมดแล้วเรากลับรู้สึกว่าไม่สามารถตัดใครออกไปได้เลย

    รอยยิ้มที่เคอะเขินในการเดินเข้ามาในรายการวันแรก การแนะนำตัวกับบทสนทนาที่น่าอึดอัดของเด็กฝึกที่เพิ่งพบกันเป็นครั้งแรก บทสนทนางง ๆ ระหว่างเหอตงตงกับต่งเหยียนเหล่ย กับการโค้งจากระยะไกลพร้อมบอกชื่อตัวเองให้เด็กฝึกที่เข้ามาใหม่ของเจฟฟรีย์ มันน่ารักไปหมด
    เด็กฝึกที่ครั้งแรกที่เราดูอาจจะแอบคัน ๆ ในความมั่นหน้าของเขา พอย้อนกลับมาดูใหม่ก็ได้แต่ยอมให้กับความมั่นใจของเขา ก็เก่งจริง คนมันมีของ เขาทำงานหนักมามากจริง ๆ ถึงได้มั่นใจ
    ฟ่านเฉิงเฉิงที่โดนขโมยผัก ครั้งแรกที่เราดูอาจจะไม่ค่อยอินกับการที่เด็กฝึกคนนึงลืมเนื้อร้องในโซโล่ของตัวเอง แต่พอย้อนกลับมาดูก็เกิดเห็นใจและเอ็นดูขึ้นมา เรารู้ว่าสุดท้ายเขาจะปล่อยของจนเราแทบจะลืมไปเลยว่าเด็กคนนี้เคยแสดงพลาดในการประเมินครั้งแรก
    น้องจั่วเย่ แฟนคลับตัวน้อยของช่ายสวีคุน ตอนแรกก็เห็นแต่แฟนบอยขี้ขิงคนนึงค่ะ เอ็นดูความอวยคุนเกอของน้อง แต่พอมาดูอีกรอบก็เอ็นดูปฏิกิริยาของพี่ ๆ ใน OACA ด้วย โดยเฉพาะฉินจื่อโม่ (พ่อปลาเค็มของเจี่ยเจีย <3) ดู ๆ ไปจะสังเกตได้เลยถึงความโอ๋น้องของจื่อโม่ ถึงจะไล่น้องไปเป็นเด็กฝึกอิสระแต่ก็ฟังที่น้องขิงทุกคำ แถมตอนเข้าหอตัวเองได้อยู่ห้องเดียวกับคุนคุนก็ชวนน้องไปเล่นที่ห้องอีก (ถึงสุดท้ายจั่วเย่จะซึนจนไม่ได้คุยกับพี่คุนซักคำก็เถอะ น่ารักก) และเคยอ่านผ่าน ๆ ว่าจื่อโม่เอาเรื่องที่น้องจั่วเย่ได้รับความเกลียดชังจากชาวเน็ตไปเขียนในธีสิสด้วย (เหมือนน้องจะถูกเกลียดจากภารกิจ Group battle ที่มีปัญหาตอนซ้อมกับเพื่อนในกลุ่ม Dance to the music ทีม B ค่ะ)

    อ้อ ตอนแรกที่ดูเรารำคาญการบิลด์ให้คนดูตื่นเต้นไปกับเก้าอี้อันดับ 1 ของรายการมากเลยค่ะ แลพยายามเกินไปจนประดักประเดิด แต่พอมาดูอีกทีมันก็ตลกดีพอนึกว่าท้ายที่สุดคนที่ขึ้นไปนั่งที่อันดับ 1 กลายเป็นเด็กฝึกคนแรกที่ออกจากรายการแถมยังถูกเซนเซอร์ไว้ตลอดอีก (เด็กฝึกที่ออกจากรายการชื่อซ่งซุ่ยเจี้ยวค่ะ เสิร์ชว่า Song Shuijiao เผื่อจะไปหาต่อค่ะ)

    กล่าวได้ว่าการรู้รายละเอียดของเด็กฝึก มันทำให้เราย้อนกลับไปดู EP 1 แล้วสนุกกับมันมากขึ้น
    และยิ่งทำให้เรารู้สึกถึงวันเลิกราของงานเลี้ยงที่ดำเนินมาถึงใน EP 12 ได้ชัดเจนขึ้น

    เราชอบทุกเพลงบนเวทีไฟนอล แต่เนื้อเพลงที่ catch เลยตอนดูวันนั้นคือท่อนหนึ่งของเพลง Forever

    <  就让时间回到第一刻
        ปล่อยให้เวลาหวนกลับไปตอนที่หนึ่ง
        初次站上舞台的我
        ผมที่ก้าวขึ้นเวทีครั้งแรก   >

    โอ้โห น้ำตามาเลยค่ะ พวกเธอรู้เหรอว่าฉันดูตอนแรกมาใหม่น่ะ คนบ้า

    ขออนุญาตพูดถึงเรื่องส่วนตัวนิดหน่อย รายการนี้ทำให้เรานึกถึงค่าย สอวน. สมัยมัธยมปลายมากเลยค่ะเหมือนเป็นค่ายที่รวบรวมเด็กที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันไปรวมตัวกัน เล่นด้วยกัน เรียนด้วยกัน และแข่งขันกันเพื่อหาคนที่ได้ไปต่อ
    กองถ่ายก็เหมือนโรงเรียนที่จัดค่าย กั้นเราไว้จากโลกภายนอก ในนั้นเราไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องอื่น สภาพแวดล้อมช่วยให้เราโฟกัสแต่เรื่องที่เรารักได้ ภารกิจดึงทุกคนมาปฏิสัมพันธ์กัน จะเติบโตเป็นความขัดแย้งหรือมิตรภาพก็แล้วแต่เราจะเลือก
    เราว่าไม่แปลกที่เด็กฝึกที่เข้าร่วมจะคิดถึงรายการ วันที่รายการสิ้นสุดลง พวกเขาต้องก้าวออกมาสู่โลกภายนอก มีโอกาสและงานมากมายยึดครองตารางเวลาเอาไว้ มิตรภาพของเด็กต้าฉ่างอาจจะไม่ได้หายไปไหน แต่การติดต่อกันข้างนอกก็เทียบไม่ได้เลยกับวันเวลาเหล่านั้น

    ไม่ต่างจากพิธีปิดค่ายที่มักจะฉายคลิปความทรงจำ (ที่เพลงประกอบที่ขาดไม่ได้เลยเป็นเพลง ช่วงที่ดีที่สุด ของ BOYdPOD นั่นแหละค่ะ) เสน่ห์ของ EP สุดท้ายไม่ใช่เพียงการประกาศ 9 คนที่ได้เดบิวต์ ยังมีการรวบรวมคนที่เราคิดถึงกลับมาร่วมกันรำลึกความหลังส่งท้ายในรายการ พวกคนที่เดินเด๋อ ๆ ขึ้นเวทีมาใน EP แรกนั่นแหละ

    ซีซั่น 2 รายการเปลี่ยนชื่อภาษาจีนค่ะ แต่ชื่อภาษาอังกฤษยังเป็น Idol Producer เหมือนเดิม
    และในช่วงเวลาเดียวกันก็เหมือนจะมีรายการเซอร์ไวเวิลเด็กฝึกหัดชายอีกหลายรายการเลย
    ไม่รู้เหมือนกันว่ารายการจะปรับปรุงรูปแบบไปมากขนาดไหน จะดีขึ้นจากรุ่นทดลองขนาดไหน
    ก็ต้องรอดูกันต่อไปค่ะ
    แต่เราว่ารุ่นทดลองรุ่นนี้เป็นรุ่นที่น่าประทับใจมาก ๆ เลย <3
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in