Take Mom Out to KYUSHUSor Winchester
01 : Train to Kagoshima


  • จำได้ว่าล้อแตะพื้นสนามบินฟุคุโอกะประมาณ7.30 น. 

     

    รู้สึกว่าจะเร็วกว่าที่คิด

     

    จากประสบการณ์  คิดว่าคนน่าจะไปออกันตรงตม.เยอะเหมือนไฟลท์เช้าที่อื่นๆ  เลยชวนชาวคณะไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟันแต่งหน้าก่อนดีกว่าแล้วค่อยไปต่อแถว ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่าเดี๋ยวไฟลท์ต่อไปจะลงแล้ว  ห้องน้ำไปเข้าด้านในก็ได้

     

    เอ๊ะ...  นี่ไล่กันอ้อม ๆ ป่ะ

     

    ตอนต่อแถวคนก็เยอะตามคาดแหละ เพราะนอกจากไฟลท์เราก็เหมือนจะมีไฟลท์อื่นก่อนหน้าด้วย แต่ที่งงสุดคือเจ้าหน้าที่พาไปตรงเครื่องสแกนพาสปอร์ตซึ่งมีขั้นตอนคล้าย ๆออโตเกทเหมือนบ้านเราอ่ะ ตอนนั้นก็คิดว่าเออ.. ดีจังเนอะ ชาวต่างชาติใช้ออโตเกทก็ได้ เหมือนสิงคโปร์(ขาออก)เลย แต่พอผ่านเครื่องเสร็จก็ไปต่อแถวเหมือนเดิม (อ้าว)  สักพักคนเริ่มเยอะจนหางแถวมั่วไปหมดเขาก็หยุดใช้เครื่อง  โถ... พี่คะ  ให้ต่อแถวแบบบ้าน ๆเหมือนเดิมก็ได้  สงสัยอยากจะใช้ของใหม่มั้ง

     

    เราไม่แน่ใจว่าเราเคยเขียนเล่าไปในบันทึกเรื่องทริปอื่นหรือยัง  แต่ตัวเราเนี่ยเป็นคนอับโชคในการต่อแถวมาก  ต่อแถวไหนมักจะช้าเสมอ  ซึ่งทริปนี้เองก็เจอมาตั้งแต่ตอนอยู่สุวรรณภูมิอ่ะ และแน่นอนว่ามาถึงสนามบินฟุคุโอกะชะตาชีวิตเราก็ยังเป็นเช่นเดิม 

    ลำดับในการต่อแถวผ่านตม.จะเป็น

    แม่- - คนอื่น ๆ ๆ ๆ - - เรา - - คนอื่น ๆ ๆ ๆ - - พี่สาว - - คนอื่น ๆ ๆ ๆ - -น้องสาว 

    ซึ่งเท่าที่มองดูน้องสาวนี่ห่างจากเราเยอะมาก  ไป ๆ มา ๆ แถวอื่นเขาไปกันหมดแล้วจนน้องสาวมาต่อหลังเรา  และแถวเราก็ช้าเหลือเกิน  คือกว่าจะผ่านไปได้คือแม่กับพี่รับกระเป๋าไปนั่งรอข้างนอกแล้ว 

     

    แหม...  เริ่มต้นก็ดีซะแล้ว

     

    พอรับกระเป๋าเสร็จก็จัดการแต่งตัวออกไปเจอกับอากาศข้างนอก  เช็คดูคือประมาณ 10 องศาเซลเซียส 

    อืม...  หนาวกว่าที่คิด 


                                                         Nikon FE + Tudor Color xlx 


    พอทุกคนแต่งตัวกันเสร็จแล้วเราก็เดินนำออกไปขึ้นShuttle Bus ซึ่งการจะเข้าเมืองนั้นจะต้องนั่งShuttle Bus ไปลงอาคาร Domestic เพื่อนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงสถานีHakata  ระยะทางก็แค่2 สถานีเอง  ดูง่ายมาก 

    เราเดินออกมาเจอบัสพอดี  เลยชี้ให้ทุกคนดู  คันนี้แหละ!  พูดจบก็ยกกระเป๋าขึ้นบัส พอล้อกระเป๋าแตะพื้นรถก็ได้ยินเสียงสัญญาณเหมือนเตือนว่าประตูจะปิด  พอหันหลังไปมอง  ประตูก็ค่อย ๆ สไลด์ปิดไปต่อหน้าต่อตา  สบตากับพี่สาวอย่างรู้กันว่า เออ...  เจอกันปลายทางนะ

     

    จะบอกว่าเหตุการณ์แบบนี้มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วตอนทริปมาเลเซีย เราเดินนำขึ้นรถไฟใต้ดินไปแล้วประตูก็ปิดปัง พอหันหลังไปก็มีสายตาพี่สาวกับน้องสาวมองมาแบบงง ๆ  แต่ก็เป็นอันรู้กันว่าจะต้องไปเจอตรงไหน

    พี่สาวบอกว่า  “เออ.... ดีแล้วที่เป็นแก เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่าจะต้องไปตรงไหน ถ้าเป็นคนอื่นก็ไม่แน่ใจ” 555555

     

    พอลงจากบัส  เราก็ยืนรออยู่แถว ๆ ป้าย  หนาวก็หนาว แต่จะไปหลบตรงอื่นก็กลัวจะหากันไม่เจอ เลยนั่งเล่นบนกระเป๋าถ่ายรูปอะไรไปเรื่อยเปื่อย  


                                                       Nikon FE + Tudor Color xlx 


                                                         Nikon FE + Tudor Color xlx 


    ไม่นานนักรถบัสจากอาคาร International ก็มาถึง  มองเห็นพี่สาว น้องสาว  และแม่ลงมาจากรถเป็นคนท้ายๆ

                                                  Olympus mju ii + Agfa Vista 200 


    พวกเราลากกระเป๋ามาเรื่อย ๆแต่เห็นแม่เดินช้ากว่าคนอื่น ตอนแรกก็คิดว่าแม่คงเหนื่อยแล้ว แต่แม่บอกว่าล้อกระเป๋ามันไม่ดี เลยสลับให้น้องสาวไปลากแทน พอลากไปสักพัก น้องมันก็บอกว่าล้อมันเสียป่าว คือลากไม่ไปเลย เหมือนล้อไม่ค่อยหมุน พอมาถึงสถานี Hakata เลยสำรวจกระเป๋าอีกที  พบว่าล้อน่าจะพัง เพราะกระเป๋าใบที่แม่เอามาใช้เป็นกระเป๋าใบเก่าของเราซึ่งเดินทางไปหลายที่มาก  ล้อมันคงเสื่อมไปตามกาลเวลา ทุกคนเลยตัดสินใจว่าซื้อกระเป๋าใหม่เปลี่ยนดีกว่า  ตอนนี้ห้างก็เปิดแล้ว ขณะที่เรากับพี่สาวกำลังเดินไปดูป้ายว่ากระเป๋าเดินทางขายที่ชั้นไหนเราก็คิดได้ว่า  แล้วใบเก่าจะเอาไปทิ้งที่ไหนวะ  ประเทศนี้ยิ่งขึ้นชื่อเรื่องทิ้งขยะ  ยิ่งเป็นชิ้นใหญ่ ๆ ยิ่งต้องมีเงื่อนไข  ทุกคนก็มองหน้ากันแบบไม่รู้จะทำยังไง  เราเลยตัดสินใจว่าอดทนเอาหน่อยละกัน  ช่วย ๆ กันลากไป  อย่างน้อยเอาไปทิ้งที่โรงแรมก็ยังดีมั้ง  พอตกลงได้ตามนั้นทุกคนก็เคลื่อนขบวนไปตรงสถานี JRเพื่อไปแลก JR Passกับตั๋วรถไฟขบวนพิเศษที่จองมาแล้ว และจองตั๋วชินคังเซนไป Kagoshima 

    ระหว่างรอแลกตั๋วก็ใช้น้องสาวไปซื้อครัวซองต์ขึ้นชื่อของที่นี่  กลิ่นหอมมาก เย้ายวนมาก  พอแลกตั๋วเสร็จก็แยกย้ายกันไปซื้อข้าวกล่องเพื่อจะเอาไปกินบนรถไฟเป็นอาหารมื้อแรก

                                                                 Sony RX 100 M3


    ครัวซองต์อร่อยมาก  แต่แม่ไม่ชอบ  จบข่าว 55555

    ขบวนที่จองเป็นขบวน Mizuho 605  เที่ยว 11.25 ตามเวลาจะถึงตอน 12.41 

                                                        Nikon FE + Tudor Color xlx 


    พอขึ้นไปบนรถไฟปุ๊บก็ต้องอึ้ง เพราะไม่มีที่วางกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ว่ะ... 555555  จะเอามาวางข้างหน้าตัวเองก็ไม่ได้  เลยต้องวางตรงทางเดินโดยจับไว้และพยายามหลบคนอื่นเอา  ทุกลักทุเลพอสมควร 


                                                                     Sony RX 100 M3


    หน้าตาข้าวกล่อง  อร่อยนะ แต่เค็มไปนิดนึง

                                                           Olympus mju ii + Agfa Vista 200 


    พอมาถึง Kagoshima เดินออกมาเจอเขาออกร้านขายกระเป๋าพอดี  เลยบอกแม่ว่าดูไปเลยดีกว่า  เป็นอันว่าแม่ต้องเสียเงินเป็นคนแรกเลยจ้า  แม่บอกว่าดีนะที่แลกมาเผื่อฉุกเฉิน  แหม... เหมือนรู้ล่วงหน้าว่ากระเป๋าจะพัง

     

    ตอนจ่ายเงินหันไปเห็นป้าย  New Bag  New Life  แหม  บิ๊วเก่งงงง

                                                                      iphone 6s

     

    ความคิดแรกว่าจะฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อกเกอร์ก่อนแล้วค่อยเข้าโรงแรมทีเดียว  แต่ล็อกเกอร์ใหญ่เต็มหมดเลย  แถมยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน เราเลยเสนอว่าไปฝากกระเป๋าไว้ก่อนมันต้องได้แหละ  เลยลากกระเป๋ากันไปฝากไว้ก่อนจะออกมาเริ่มผจญภัยใน(ครึ่ง)วันแรก


                                                Olympus mju ii + Agfa Vista 200 

    แต่มองท้องฟ้าแล้วอากาศดีจริงๆ  รู้สึกได้รับพลังดีนะ  

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in