อินเทิร์น เพลินเกินร้อย!Krittamate Mate
Nice to meet you, Atitta!
  • สวัสดีครับ! ขอบคุณทุกคนมากที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้เรื่องราวในบล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนิสิตฝึกงานของเรา เหมือนไดอารี่นั่นแหละ อ่ะ เข้าเรื่อง! เราเป็นนิสิตฝึกงานของนิตยสารเที่ยวรอบโลก (ติดตามได้ที่เฟซบุ๊ก TravelAround The World Magazine) หรือถ้าแบบเป็นทางการก็คือบริษัท อทิตตา พับลิเคชั่น โดยเรากำลังเรียนอยู่ในเอกวรรณฯเด็กซึ่งพอคนอื่นรู้เข้าก็จะบอกว่าไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับงานที่มาฝึกเท่าไรเลย ผมว่ามันมีทั้งสิ่งที่จริงและไม่จริงน่ะนะ ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยวทำให้ผมตัดสินใจเลือกที่นี่เป็นสถานที่ฝึกงานในช่วงซัมเมอร์ก่อนขึ้นปี 4  เอาล่ะ! ขอเล่าเป็นภาพรวมของแต่ละอาทิตย์แล้วกันเนอะจะได้ไม่ต้องเล่าเรื่องซ้ำ ๆ มากเกินไป และจะเน้นสำหรับสิ่งสำคัญๆ ที่น่าสนใจ โดยเราเริ่มฝึกงานวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนเริ่มฝึกงานก็เหนื่อยอยู่นะเพราะว่าเราต้องเตรียมตัวเขียนงานที่พี่เขามอบหมายให้ตั้งแต่วันสัมภาษณ์และก่อนหน้านั้นก็ไปค่ายอาสาฯที่สุรินทร์ถึงจะแค่ 4 วันก็ตาม 

    วันแรกของการฝึกงานเรามาถึงบริษัทพร้อมเพื่อนมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่เริ่มฝึกงานพร้อมกันอีก2 คน ชื่อปุ๊กกี้กับบี้ท (ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน) และก็มีเพื่อนที่ฝึกก่อนหน้าเราประมาณ2 อาทิตย์ ชื่อปาปี้ซึ่งตอนแรกเรียกผิดเป็นป๊อปปี้บ่อยมาก ผมเริ่มงาน 9 โมงเช้าจรด6 โมงเย็นของทุกวัน โดยเราก็มาเช้าก่อนเวลาตลอดทุกวันตามประสาคนดี อาทิตย์นี้เราตื่น6 โมงเช้าทุกวันเลย เพราะรถติดมาก เรานั่ง MRT สุทธิสารไปลงสถานีพหลโยธินเพื่อนั่งรถเมล์ต่อไปยังBTS สายหยุด ใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่งและหลังจากนั้นผมก็เปลี่ยนมาใช้บริการรถตู้แทน (แพงกว่า 3 บาท แต่ใช้เวลาแค่ 20นาทีเอง คุ้มมาก ทำให้ช่วงหลังผมตื่นประมาณ 7 โมงได้แล้ว!)

    วันแรกของการฝึกงานเราได้เขียนคอลัมน์ที่ชื่อว่าCity Guide คอลัมน์แนะนำเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจงานแรกผมเขียนเกี่ยวกับเมืองฮวาเหลียน  เมืองท่องเที่ยวของไต้หวันผมใช้เวลาไม่นานก็เขียนเสร็จถึงจะต้องปรับแก้การใช้ภาษา 2 รอบแต่ก็ดีใจมากที่ได้รับคำชมว่าคัดสรรเนื้อหาและเรียงลำดับได้น่าสนใจ (ยืด ๆๆๆ)หลังจากนั้นน่ะเหรอ... ผมต้องถอดเทปที่พี่ ๆ ในบริษัทไปตุรกีมาเพื่อนำข้อมูลมาเขียนคอลัมน์ซึ่งเยอะมากตั้ง 5 วัน! วันนึงไม่น่าต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง ผมใช้เวลา 3วันเพื่อถอดเทปเหล่านี้จนเสร็จ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเสียงมันไม่ชัดมาก ๆ! (ใช้กูเกิ้ลพิมพ์ด้วยเสียงช่วยด้วย)และภายหลังพี่เขาก็พบว่ามีคำผิดที่ไม่น่าให้อภัย เช่นพานักบุญจอห์นไปเล่นทะเล ย้ำว่าเล่นทะเล! ฯลฯ (ฮา)แต่มันก็เป็นที่ขำขันของพี่ ๆ เพื่อน ๆ ในออฟฟิศอย่างมาก เขินเล็ก ๆแต่ก็รู้สึกดีที่สร้างเสียงหัวเราะให้ทุกคนได้

    แน่นอนว่าทุกคนที่รู้จักผมในระดับหนึ่งจะรู้ว่าผมเป็นคนชอบเดินทางและพบปะผู้คนใหม่ๆ โดยผมคาดหวังว่าจะได้ออกทำงานนอกสถานที่จากการทำงานกับนิตยสารเที่ยวรอบโลก และโอกาสนั้นก็มาถึงเร็วกว่าที่คิดมากๆ เพราะวันที่พฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน (วันที่ 3 ของการทำงาน)ผมได้ออกไปทำงานนอกสถานที่แล้ว! เป็นงานแถลงข่าวของ PrinceHotel and Resort ณ โรงแรมคราวน์ พลาซ่า กรุงเทพฯ ลุมพินี พาร์คงานนี้ผมไปในนามของสื่อมวลชน พร้อมกับพี่ลิน พี่ในบริษัทหน้าที่ของผมในงานมีอยู่เพียง 2 อย่าง คือเก็บข้อมูลกลับไปเขียนข่าวและลั่นชัตเตอร์ให้ไวที่สุดให้ได้ภาพที่ดีที่สุดในการทำข่าว และงานก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพราะกล้อง OlympusEMD EM10 Mark III ของผมนะเหรอ? เปล่าเลย! เพราะกล้องโทรศัพท์หัวเหว่ยที่จอแตกละเอียดต่างหากเลนส์คิทของผมมันใช้ถ่ายงานแบบนี้ไม่ได้ จนสุดท้ายโชคยังเข้าข้างที่ภาพจากโทรศัพท์นำมาใช้งานได้หลังจากนั้นผมกับพี่ลินก็แยกย้ายกลับบ้านโดยผมนำของฝากจากกิจกรรมแถลงข่าวครั้งนี้ไปฝากเพื่อนในชมรมและพี่ ๆ ในบริษัทด้วยเป็นคนดีไหมล่ะ (ฮา)

    ขอบคุณโทรศัพท์หัวเหว่ยโนว่า 2i มาก!!

    อาทิตย์นี้ผมแอบรู้สึกว่างงานเล็กน้อย หลังจากผมถอดเทปเสียง(ที่พานักบุญไปเล่นทะเล) และ City Guide เสร็จ จนผมได้ออกงานนอกสถานที่อีกครั้งในวันเสาร์ที่8 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งแตกต่างจากบริษัททั่วไปเล็กน้อย เพราะปกติพนักงานบริษัทจะทำงานวันจันทร์-ศุกร์แต่ที่นี่ในกรณีที่มีงานออกนอกสถานที่ก็จำเป็นต้องไปเช่นกัน ทำให้บางอาทิตย์อาจไม่มีวันหยุดเลยสมชื่อกับ เที่ยวรอบโลก(แต่ผมกลับมีความสุขมาก ๆที่ได้ออกนอกสถานที่) ครั้งนี้ผมออกเดินทางไปพัทยา ณ LegendSiam เป็นงานแถลงข่าวและแนะนำสถานที่ ครั้งนี้ผมก็พกกล้อง OlympusEMD EM10 Mark III คู่ใจของผมติดตัวไปเหมือนเดิม โดยครั้งนี้ผมเดินทางไปคนเดียวเป็นตัวแทนในฐานะ บรรณาธิการนิตยสารเที่ยวรอบโลกผมเจอบล็อกเกอร์มากหน้าหลายตาจากงานนี้และยังมีตากล้องมืออาชีพและผู้มากประสบการณ์ทางด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวหลายคนทำให้ผมได้พูดคุยกับผู้คนตามที่คาดหวังเอาไว้ โดย LegendSiam หลาย ๆ คนอาจยังไม่รู้จัก เพราะมันเป็น Theme Parkเปิดใหม่เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาด้านในมีสวนสนุกขนาดย่อม ห้องอาหาร ตลาดน้ำ การแสดงต่าง ๆ และละครป้องปากที่ผมถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของที่นี่

    ผมเก็บข้อมูลเต็มที่และถ่ายภาพทุกมุมเท่าที่ผมทำได้...ผมเดินตามพี่ ๆ สื่อมวลชนผู้มีประสบการณ์โชกโชน คอยถ่ายรูปสิ่งที่น่าสนใจ เลียนแบบมุมกล้องและอื่น ๆ อีกสารพัด (ภาพที่ได้เป็นอย่างไรจะบอกตอนหน้านะครับ)และยังได้รับการดูแลอย่างดีจากพี่ ๆ ทุกคนทั้งอาหารเช้า และอาหารเย็นรวมถึงอาหารเที่ยงที่ห้องอาหารของ Theme Park ที่พวกเราสื่อมวลชนกินอาหารบุฟเฟต์กันอย่างเอร็ดอร่อยจนกระทั่งเกิดเรื่องที่ให้ผมตกใจและรู้สึกคิดผิดที่ประมาทงานนี้มากเกินไป!


     

     


  • แบตเตอรี่กล้องผมหมดถึงตอนนั้นจะเย็นจนใกล้จะจบงานอยู่แล้วก็ตามแต่ผมก็พลาดการแสดงชุดสำคัญไปเสียได้แถมยังไม่ได้เอาที่ชาร์ตแบตฯโทรศัพท์ลงมาจากรถตู้อีก (กล้องตัวนี้สามารถชาร์ตแบตเตอรี่จากสายชาร์ตโทรศัพท์ได้)และเลนส์คิทของผมยังคงเป็นปัญหาเช่นเดิม มุมกล้องไม่ตอบโจทย์ทั้งความกว้าง ความลึกหรือการถ่ายบรรยากาศโดยรวม ผมหมดหนทางไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะกล้องโทรศัพท์ที่ผมใช้คราวนี้กลับช่วยอะไรไม่ได้เมื่ออยู่ในที่มืดแต่โชคยังเข้าข้างผมอยู่ตามที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ว่าผมได้รู้จักและพูดคุยกับผู้คนมากมายจนผมได้รับความช่วยเหลือจาก “พี่ศร” ที่เห็นใจและสงสารนิสิตฝึกงานผู้ด้อยประสบการณ์อย่างผมเขาส่งภาพที่นำมาใช้งานได้ให้แก่ผม ทำให้ผมรอดตัวจากความตายครั้งนี้มาได้ (ฮา)และทำให้เห็นความสำคัญของความสัมพันธ์มากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น... และขอขอบคุณ พี่บาส” ตากล้องจากรายการโทรทัศน์ช่อง 5ที่นะนำผมตลอดวันในการถ่ายภาพและวิดีโอครับ ขอบคุณพี่กัน และพี่ ๆท่านอื่นทุกคนที่เอ็นดูและช่วยเหลือเด็กตัวเล็ก ๆ (!?) อย่างผม

    ภาพของพี่ศร ขอบคุณพี่มากจริง ๆ ครับ

    สุดท้ายวันนั้นผมกลับถึงหอพักประมาณสี่ทุ่มครึ่งและก็เป็นการเสร็จภารกิจทั้งหมดของการทำงานอาทิตย์แรกที่บริษัทอทิตตา พับลิเคชั่น จำกัด

    ปล.น่าเสียดายที่ไม่สามารถแทรกภาพที่อยากนำเสนอได้ เพราะขนาดไฟล์ใหญ่เกินไป ฮืออออ ขอโทษด้วยครับ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in