นักเรียนนอกครั้งแรกMarut Soontrong
อาหารการกิน Part 1 ครัวไทย
  • ผมเชื่อว่าการที่เราไปใช้ชีวิตต่างบ้านต่างเมืองนั้นทำให้เราต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ แต่กระนั้นโลกที่เกิดโลกาภิวัตน์ (Globalisation) ทำให้เราได้รับประสบการณ์จากทั่วโลกในที่เดียว และทำให้เราใกล้ "บ้าน" ของเรามากขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่ช่วยลดอาการคิดถึงบ้านได้มากที่สุดอย่างหนึ่งก็คืออาหาร การมาเรียนเมืองนอกแน่นอนว่าวัตถุดิบต่าง ๆ ไม่เหมือนกับเมืองไทย เคยมีคนถามหารากผักชีในขณะที่อยู่ในอังกฤษเพราะเรามักจะเอารากผักชีมาต้ม มาโขลกเป็นน้ำพริกเครื่องปรุง แต่ในอังกฤษไม่นิยมกินรากแล้วก็มักจะตัดทิ้งไป เป็นต้น ทีนี้ผมจะขอเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการทำอาหาร การกิน ครัวเทศ และครัวไทยว่ามัน "ขโมง" ขนาดไหน

    ช้อปวัตถุดิบในอังกฤษอย่างไร?
    การทำอาหารไทยในสหราชอาณาจักรนั้น...ยากตรงการหาของที่มาจากประเทศไทยนี่แหละ เมื่อเราไปสำรวจร้านโชห่วยเอเชีย เราจะพบสินค้าจากฝั่งเอเชียตะวันออกจำนวนมาก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี สำหรับของประเทศไทยเราก็ถือว่ามีจำนวนหนึ่งเหมือนกัน ปัจจุบันห้าง Tesco ได้เป็นผู้นำเข้าสินค้าเอเชียอย่างเป็นทางการแล้วทำให้การมีชีวิตอยู่นั้นง่ายขึ้น เครื่องปรุงไทยที่หาได้นั้นก็มีตั้งแต่น้ำปลา เครื่องแกงพื้นฐานต่าง ๆ ในบ้านเรา กะทิยี่ห้อดังในบ้านเรา ถ้าของหายากหน่อยที่มีก็จะเป็นพวกกะปิที่มักจะเอาของเวียดนามมาคู่กัน และพวกน้ำพริกต่าง ๆ สำหรับจำนวนร้านขายของลักษณะนี้ก็จะมีมากน้อยต่างกันในแต่ละเมือง ซึ่งผมคิดว่าอยู่ที่จำนวนคนเอเชียที่อยู่ในเมืองนั้นด้วยว่าหนาแน่นเพียงใด แต่ผมคิดว่ายังไงก็ต้องมีหนึ่งร้าน เพียงแต่อาจจะมีของที่ไม่ค่อยครบถ้วนแค่นั้น ในเมืองน็อตติงแฮมนี้ มีร้านลักษณะนี้อยู่สองสามร้าน (เลิกกิจการไปหนึ่งเลยเหลือเท่านี้) ของที่นำมาขายก็จะแตกต่างกันออกไป ที่เหมือนกันก็จะมีพวกเครื่องสำเร็จรูปต่าง ๆ หลายยี่ห้อมาก เช่น โลโบ แม่กนกวรรณ ฯลฯ ส่วนที่ต่างกันก็คือของหายากต่าง ๆ เช่น ไข่เยี่ยวม้าแบบจีน (มีเยื่ออะไรไม่รู้คล้ายใบสมุนไพรอยู่ในไข่ด้วย) ทุเรียนแช่แข็ง หรือแหนมยี่ห้อชื่อดังแถวอีสาน เป็นต้น

    ภาพจาก dailypost.co.uk

    การทำอาหารทานเองนั้นช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากจริง ๆ สำหรับนักเรียนนอก แต่แนะนำว่าควรทำในบริมาณมากๆ แล้วกินด้วยกันก็จะถูกลงไปอีกแถมมีอาหารหลายเมนู สำหรับคนที่ทำเป็นแล้วก็ต้องทดลองเอาสิ่งที่หาไม่ได้ที่นี่มาประยุกต์ดัดแปลง ก็ต้องปรับสูตรกันไปตามความเหมาะสม ตัวอย่างเช่น
    คื่นช่ายจีน ที่เราอาจจะต้องแทนด้วย Celery หรือคื่นช่ายฝรั่งที่ปัจจุบันทุกคนเอามาปั่นน้ำ ซึ่งมีลักษณะเป็นต้นคล้ายต้นหอมต้นใหญ่
    ผักกาดขาว เรียกว่า Chinese Cabbage หาได้ที่ Tesco เท่านั้นเพราะเป็นรายใหญ่และมีความ Global กว่าเจ้าอื่น ๆ 
    กระเพรา ต้องใช้ Basil ที่บ้านเราเรียกโหระพาแทน
    สิ่งที่เป็นเครื่องสมุนไพรแท้ที่มีขายก็จะแพงหน่อย เช่น ตะไคร้...สามต้น 2 ปอนด์ (100 บาท) หรือพริกที่นี่อาจจะเผ็ดน้อยกว่าพริกที่บ้านเราเพราะเป็นพริก Rocket ไม่ใช่ขี้หนูแท้ ถ้าพริกขี้หนูแท้ก็ราคาตกขีดละ 2.5 - 3 ปอนด์ ฉะนั้นเราก็จะใช้ให้ได้มากที่สุด ก็คือยำตะไคร้ไงล่ะครับท่านผู้ชมมม! สำหรับแกงก็มีเครื่องช่วยมากมาย ทำได้หลายครั้ง แกงที่ผมชอบก็คือแกงหน่อไม้ใบย่านาง ที่นี่มีขายแบบสำเร็จที่ใส่ขวดมาแล้ว เราก็หาผักหญ้าใส่เพิ่มเข้าไปได้ตามที่เราต้องการ หรือถ้าอยากทำเองก็มีน้ำใบย่านางกระป๋องขาย ต้มครั้งหนึ่งก็กินได้สองสามวันเลยทีเดียว

    แล้วเนื้อสัตว์ล่ะ! การเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากร้านต่าง ๆ ถือว่าหาได้ง่ายและมีความสะอาด มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นจากร้าน Butcher แผงขาย หรือจาก Supermarket สำหรับเนื้อสัตว์มาตรฐานที่สำคัญ ได้แก่ หมู ไก่ เนื้อวัว ทะเล มีความใกล้เคียงของไทย ส่วนใหญ่จะดีกว่าของไทยด้วยซ้ำ สำหรับเนื้อหมูอาจจะมีกลิ่นสาบสำหรับบางคนเพราะในกระบวนการแปรรูปหมูเขาไม่ได้เอาต่อมอะไรซักอย่างออก คาดว่าน่าจะเป็นอันฑะหมู ซึ่งเขาจะบด บด บด ไปกับเนื้อหมูสับทำให้เกิดกลิ่นสาบเล็กน้อย เนื้อไก่ มีการแล่เป็นส่วน ๆ ดี และมีแบบทั้งตัวให้เลือกด้วย นอกจากนี้ยังมีไก่งวง (Turkey) ไว้ในช่วงเทศกาล เนื้อวัวที่นี่ถือว่าอร่อยและได้มาตรฐาน ทำสเต็กเทปันยากิได้อร่อย ไม่มีกลิ่นเหมือนไทย อาหารทะเลที่นี่แพงมาก แต่เมื่อเทียบราคาเราจะพบว่าแซลมอนราคาจะถูกกว่าเมืองไทยเพราะว่าระยะการขนส่งใกล้กว่า (แซลมอนนอร์เวย์) ส่วนปลาอื่น ๆ ก็แพงเลยตามสภาพ ปลากะพงนึ่งมะนาวนี่นาน ๆ ที

    Tips! การซื้ออาหารทำเองในสหราชอาณาจักรนั้นมักจะมีโปรโมชั่น เช่น ซื้อ 3 จ่าย 2, ซื้อ 2 ลด 50% เป็นต้น ทำให้การทำอาหารทานเองมีต้นทุนน้อยลงมาหน่อย และได้อาหารที่อร่อยถูกปากเรา

    ทำครัวไทย...ไปทั่วโลก
    ก่อนที่จะทำอาหารนั้นต้องเข้าใจระบบครัวก่อนนะครับ ที่นี่เขาจะเน้นครัวปิดเป็นหลัก และจะเน้นการใช้เตาไฟฟ้าเป็นหลักนะครับ เพราะแก๊สนั้นจะใช้สำหรับทำความอบอุ่นเป็นหลักนั่นเองครับ และหากท่านใดอยู่หอพักก็อาจจะต้องใช้บริการครัวรวมร่วมกับคนอื่น ๆ ในห้องชุดเดียวกัน ทำให้อาจจะต้องมีการแบ่งกันใช้งานซึ่งครัวรวมมักจะมีอุปกรณ์พร้อม  สำหรับกระทะก็ต้องเป็นกระทะก้นแบนก็จะผัดไม่ค่อยมันส์ สำหรับสถานที่หาซื้อเครื่องครัวก็สามารถหาได้ที่ Argos สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออาจจะไปหาที่ร้าน Wilko หรือชื่อเต็มคือ Wilkinson ก็ได้ราคาที่ย่อมเยาลงมา (นิดนึง) เดี๋ยวนี้ Tesco ก็น่าจะมีบ้างแล้วเช่นกัน

    เวลาทำอาหาร เอาเข้าจริงอาหารของเราจัดว่ากลิ่นฉุนมากสำหรับที่นี่ สิ่งที่เราไม่เคยสังเกตในประเทศไทยคือการทำอาหารบางประเภทจำพวกผัด กับไฟแดงทั้งหลาย เราจะต้องใส่น้ำลงในกระทะที่ผัดทุกอย่างซึ่งมีกระเทียมหรือพริกขี้หนูปนอยู่ด้วย ปฏิกิริยาดังกล่าวจึงทำให้เกิดควันขึ้นจำนวนมากจนผมต้องนิยามมันว่า "ปฏิกิริยาครัวไทย" พอมาทำที่นี่แล้วเอาจริงคือควันมันมากเกินไปจนเครื่องตรวจจับควันดังและเรียกรถดับเพลิงมาในที่สุด หรือแม้แต่กลิ่นฉุนของกระเทียมและพริกก็ทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อนไปสามบ้านแปดบ้าน ทำให้การทำอาหารไทยที่นี่ไม่สามารถทำให้ควันขโมงได้ จากความขโมงและฉุนดังกล่าวก็ทำให้ความเป็นครัวไทยเป็นที่ขึ้นชื่อลือชา แต่ก็ยังน้อยกว่าบางครัวที่เรียกได้ว่ากลิ่นหนักอึ้งไปด้วยสมุนไพรนานาชนิด กล่าวคือ กลิ่นติดไปสามวันเจ็ดวัน
    ภาพ ขนมจีนน้ำเงี้ยวสูตรทำเองของผมครับ
    เรื่องสนุกของการทำอาหารไทยอย่างหนึ่งก็คือ "การลงรูปบนเครือข่ายสังคมออนไลน์" ต่างๆ ผมมีเพื่อนคนไทยมาเรียนอยู่ตามเมืองต่างๆ ไม่น้อย ทั้งที่เป็นเครือข่ายนักเรียนทุนด้วยกัน หรือนักเรียนไทยที่มาเอง โดยทุกคนก็จะมีการอวดโฉมอาหารจานเด็ดของแต่ละคน แต่ละอย่างก็ล้วนแต่เป็นของที่ทำยาก เช่น สาคูไส้หมู เป็นต้น ซึ่ง...เอาเข้าจริงมันคืออาหารที่เวลาอยู่เมืองไทยแม้แต่มีรถเข็นมาขายหน้าบ้านก็ยังไม่ซื้อเลย แต่บุคคลเหล่านี้ก็ได้รังสรรค์เสมือนเป็นอาหารรสเลิศในรายการเชฟกระทะเหล็ก บางคนทำเมนูลาบ ไส้กรอกอีสาน ลูกชิ้นหมู และอื่นๆ ให้ได้เห็นกันทางสื่อสังคมออนไลน์ สำหรับตัวผมเองนั้นมีเพื่อนได้ให้ความอนุเคราะห์น้ำพริกอาหารเมืองเหนือมาจำนวนมาก เมนูยากประจำตัวผมคือ "ขนมจีนน้ำเงี้ยว" "ข้าวซอย" "ไส้อั่ว" เพราะที่บ้านคุณแม่ของผมจะชอบทำให้ทานเสมอ นอกจากนี้ มีเพื่อนผมคนหนึ่ง ชอบอัพรูปอาหารที่ตัวเองทำอย่างมาก แล้วก็ท้าผู้อื่นให้มาประชันอาหารกับตน แต่วันหนึ่ง...พวกเราจับได้ว่ามันเอารูปอาหารที่มันทำจากร้านอาหารไทย (เขาทำงานพิเศษที่ร้านอาหารไทย) มาลง เราเลยเรียกครัวนี้ว่า "ครัวเสิ่นเจิ้น" ผมนี่ขำลั่นเลยทีเดียว แต่ผมก็ยังยืนยันว่านักเรียนไทยทุกคนน่าจะได้พัฒนาฝีมือการทำอาหารเมื่อมาอยู่เมืองนอก และร้านอาหารไทยก็อาจะเป็นสถานที่ฝึกสอนพวกเขาด้วยเช่นกัน

    อาหารถือเป็นสิ่งสำคัญที่หล่อเลี้ยงร่างกายเราในยามหิว แต่อาหารประจำชาติไม่ได้แค่หล่อเลี้ยงความอิ่มท้อง แต่ยังหล่อเลี้ยงหัวใจของเราไม่ให้รู้สึกห่างไกลจากบ้านมากนัก จึงไม่แปลกใจว่าเด็กไทยหลายๆ คน รวมถึงผมถึงพยายามอย่างมากเพื่อที่จะประกอบอาหารไทยสักจาน ไม่ใช่แค่เพราะเราหิวหรือแค่อยากกินหรอก...แต่เราถวิลหาคุณค่า ความรู้สึก และความทรงจำที่อยู่กับอาหารจานนั้นด้วยไม่ต่างกัน

    หมายเหตุ   ภาพหน้าปกจาก Zoopla.co.uk

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in