Sanook Review 2020sanookjungrai
BETTER DAYS : ไม่มีวัน ไม่มีฉัน ไม่มีเธอ
  • คำเตือน : มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของหนัง
    .
    ล่าสุดพึ่งมีโอกาสได้รับชม Better Day หรือชื่อไทยว่า “ไม่มีวัน ไม่มีฉัน ไม่มีเธอ”
    หนังที่หยิบเอาเรื่องราว ว่านี่คือ “ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ” ยุคใหม่ (ใครที่มีโอกาสดูในโรงในตอนนั้น แสดงว่าท่านอายุไม่น้อยแล้วนะครับ)
    ซึ่งหลังจากได้รับชมแล้ว หนังมีส่วนคล้ายกันแค่ครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนั้น แทบไม่เหมือนกันเลย
    .
    ในขณะที่ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ เล่าถึงความรักของลูกคุณหนูกับนักเลงหัวไม้ แต่ใน Better Day กลับเล่าถึง การก้าวผ่านสู่ความเป็นผู้ใหญ่ (coming of age)
    ซึ่งเล่าผ่านการสอบ เกาเข่า (การสอบเข้ามหาวิทยาลัยของจีน ซึ่งมีผู้เข้าสอบหลักล้านคนต่อปี)
    โดยเล่าผ่านตัวละครอย่าง เฉินเหนียน (โจวตงหยู) หญิงสาวที่กำลังเตรียมตัวติวหนังสือสอบ เกาเข่า แต่ปัญหาที่ต้องเจอ ไม่ใช่ปัญหาเรื่องความหัวดีแต่อย่างไร แต่ต้องเผชิญกับการถูกเพื่อน ๆ Bully ในสังคมนักเรียนด้วยกัน
    .
    จนวันหนึ่ง เธอได้รับความช่วยเหลือจากชายนักเลงเหลือขอในนาม เสี่ยวเป่ย (อี้หยางเชียนสี่ จากวง TFBoys)
    เธอจึงขอให้เขาตามปกป้องและคุ้มครองเธอ จากการถูกรังแก และทำให้เกิดเรื่องราวของวัยรุ่น 2 คน ที่ต่างกัน ในช่วงเวลาหนึ่ง ที่จะอยู่ในความทรงจำของพวกเขาตลอดไป
    .
    ก่อนอื่นต้องขอก่อนบอกว่า หนังเรื่องนี้มีเกร็ดน่าสนใจที่เป็นแกนเนื้อเรื่องหลัก ที่นอกเหนือไปจากเรื่องของการก้าวข้ามวัยแล้ว ยังพูดถึงประเด็นของการ ถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนของจีน
    ซึ่งภาพที่แสดงออกมาในหนัง หนักหน่วงและรุนแรงมาก จนช่วงแรก ทางการจีนถึงกับพยายามจะแบนหนังเรื่องนี้ เพราะกลัวคนเข้าใจผิด(คุ้นจังวิธีแก้ปัญหาแบบนี้เนี่ย) จนผู้กำกับต้องเข้าไปคุยกับรัฐบาลจีน หนังถึงได้ออกฉายนั่นแล
    .
    ส่วนตัวหนังต้องบอกเลยว่าทำออกมาได้กลิ่นอายของหนังยุค 90 ได้ระดับหนึ่งเลย และนอกเหนือไปจากนั้น หนังยังทำให้เราเห็นภาพความรุนแรงและผลกระทบการจากถูกกลั่นแกล้ง จากกลุ่มคนในโรงเรียน ซึ่งสำหรับ เฉินเหนียน มันไม่ต่างจากขุมนรกที่ทุกคนเห็น ทุกคนรู้ แต่กลับไม่มีใครสามารถช่วยอะไรได้เลย
    .
    “ใครๆก็บอกว่าอยากช่วยฉัน แต่ใครกันล่ะที่พยายามช่วยฉันจริง”
    .
    ประโยคหนึ่งในหนังที่บอกเล่าเรื่องราวของหนังได้เป็นอย่างดี เกือบครึ่งเรื่องผู้ชมจะได้เห็นพลังการแสดงของ โจวตงหยู แบบเน้น ๆ ที่ตัวละครของเธอ ต้องแบกรับภาระทั้งจากที่บ้าน (มีแม่ที่มีปัญหาเรื่องงาน นาน ๆ ถึงจะกลับมาบ้าน) และที่โรงเรียน (การถูกกลั่นแกล้งตั้งแต่ เล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงร้ายแรงจนถึงขั้น ก่ออาชญากรรม)
    หลายเหตุการณ์ที่ต้องใช้พลังของนักแสดง และ โจวตงหยู แสดงมันออกมาได้อย่างทรงพลังและดีมาก อันนี้ต้องขอชมจากใจจริง
    .
    ส่วนอี้หยางเชียนสี่ ในบท เสี่ยวเป่ย นักเลงหัวไม้ที่นางเอกช่วยไว้ในตอนแรก หากผู้ชมคิดว่า แค่ออกมาทำหน้าเก๊กเอาใจสาว ๆ คุณคิดผิดแล้วล่ะ เพราะว่าการแสดงในช่วงสุดท้ายของหนัง คือการแสดงที่ดีสุดสำหรับนักแสดงหน้าใหม่คนนี้เลยทีเดียว ที่จะทำให้เราลืมภาพของ บอยแบนด์ของเขาไปเลยจนหมดสิ้น ซึ่งก็ต้องขอชมเช่นกัน
    .
    ในส่วนของงานสร้าง อย่างที่ได้กล่าวไว้ช่วงต้น หนังเป็นส่วนผสมที่เกือบจะลงตัว ในการผสมผสานหนังยุค 90 (คนชายขอบ ความรักจากคน 2 คน ที่ต่างกันแต่ในขณะเดียวกัน ก็มีบางอย่างที่คล้ายกัน รวมไปถึงแสงสีหม่น ๆ ในเรื่อง) และหนังสมัยใหม่ (กล้องสั่น ถ่ายแบบ hand held และเนื้อหาที่กล่าวถึงการถูกกลั่นแกล้ง)
    .
    หนังทำออกมาได้ดี แม้อาจจะไม่ได้ดีมาก แต่ก็ถือว่ามีมาตราฐานสูงกว่าหนังจีนทั่วไป ที่มักเน้นแต่ การต่อสู้ ไม่ก็ อภินิหาร CG ทั้งงานภาพ บทภาพยนตร์ และ ตัวนักแสดง หนังเรื่องนี้เอามาผสมกันได้อย่างดี ควรค่าแก่การรับชมสักครั้ง
    .
    สรุปโดยรวม ...
    .
    ส่วนดี :
    บทภาพยนตร์ที่แน่น หดหู่ ขึงขัง
    ทีมนักแสดงที่ดี
    งานภาพที่เกือบครึ่งเรื่องเอามาทำ Wallpaper ได้เลย
    .
    ข้อด้อย
    บางจังหวะ มาแบบงง ๆ แล้วหายไปแบบงง ๆ
    บางฉากฉุดอารมณ์ของหนังแบบ หลุดโทนไปเลย
    .
    ช่วงมกราคม / กุมภาพันธ์ ของทุกปี ถือเป็นเวลาทองของนักดูหนังบ้านเรา เพราะจะมีหนังรางวัล หนังดีๆเข้ามาให้ดูเยอะมาก (อย่างน้อย Bad Boys มันก็หนังดีนะ)
    ส่วน Better Days ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในหนังน้ำดี ที่ตีแผ่เรื่องราวอันเป็นสากล คือ การถูกกลั่นแกล้ง การอดทนอดกลั้นของคนที่ถูกทำร้าย
    ซึ่งบางที หนังเรื่องนี้ อาจย้ำเตือนพวกเราว่า การกระทำแบบนั้น ไม่เคยให้ผลลัพธ์ที่ดี เพราะในชีวิตคนเรา จะต้องมีสักครั้งในชีวิต ที่เราอาจเคยกลั่นแกล้งใครสักคน หรืออาจเป็นคนที่รับรู้ถึงการกลั่นแกล้ง แต่กลับเลือกที่จะนิ่งเฉย เพียงเพราะว่ามัน “ไม่ใช่ธุระของเรา”
    .
    .
    .
    .
    .
    Ad : Cat on a Crossroad
    .
    .
    .
    .
    .
    *เกร็ด รู้ก็ได้ ไม่รู้ก็ได้*
    .
    การสอบ เกาเข่า (Gaokao) คือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของจีน ซึ่งในปี 2019 มีผู้เข้าสอบกว่า 10 ล้านคน!!
    .
    ในการสอบจะแบ่งเป็น ...
    ภาษาจีน 150 คะแนน
    คณิตศาสตร์ 150 คะแนน
    ภาษาอังกฤษ 150 คะแนน และอื่นๆ 300 คะแนน (พวกวิชาเฉพาะ)
    รวมทั้งสิ้น 750 คะแนน
    .
    ซึ่งในปี 2016 คะแนนต่ำสุดของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง อยู่ที่ 678 คะแนน ... ย้ำว่าคะแนนต่ำสุด !
    .
    ปัญหาการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน ถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก ในปี 2018 Unesco เผยผลวิจัยว่า เด็ก 1 ใน 3 ของโลกมีปัญหาในเรื่องนี้
    เด็กผู้หญิงมักถูกกลั่นแกล้งมากกว่า
    หากว่ากันด้วยสภาพเศรษฐกิจและสังคม เด็กฐานะยากจน มักมีปัญหาการถูกกลั่นแกล้งมากกว่า เด็กที่มาจากครอบครัวฐานะปานกลาง หรือชนชั้นสูง

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in