Sanook Review 2020sanookjungrai
BAD BOYS FOR LIFE : แก่แต่เก๋า
  • ถ้าจะให้พูดถึงหนัง Badboys ในภาคนี้ ต้องบอกก่อนว่าเป็นหนังภาคต่อที่ทิ้งช่วงแต่ละภาคนานมาก ตั้งแต่ภาคแรกปี 1995 แล้วค่อยมาภาค 2 ปี 2003 จนกว่าจะมาถึงภาคล่าสุดนี่ ล่อไปปี 2020 เลย
    .
    รวม ๆ ก็ 20 ปีได้เลยนะ ที่ภาคล่าสุดทิ้งช่วงห่างขนาดนี้ เพราะมีปัญหาเยอะมาก ตั้งแต่ ผกก. ที่เปลี่ยนมาหลายคน ซึ่ง 1 ในตัวเลือกแรกคือ ไมเคิล เบย์ แต่พอพี่แกถอนตัวก็มาเป็น โจ คานาฮาน (THE A-Team) แล้วเปลี่ยนไปอีกรอบ จนมาตกถึง 2 ผกก. เลือดใหม่ Billah Fallah และ Adil El Arbi (Gangstar - 2018) แล้วก็มาถึงตัวบทหนังที่ต้องการทำออกมาให้ดีที่สุด ซึ่งถ้าถามว่าคุ้มไหม คำตอบก็คือ ต้องไปดูเอาเองแล้วล่ะ
    .
    เรื่องราวในภาคนี้ เริ่มต้นเมื่อ ไมค์ (Will Smith) และ มาคัส (Martin Lawrence) ค้นพบว่าหลังจากที่ได้ผ่านอะไรด้วยกันมามาก มาคัสนั้น ก็ต้องการความสงบในชีวิต และต้องการเกษียณตัวเอง แต่ ไมค์ ยังคงคิดว่าตัวเอง ยังสู้ไหว ยังพร้อมลุย จนกระทั่ง กรรมเก่าจากอดีตตามมาหลอกหลอนและพยายามฆ่า ไมค์
    .
    ทำให้ ไมค์ และ มาคัส จึงต้องกลับมาลุยด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง เป็น One Last Time จริง ๆ แต่ในครั้งนี้ พวกเขาจะต้องร่วมมือกับทีม AMMO ที่เป็นหน่วยตำรวจไฮเทคทีมใหม่ เพราะครั้งนี้ มีแค่ 2 คนคงไม่พอแล้ว
    .
    มาพูดถึงตัวบทก่อนเลยดีกว่า เพราะชอบ ๆ มาก ๆ ตัวบทครั้งนี้ ไม่ได้เล่นใหญ่แบบภาค 2 แต่เน้นการดึงอารมณ์ร่วมในหลาย ๆ ด้าน
    ทั้งในเรื่องของครอบครัว ของ มาคัส ที่เป็นเหมือนส่วนดีที่สุดของทั้ง 2 คน ที่คอยให้ความอบอุ่นและเป็นที่พักใจ ทำให้เข้าใจเหตุผลของมาคัสในการเกษียณได้ดี
    .
    แต่หนังก็ค่อย ๆ เพิ่มความระห่ำไปเรื่อย ๆ แล้วความระห่ำนี้ ก็ไม่ได้ใส่เข้ามาแบบล้นทะลัก แต่เป็นการใส่เข้ามาน้อย ๆ แต่ดุดัน เปรียบเสมือนกับรสชาติก๋วยเตี๋ยว ที่เมื่อก่อนใส่ลูกชิ้นมาให้กินจนกินไม่ไหว แต่ในครั้งนี้คือ ใส่มาพอดี แถมยังไม่ต้องปรุงรสเพิ่มด้วย
    .
    ตามมาด้วยความจริงของชีวิต นั่นก็คือ ความแก่ตัวของตัวละคร ซึ่งเราจะได้เห็นฉากหลายฉาก เหมือนในตัวอย่างเลย ที่ทำให้ 2 ตัวละครดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ถึงแม้ใจจะยังยังไหว แต่ร่างกายก็ใช่ว่าจะไหวตาม
    เอาจริง ๆ ทั้ง 2 คนก็ยังคงเป็น Bad Boys นั่นแหล่ะ แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น การลุยห่าม ๆ ทะลวงเข้าไปแบบสมัยก่อน คงไม่ใช่ความคิดที่ดีอีกแล้ว อย่างที่เห็น มาคัส ในตัวอย่างหนังนั่นแหล่ะ เป็นคำตอบที่ดีเลย
    .
    ส่วนตัวนักแสดง วิล สมิธ และ มาติน ลอว์เรนส์ ก็ยังคงเป็นคู่หูขวางนรกอย่างที่เราคุ้นเคย เพียงแค่อายุมากขึ้น แต่ก็ยังเล่นเข้าขากันได้ดีมาก ๆ เหมือนเดิม
    ส่วน 4 นักแสดงของ ทีม AMMO (Paola Nuñez , Vanessa Hudgens , Alexander Ludwig และ Charles Melton) คือจอมขโมยซีนอย่างแท้จริง เหมือนถอดร่างของ 2 นักแสดงนำมาเลยล่ะ
    ไม่ว่าจะเป็นความกวนส้น ความเนิร์ด ความแสบ ซึ่งก็หวังว่าภาคต่อไปทั้ง4 คนจะยังมาแจมอยู่
    .
    แน่นอนว่า ตัวดีมีแล้ว ก็ต้องมีตัวร้าย ตัวร้ายในภาคนี้ ยอมรับว่าทีมเขียนบทคิดมาดีมาก ทั้งเบื้องหลังที่มีความแค้นต่อไมค์ หรือแม้แต่การต่อสู้ที่เน้นเอาตายสถานเดียว เป็นตัวร้ายที่อยู่ในอุดมคติมาก ไม่เหมือน 2 ภาคก่อนที่พล่ามเยอะจนหลับ (แต่อย่างน้อย ภาคก่อน ๆ ตัวร้ายก็ยังเป็นตัวยิงมุกอ่ะนะถึงจะ วดฟ. บ้าง)
    .
    พูดถึงข้อดีไปแล้ว ไม่พูดถึงข้อเสียเลยคงไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ คือ ช่วง 40 นาทีแรกของหนัง จะค่อนข้างช้า แต่ก็ช้าเพราะตัวหนังพยายามบิ้วด์ อารมณ์ร่วม จึงไม่ขอนับแล้วกัน และเพราะว่า 2 ภาคแรกได้สร้างแผลไว้เยอะพอตัว ภาคนี้เลยเก็บแผลต่าง ๆ แล้วทำให้คนดูรักและอินกับ 2 ตัวละครได้ ดียิ่งขึ้น
    .
    สรุป รวมเลยแล้วกัน ...
    .
    ส่วนดี
    - เนื้อเรื่องที่เขียนมาได้ดี ทำให้เรามีอารมณ์ร่วมมาก ๆ ต่างจากภาคก่อน ๆ ที่เล่นใหญ่ แต่แทบไม่มีอะไร
    - ทีมนักแสดง ตัวนำ 2 คนเล่นดียังไม่พอ ยังแถมด้วยตัวสมทบนี่จอมขโมยซีน
    - ตัวร้ายมีมิติสูงมาก เล่นเอาตาย อยากเห็นมานานแล้ว
    - งานสร้าง ยังคงชอบที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ ของ 2 ภาคแรกเอาไว้ แล้วก็เพิ่มเอกลักษณ์ใหม่ ๆ เข้าไป ทำให้หนังไม่จำเจ
    .
    ข้อด้อย
    - เพลงประกอบน้อย (อันนี้ลองไปเทียบกับภาคก่อน ๆ ได้เลย)
    - ช่วงแรกมีการดำเนินเรื่องช้า (แต่ก็เพื่อบิ้วด์อารมณ์)
    .
    หรือถ้าจะให้พูดก็คือ ถ้าปีที่แล้ว มีหนังแอคชั่นสนุก ๆ แบบไม่ต้องคิดมาก อย่าง John Wick ปีนี้ก็มี Bads Boy For Life นี่แหล่ะ ต้องดู !
    .
    หมายเหตุ : ท้ายเรื่อง มี Pre-Credit 2 ตัว อย่าพึ่งรีบลุกล่ะ
    .
    .
    .
    .
    .
    Ad : แมวดำในทางแยก


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in