Going gohybridx_
TED X KK

  •               ก่อนอื่นเลย หลายๆคนคงจะรู้จัก  ted talks  กันอยู่แล้วใช่มั้ย หรือไม่ก็น่าจะเคยได้ยินกันมาบ้างแหละ เราก็เป็นคนหนึ่งที่เคยมีโอกาสได้ดูมาหลายอัน เราชอบอะไรที่เป็นแบบนี้มาก ชอบที่ ted เป็นเหมือนตัวแทนของอะไรสักอย่างที่ให้คนมาแลกเปลี่ยนแสดงมุมมอง ทัศนะ ตัวตนของตัวเอง ผ่านเวทีที่จะช่วย able กระตุ้นหรือปลุกพลังอะไรบางสิ่ง ให้มันเกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างในความคิดของเราหรือไม่ก็ออกมาเป็นรูปธรรมจริงๆ เราก็คิดไปอีกว่าคนที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอะไรแบบนี้คงเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจสูงมากแน่ๆ มีความเป็นตัวเอง เข้าใจองค์ประกอบของอะไรหลายๆสิ่งที่ทำให้ ted ขับเคลื่อนไปด้วยพลังที่แสนดีจากคนเหล่านี้ พอมีโอกาสได้เข้าไปเป็น volunteers ของ ted เราก็ไม่รีรอที่จะเข้าไปทำเลย

               นี่เป็นครั้งแรกของเราที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของ ted สิ่งที่เราคาดหวังจากการมาทำตรงนี้ เราอยากทำอะไรที่เราไม่เคยทำ อยาเจอคนใหม่ๆ พูดคุยกัน ทำนั่นทำนี่อะไรประมาณนี้ อยากทำงานกับคนที่ตั้งใจ มุ่งมั่น กระตือรือร้น อะไรประมาณนี้ แอบตื่นเต้นแล้วก็เขินๆอยู่นะ

          พอวันแรกที่ไปทำก็มีพี่มาบรีฟมาแบ่งงานต่างๆ อะไรก็ว่าไป เจอหน้าตาเพื่อนอาสาร่วมกันพอสมควรแล้วก็ไม่ได้ทำอะไรอีก พอวันต่อมาเราก็ได้ช่วยจัดบูท ซื้อของนิดๆหน่อยๆ แบกของบ้างเล็กน้อย ก็เหนื่อยนิดหน่อย แต่งานน่าเบื่อมาก ดิฉันนั่งติดสติ๊กเกอร์เหมือนโรงงานนรก

              มาถึงวันงานจริง วันนี้เราก็รีบไปแต่เช้าเอาเสื้อมาเปลี่ยน ติดป้ายชื่อ แล้วก็เริ่มจัดของเตรียมตัวรอผู้ชมที่จะมางานนี้ วันนี้เราลืมเอาโทรศัพท์มาด้วยเสียดายมากๆ อดถ่ายรูปเลย แงๆ แต่ไม่เป็นไร เข้าประเด็นที่สำคัญเลย คือเราได้อยู่ประจำบูท blind talk เป็นบูทที่จะพาผู้ชม เข้าไปอยู่คนละห้อง พูดคุย ตอบคำถาม ถามคำถามกันและกัน โดยที่ต่างฝ่ายจะไม่รู้ว่าคนที่คุยด้วยอีกฝั่งเป็นใคร ฟีลคล้ายๆห้องสารภาพบาปของ คริสต์ อ่ะแหละ 

          ตรงประตูที่เรายืนเฝ้าอะ มันเห็นเงาลางๆของคนในห้องมืดที่เขาเข้าไปคุยกัน คือเราชอบมาก เหมือนซีนในละครมากๆ เลย คือ อีกฝ่ายนึงก็ยืนเอาหูแนบผนัง ส่วนอีกคนหนึ่งก็ยืนชิดผนังเพื่อให้อีกคนได้ยินเสียงตัวเอง โดยที่มีแผ่นกระดาษบางๆกั้นอยู่ คือมันแบบโห อบอุ่นหัวใจนะ แล้วเขาก็คุยกันแบบเปิดใจมาก ตอบแบบสนุกสนาน จนตอนสุดท้าย เราได้มีโอกาสเข้าไปเล่นเอง เออแม่งสนุกจริงอะ แบบเรารู้สึกสบายใจมากๆ กับการตอบคำถามแบบนี้ มันสนุกดี แล้วก็ยังเกิดความรู้สึกอยากรู้ว่าคนที่เราคุยด้วยเมื่อกี้เป็นใครนะ แต่ก็ไม่มีทางได้รู้หรอก ถ้าอีกคนนึงไม่มีพิรุธ 5555 

          เราได้เจอคนเยอะมากกกก ได้รู้จักผู้ชม รู้จักพี่ในงานคนอื่นๆอีกเยอะเลย มีเพื่อนใหม่ๆ คุยแลกเปลี่ยนเรื่องอะไรกันก็ไม่รู้ สนุกแล้วก็ขำมาก ชอบนะ แล้วก็เรารู้สึกถึงพลังของทุกคนจริงๆอะ แบบสัมผัสได้เลย ทุกคนที่อยู่ในงานคือให้ฟีลเดียวกันเลย คือ อยากจะพัฒนาตัวเอง อยากจะทำอะไรสักอย่างกันทุกคนเลย เวลาที่เราอยู่ในบรรยากาศแบบนี้มันดีมากเลย คือมายืนเป็นวงกัน เริ่มจาก อ่า สวัสดีครับ แนะนำตัวกันบลาๆ เราทำงานด้านนี้นะ นี่มางานนี้สนุกมาก เล่าถึงว่าตัวเองถนัดอะไร อยากจะทำอะไร เล่าเรื่องตลกบ้าง เรื่องนั้นเรื่องนั้น ตอนนั้นมันก็แอบเขินอายเล็กน้อย แต่ว่าด้วยบรรยากาศและบริบท ก็ต้องไหลลื่นไปบทสนทนาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความน่ารักแหละนะ

             แล้วเราก็ได้ไปเขียนความในใจที่ได้ทำในวันนี้ เขียนเรื่องราวกับทุกคน ปลูกต้นไม้ หมุนกาชา ถ่ายรูป เล่นblind talk  เต้น ร้องเพลง ทำงาน คุยไร้สาระ คุยแบบมีสาระ รู้จักคน สัมผัสผู้คน เข้าใจอะไรบางอย่าง กินขนม กินน้ำ เยอะแยะไปหมดเลย กิจกรรมเยอะจนแบบเอ้ะหมดวันแล้วหรอ รู้ตัวอีกที พอมาถึงบ้านคือร่างกายพังแล้ว เหนื่อยมาก 

            สุดท้ายนี้ขอบคุณตัวเองนะ ที่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่ที่เราชอบ เราได้เจอเพื่อนๆพี่ๆน้องๆหลายคน  ได้คุยกัน มันดีมากเลย ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆด้วย ได้ทำงานกับทุกคนมันสนุกจริงๆ แล้วก็ได้ใช้เวลานี้ไปทำในสิ่งที่เราอยากเรียนรู้ เราไม่เสียดายเลย ถ้ามีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้ เราก็ไม่ลังเลแน่นอนที่จะไป ตอนก่อนจบงาน ก็นั่งคุยกับเพื่อน มันถามเราว่า ถ้าเธอได้มีโอกาสเป็นspekerบ้างอยากจะพูดเรื่องอะไรหรอ
              เรานั่งคิดอยู่นานมาก สุดท้ายก็ตอบมันไปว่า เราอยากพูดเรื่อง ai พูดเรื่องในอนาคตที่เราอาจจะคิดไม่ถึง คิดไม่ทัน อยากให้คนลองคิดกันเล่นๆว่าเออมันจะเป็นยังไงวะ ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ จะรับมือยังไงวะ เราจะยังไหวอยู่หรือเปล่า สมองของมนุษย์อันเดียวเนี่ย จะยังใช้ได้ไหมวะ อะไรประมาณนี้ 

               นั่นแหละ ไม่ว่ายังไงก็ตาม ถ้าได้มีโอกาสทำงานกับ ted อีก เราคงไปอีกแน่นอน

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in