ว่าไง ซึมเศร้าน้องหนอน
เรามาอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขเถอะนะ
  • นับตั้งแต่วันที่ไปพบแพทย์ จนถึงวันนี้ รวมๆ แล้วก็หนึ่งเดือนกว่าๆ กับการที่ต้องกินยาทุกวัน 

    สืบสาวจากการที่เข้าโรงพยาบาลศรีธัญญา จากจุดแรกที่ได้ทำบัตรผู้ป่วยใหม่ พบพยาบาลที่จุดคัดครอง ก่อนเขาจะให้ไปพบนักสังคมสงเคราะห์ ถัดจากนั้นก็ส่งตัวเราให้ไปพบคุณหมอ พอคุณหมอสั่งยาให้ ก็มาพบกับนักจิตบำบัด หลายพบเหลือเกินค่ะ วันนั้นสรุปคือเราต้องเล่าเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปสี่รอบ 

    เหนื่อยมาก เหนื่อยที่ต้องทำให้ตัวเองฮึบไว้ อย่าน้ำตาแตก ฮ่าๆ

    แต่วันนั้นที่ต้องเล่าเรื่องราวที่อยู่ในใจเรา เราไม่ได้ร้องไห้โฮออกมานะคะ แต่น้ำตาซึมบ้าง คงเพราะไม่ชอบที่จะร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นด้วย ตลกตรงคุณพยาบาลนักจิตบำบัดคนสุดท้าย เหมือนเขาจับน้ำเสียงเราได้ พอเสียงเริ่มสั่น อยู่ๆ แกก็ค่อยๆ ยื่นกระดาษทิชชู่มาให้ คงเจอแบบเรามาเยอะ 5555555555555

    พี่พยาบาลที่เป็นนักจิตบำบัดเขาจะให้เราเรียกแทนตัวเขาว่าพี่น้อยค่ะ ภาพลักษณ์ของพี่น้อยที่เราเห็นนั้นดูเป็นคนที่ใจดี น้ำเสียงนุ่มๆ ของแกคอยดึงเราไว้ไม่ให้สติแตกไปก่อน 

    แต่มีความพีคอยู่คือในขั้นตอนการทำจิตบำบัด พอเราเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ พี่น้อยถามมาคำถามหนึ่ง

    "คุณแม่น้องหนึ่งอายุเท่าไหร่"

    "ตอนนี้แม่ห้าสิบหกค่ะ"

    "อืม.. พี่แก่กว่าแม่น้องหนึ่งปีเดียวเอง"

    "............."

    พี่อยากให้หนูเรียกว่าพี่ หนูก็จะไม่ขัดศรัทธาค่ะพี่น้อย <3






  • กินยา...

    จากวันนั้นจนถึงวันนั้น นับรวมๆ ได้หนึ่งเดือนกว่าๆ แล้วกับยาที่เราต้องกินยาวๆ ติดต่อไปเรื่อยๆ อย่างต่ำสุดก็หกเดือน วันแรกที่ได้กินยา คุณเภสัชบอกว่ายามันอาจจะทำให้มึนหัวนิดหน่อย และมีอาการง่วง ระวังเรื่องหน้ามืด เวลาลุกขึ้นยืน

    ค่ะ วันแรก เชื่อแล้วว่าง่วงจริง เรากินยานอนไปประมาณสี่ทุ่ม และตื่นอีกทีคือเที่ยงของอีกวัน หลับแบบซ้อมตายมาก หลับอะไรนักหนา ตกใจตัวเองเว่อ นั่นแหละค่ะ กินยาปุ๊บ จะเริ่มง่วงปั๊บ

    อาการข้างเคียงที่ผ่านๆ มา มีไม่ค่อยเยอะเท่าที่อ่านตามรีวิวในพันทิป หรือเราได้ยาคนละตัวกับเขาก็ไม่รู้นะคะ เราว่าเราไม่เป็นอะไรเลยอ่ะ... อ่า เป็นนะ แต่ไม่เยอะ จะมีมือสั่นตอนหิวข้าวมากๆ ให้อารมณ์แบบ ร่างกายต้องการอาหารรรรรรรรรร อาหารรรรรรรรรรรรรร อะไรแบบนี้ 

    และที่เด่นชัดคือ ขี้ลืมค่ะ...

    กลายเป็นคนที่ขี้ลืมมากขึ้น เคยลืมหนักสุดคือจอดรถและเปิดประตูลงรถไปเลย ลืมดับเครื่อง ลืมดึงกุญแจออกมา ตายแร้วววว เตรียมให้คนอื่นเอารถไปขับต่อได้เลย 

    ทุกวันนี้เวลาจะทำอะไรจะต้องตั้งสติเยอะเป็นพิเศษมากๆ ค่ะ คอยกำหนดตัวเอง

    ส่วนเรื่องซึมเศร้า เรื่องร้องไห้ เรื่องที่คิดมาก เอาจริงๆ เราไม่ได้ร้องไห้ทุกวันเหมือนช่วงปีที่แล้ว แต่ความคิดที่เป็นปมในใจบางเรื่องมันก็ยังคงอยู่ ไม่ได้จากเราไปไหน เราหายซึม เราใช้ชีวิตได้ปกติมากขึ้น เราพยายามออกจากห้องไปข้างนอก ไปเจอคน (แต่เราก็ยังรักการอยู่คนเดียวอยู่ดี ฮ่าๆ)

    จะบ้างที่อารมณ์ดาวน์มันกลับมา ทุกวันนี้ก็ลุ้นตลอดว่ามันจะกลับมาหาเราตอนไหน
    อย่างเช่นเมื่อวานมันกลับมา แต่เราไม่ยอมหรอกนะ

    เมื่อคืนก็อยากขอบคุณน้องคนหนึ่งที่ DM มาหาในทวิตมากค่ะ
    ขอบคุณจริงๆ นะคะ ที่ทักมา หัวใจล้านดวงค่ะ

    ที่จริง ที่อารมณ์ดาวน์มันหายไป อาจเป็นเพราะเราไม่ขังตัวเองไว้ก็ได้ เราพยายามพาตัวเองออกไปเจอผู้คน ได้อยู่กับสัตว์เลี้ยงที่มาคอยฮีลลิ่งคือ ถั่วงอกและบัตเตอร์ (ไว้จะมาเขียนบล็อคต่อให้พวกมันสองตัว) นอนเป็นเวลามากขึ้น กินข้าวให้ตรงเวลามากขึ้น กินน้ำเยอะขึ้น และยิ้มให้ตัวเองมากขึ้น

    ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงเรา (อาจจะไม่ห่วงแต่หลงเข้ามาอ่าน) ยังไงก็ขอบคุณจริงๆ ที่อ่านมาจนถึงจุดนี้

    ยังไงเค้าก็ขอให้ทุกคนมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวนานๆ กินอาหารอร่อยๆ ที่มีประโยชน์ กินน้ำเยอะๆ ให้รางวัลกับตัวเองบ้างในบางครั้ง รักตัวเอง ถนอมความสุขเอาไว้ ปล่อยให้ความเศร้าเข้ามาบ้างแต่อย่าให้มันคืบคลานเข้ามากลืนกินเรา รู้สึกถึงมัน และปล่อยมันไป ส่องกระจกแล้วยิ้มให้คนในกระจกบ้าง ภูมิใจกับเขา และขอบคุณที่ใช้ชีวิตอย่างดีมาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าเกิดรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า อย่างน้อย ก็ขอใหคิดไว้ว่า ครั้งหนึ่งเราก็ยังเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ใครบางคนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปเสมอ บนโลกใบนี้ ไม่มีใครอยู่กับเราได้นาน เท่ากับตัวเราเอง


    สวัสดีค่ะ





เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
ormp418 (@ormp418)
ลองออกกำลังกายเพิ่มดูนะคะ ไปวิ่งหรืออะไรก็ได้ที่ทำให้เหงื่อออก มันจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นจริงๆค่ะ เหมือนเป็นการระบายอีกทางนึง สู้ๆนะ :)