GO ALONE HONG KONGSor Winchester
004 : 2019 flumpool 9th tour「Command Shift Z」~Hong Kong Special~
  •                ห้าโมงครึ่ง ฉันออกจากโรงแรมมาในสภาพที่เหมือนเกิดใหม่ ร่างกายทุกส่วนถูกชำระเรียบร้อยแล้ว เส้นผมยังได้กลิ่นแชมพูของโรงแรม หน้าตาก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นหลังจากที่แต่งเติมเครื่องสำอางลงไปใหม่

                   ฉันเดินกลับมายังหน้าสถานที่จัดคอนเสิร์ต  เหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงของที่ระลึกถึงจะเริ่มขาย ฉันเห็นผู้หญิงสามสี่คนยืนต่อแถวกันอยู่หน้าบูธขายของจึงเดินตรงไปถามว่าตรงนี้ใช่แถวรอซื้อของหรือเปล่า

                   “not yet”

                   หนึ่งในนั้นตอบกลับมาพร้อมเสียงหัวเราะ  เพราะเธอเองก็คงไม่แน่ใจเหมือนกันว่านี่คือแถวหรือเปล่า  ฉันเลยเดินไปต่อหลัง และไม่นานนักก็มีคนมายืนต่อหลังฉันจนกลายเป็นแถวในที่สุด

                   ฉันยืนมองของตัวอย่างแล้วใช้เวลาไม่นานในการตัดสินใจ  พอ 6 โมงตรงการขายเริ่มต้น  แถวเริ่มขยับ  พอถึงคิวฉันก็พูดกับพนักงานไปอย่างไม่ลังเลว่าต้องการเสื้อ1 ตัว และกระเป๋าผ้า 1 ใบ


                ซื้อของเสร็จเรียบร้อยด้วยหน้าที่แฟนเกิร์ลฉันจึงเดินหาห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อและเข้าห้องน้ำอีกสักรอบก่อนจะไปต่อแถวเพื่อเข้าคอนเสิร์ต สต๊าฟชี้ไปทางนอกอาคารและบอกว่าแถวอยู่ด้านนอก  ฉันแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมถึงให้ออกไปต่อแถวเสียไกล  แต่พอเห็นปริมาณคนก็พอเข้าใจแล้ว  จากที่กะด้วยสายตาน่าจะเกิน 100 คิวแล้วล่ะ  และได้ยินมาว่าคนที่อยู่หัวแถวเขามาค้างคืน


                   ต่อให้อยากดูคอนเสิร์ตแค่ไหนแต่ฉันคงไม่ทุ่มเทขนาดนั้น

                   ระหว่างยืนรอฉันก็คุยกับเพื่อนฆ่าเวลา  ระหว่างนั้นก็เปิดเฟซบุ๊คเห็นข่าวว่ามีการปะทะกันระหว่างกลุ่มสนับสนุนจีนและม็อบฮ่องกง  เหตุเกิดบริเวณ Amoy Plaza  

                   รู้สึกชื่อนี้คุ้นๆ จัง

                   ฉันเปิดกูเกิลแมพดูเพื่อความแน่ในAmoy Plaza นั้นอยู่บริเวณที่ฉันลงจากรถบัสเมื่อหลายชั่วโมงก่อนนั่นเอง

                   และดูจากแผนที่แล้ว มันคืออีกด้านหนึ่งของสถานี MTR Kowloon Bay นั่นเอง  แต่สถานการณ์ตอนนี้สงบแล้ว  หวังว่าคืนนี้คงจะไม่เกิดอะไรขึ้นอีกนะ

                   19.00  ประตูคอนเสิร์ตเปิดให้คนเข้า  แถวเริ่มขยับอีกครั้ง

                   แม้คนก่อนหน้าฉันจะมีจำนวนหลักร้อย แต่พอเข้ามายืนด้านในก็ให้ความรู้สึกว่าไม่ไกลจากเวทีมาก  ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดฉันน่าจะมองเห็นริวตะ (นักร้องนำ)ได้อย่างพอดิบพอดี และเพื่อนที่จัดคอนเสิร์ตสเกลไลฟ์เฮาส์แบบนี้ยังไงก็น่าจะมองเห็นทุกคน


                   และพอ20.00 ตรง ทั้งสี่คนก็ปรากฏตัวขึ้นบนเวที

                   ฉันนึกขอบคุณใครก็ตามอยู่ในใจที่ย้ายสถานที่จัด  เดิมคอนเสิร์ตจะจัดที่ KITEC แห่งนี้เหมือนกัน  แต่เป็น Rotunda Hall 3  ขนาดก็น่าจะใหญ่กว่านี้มาก  และนึกขอบคุณอยู่ในใจนับล้านครั้งที่ไม่ยกเลิกคอนเสิร์ตในวันนี้  เพราะเมื่อสัปดาห์ก่อนมีคิวของ The 1975มาเล่นคอนเสิร์ตที่ฮ่องกง ก็ประกาศยกเลิกก่อนวันงานแค่ 3 วัน ซึ่งกะทันหันมาก ตอนนั้นฉันอดคิดไม่ได้ว่าถ้า flumpool ยกเลิกเหมือนกัน  ฉันจะทำยังไงดีนะ

                   อาจจะทิ้งตั๋วเครื่องบิน  ทิ้งทุกอย่างที่จองไว้  และคงไม่มาเสี่ยงเอาแบบนี้

                   แต่ตอนนี้ฉันอยู่ในคอนเสิร์ตแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ค่อยแก้ปัญหากันไปแล้วกัน

     

    และสองชั่วโมงนั้นผ่านไปไวเหมือนโกหก  ฉันกล้าพูดเลยว่าคอนเสิร์ตในวันนั้นเป็น 1 ในคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดในชีวิต

    ย้อนกลับไป 2008 ตอนที่ละครเรื่องBloody Monday ฉาย เราได้รู้จัก flumpool เพราะเพลงประกอบละครที่ชื่อเพลง over the rain  เป็นเพลงที่ฟังแล้วติดอยู่ในหัวเรามาก  หลังจากได้ดูละครเรื่องนั้นฉันก็ติดตามผลงานของวงและได้ฟังเพลงมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ไม่ได้ติดตามเป็นเรื่องเป็นราวถึงระดับที่ว่ารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับศิลปิน  หรือตามดุทุกรายการที่ไปออก ซ้ำยังไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะมาเล่นคอนเสิร์ตที่ไทย

    จนกระทั่งปี 2016  เป็นปีที่ฉันได้ไปญี่ปุ่นครั้งแรก

    ทริปนั้นฉันไปเที่ยวกับพี่สาวกันสองคน  แพลนก็คือเที่ยวแบบนักท่องเที่ยวทั่ว ๆไปนั่นแหละ  แต่ฉันดันพลาดโอกาสที่ได้ดูไลฟ์เปิดอัลบั้มใหม่จำได้ว่าเป็นอัลบั้ม EGG ซึ่งเป็นไลฟ์ฟรีไปแค่วันสองวันเพราะฉันบินกลับกรุงเทพก่อนตอนนั้นนึกเสียดายมาก ถ้าติดตามหรือเช็คตารางงานหน่อยคงอาจจะได้ดูวงเล่นสดไปแล้ว

    พอปี 2017 ช่วงเดือนตุลาคม  ฉันตัดสินใจไปเที่ยวเกาหลีกับเพื่อน  ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น flumpool ก็มาเล่นคอนเสิร์ตที่ไต้หวัน ซึ่งถ้ารู้ก่อนหน้านี้ก็อาจจะเลือกไปไต้หวันแทนเกาหลีก็ได้  

    หลังจากวันนั้นก็เลยคิดว่าเอาวะ การไปเที่ยวต่างประเทศครั้งต่อไปหรือในครั้งหน้าของฉันจะต้องมีแพลนดูคอนเสิร์ตflumpool ละกัน

    แต่หลังจากนั้นแค่ 2 เดือนทัวร์ทั้งหมดของflumpool ก็ประกาศยกเลิกและริวตะ(นักร้องนำ)ก็พักงานอย่างไม่มีกำหนดเพราะอาการป่วยที่ไม่สามารถเปล่งเสียงได้ ไม่ต้องบอกเลยว่าทุกคนรวมทั้งฉันช็อคขนาดไหน เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าเขาจะกลับมาร้องเพลงได้อีกหรือเปล่า ทุกคนก็ได้แต่รอและภาวนาให้ริวตะหายดี

    และพอ flumpool กลับมาในครั้งนี้ประกาศทัวร์หลังจากเราไปญี่ปุ่นมา   ฉันเลยคิดว่าถ้ารอว่าถ้าออกมาเล่นนอกประเทศอีกจะต้องไปดูให้ได้ ในใจก็คิดว่าอาจจะเป็นไต้หวันอีกหรือเปล่านะ  แต่เปล่าเลย  คราวนี้หวยออกที่ฮ่องกง  ประเทศที่เราไม่ได้คิดอยากจะเที่ยวสักเท่าไหร่  แต่โชคยังมีเพราะฉันได้ตั๋วเครื่องบินฮ่องกงฟรี  เลยเลือกจองช่วงคอนเสิร์ต และน่าจะโชคดี(?)อีกที่สัปดาห์ที่มีคอนเสิร์ตไม่ติดงาน 

    แต่ช่วงเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา  ทุกคนก็น่าจะเห็นข่าวกันอยู่ตลอดว่าสถานการณ์ของฮ่องกงก็ไม่ปกติฉันติดตามข่าวทุกวันว่าคอนเสิร์ตจะยกเลิกไหมเพราะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ถ้าต้องยกเลิก แต่... จนแล้วจนรอดก็ไม่ยกเลิกแถมยังย้ายฮอลให้เล็กลงอีก  ถือว่าแปลกสำหรับชาวญี่ปุ่นที่ยกเลิกเก่งเพราะอ่อนไหวมากเหลือเกิน

    ตลอดเวลาที่ได้ดูคอนเสิร์ต  ได้เห็นและได้ฟังริวตะร้องเพลง  ได้เห็นคาซึกิโซโล่กีตาร์  ได้เห็นเกงคิเล่นเบสกับคีย์บอร์ด  ได้เห็นเซย์จิตีกลอง  ฉันรู้สึกอิ่มเอมใจมาก  ฉันดีใจมากจริง ๆ ที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้  ไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่ดีใจจังที่ได้ดู  แต่เป็น “ดีใจจังที่เห็นเขาร้องเพลงได้อย่างมีความสุข”

    เพราะฉะนั้นตอนที่เล่นเพลง HELP เพลงที่แต่งขึ้นหลังจากเจออาการป่วย  น้ำตาฉันก็ไหลพรากเลย  ดีใจมากจริงๆและรู้สึกขอบคุณมากที่ไม่ยกเลิกคอนเสิร์ต  และหวังว่าตัวเองจะมีแรงมีกำลังซัพพอร์ตเขาแบบนี้ต่อไป  หวังว่าจะได้มีโอกาสมาดูคอนเสิร์ตอีกหลาย ๆครั้ง

    หลังจบคอนเสิร์ต  ผู้ชมที่ซื้อบัตร VIP ต้องรอรับโปสเตอร์จากมือศิลปิน  ตอนรับโปสเตอร์ฉันเลยพูดออกไปว่ามาจากกรุงเทพนะ(พูดกับคนญี่ปุ่นพูดว่าแบงค่อกจะเก็ทง่ายกว่าไทยแลนด์) ขอบคุณมากๆสำหรับเสียงเพลง:)  ซึ่งฉันคิดว่าน่าจะมีเซย์จิคนเดียวที่ได้ยินชัดๆ เพราะมีรีแอคชั่นกับสิ่งที่ฉันพูดไป  ริวตะยังยิ้มค้างอยู่ไม่แน่ใจว่าจะได้ยินไหมเกงคินั้นดูงง ๆ  ส่วนคาสึกิอยู่ไกลไม่น่าจะได้ยิน

    หลังจากรับโปสเตอร์และเดินออกมาจากบริเวณคอนเสิร์ตแล้ว  ฉันก็เดินกลับโรงแรมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม  และรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถหยุดยิ้มได้เลย  



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in