ลูค ไวท์ ผจญภัยห้วงนิทราKGUNTION
บันทึกปริศนา (1)
  • ฟื้นแล้ว!” เสียงร้องของเพื่อนซี้ดังต้อนรับเด็กหนุ่มผู้หมดสติลูคลืมตาขึ้นเห็นเบ็นจามินยื่นหน้ายื่นตาเข้ามาใกล้ ๆประหนึ่งสวมบทบาทเป็นคุณหมอตรวจดูอาการคนไข้ ก่อนจะผละออกและวิ่งถลาออกจากห้องไป 


    เขาไร้สิ้นเรี่ยวแรงไม่สามารถแม้แต่จะกระดิกนิ้วเด็กหนุ่มกลอกตามองไปรอบ ๆ ห้องผู้ป่วยในคลินิกของเพื่อนเขาได้ยินเสียงตะโกนเอะอะของเบ็นจามินลอดมาจากอีกฝั่งของบานประตูครู่หนึ่งเจ้าของเสียงก็เปิดประตูโพล่งกลับมาพร้อมกับเพื่อนซี้อีกสองคนปรี่เข้ามารุมล้อมรอบเตียงราวกับฝูงมดเจอก้อนน้ำตาล


    เกิดอะไรขึ้น” ลูคเอ่ยพลางพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างกระท่อนกระแท่น


    จำอะไรไม่ได้เลยเหรอไงก็เมื่อวานนายลงแข่งว่ายน้ำที่มหาลัยแล้วนายก็หายตัวไปเอาดื้อ ๆพวกอาจารย์ตาลีตาเหลือกกันใหญ่รีบส่งคนไปงมหาตัวนายกันให้วุ่นยันเช้าก็หาไม่เจอ”เบ็นจามินพูดเสียงแหลมสูง


    เขาลือกันว่านายจมน้ำตายไปแล้วด้วยซ้ำพวกเราโคตรกลัวเลยลูคว่ามันจะกลายเป็นเรื่องจริง แต่จู่ ๆก็มีข่าวมาว่ามีคนเจอตัวนายนอนหมดสติอยู่ในเหมืองผลิบานรู้สึกว่าจะเป็นอาจารย์แม็คโนเลียละมั้ง แกคงเดินตรวจตราอยู่ในนั้นตอนเช้ามืดพอพวกเราเจอตัวนายก็รีบพากลับมาที่คลินิกของเบ็นนี่แหล่ะ ฉันนี่โคตรโล่ง” ซิดจ์เสริมเสียงดังลั่นก่อนยกมือขึ้นกอดอกพยักหน้าหงึกหงักกับตัวเอง


    แล้วไปได้เจ้านี่มาจากไหน อย่างกับมังคุดแหน่ะ” เบ็นจามินชี้นิ้วมาที่รอยฟกช้ำบนหน้าอกของเขาลูคก้มมองหน้าอกของตนเองอย่างงงงวยว่าได้รอยช้ำนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วเขาก็จำมันได้


    พวกนายต้องไม่เชื่อแน่ว่าฉันไปเจอกับอะไรมา” ลูคเอ่ยเรียกแววตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนๆ ได้ทันที เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นพรั่งพรูออกจากปากเขาราวกับสายน้ำไหล ลูคเริ่มเล่าตั้งแต่เมื่อตอนที่เขาทำสร้อยคอนำโชคตกหายแล้วบังเอิญพบโพรงมืดใต้ก้อนหินและสัตว์ร้ายแสนอันตรายซึ่งเวียนว่ายอยู่โพรงนรกแห่งนั้นเรื่องกระท่อมร้างต่างยุคที่จมอยู่ใต้บาดาลจนถึงโพรงน้ำเชี่ยวที่พาเขามาโผล่ในเหมืองผลิบาน เพื่อน ๆ ต่างนั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อตั้งใจเสียยิ่งกว่าตอนฟังอาจารย์สอนหนังสือหลายครั้งหลายคราที่เบ็นจามินยกมือขึ้นปิดปากตัวเองและแสดงสีหน้าตื่นกลัว


    มนุษย์เงือกงั้นเหรอ น่ากลัวโคตร! โชคดีชะมัดที่นายรอดมาได้” ใบหน้าฉายความกระตือรือร้นผิดกับน้ำเสียงที่ฟังดูค่อนข้างจะหวาดวิตกดังขึ้นจากปากของซิดจ์


    ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย โพรงอันตรธานมันมีอยู่จริงเหรอเนี่ย --” เพื่อนผมยุ่งพูดงุบงิบกับตัวเอง 

    “--คือฉันก็เคยอ่านเจอในคอลัมน์เรื่องลี้ลับในมหาลัยของวีคลีย์ฟอร์เธ่เหมือนกันนะแต่ก็ไม่นึกเลยว่ามันจะมีอยู่จริง จากที่นายเล่าฉันคิดว่าในโพรงนั่นมันต้องเป็นแหล่งเหมืองเก่าไม่ผิดแน่นั่นเป็นคำตอบที่อธิบายได้ว่าสินแร่ในลำธารของเหมืองผลิบานมาจากไหน --เบ็นจามินลูบคางด้วยความเคยชินก่อนจะเอ่ยต่อ “-- แต่นายทำถูกแล้วล่ะที่ไม่ได้เอาผลึกเดจาวูติดตัวมาด้วยจำไม่ได้หรือไงว่ามันจะสลายตัวถ้าหากโดนแสงอาทิตย์ส่อง ถ้านายเอามันมาป่านนี้ผลึกนั่นคงสลายเป็นผงไปแล้วล่ะแต่นายซ่อนมันไว้ดีแล้วใช่ไหมเขาถามย้ำอีกครั้ง


    ฉันซ่อนมันไว้ในบ่อตักน้ำที่นายเคยปาหินลงไปน่ะ จำได้ไหม” ลูคตอบ


    ไอ้บ่อตักน้ำที่แขวนป้ายชำรุดนั่นงั้นเหรอ ถ้างั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาคงไม่มีใครสนใจมันหรอกมั้ง แต่ฉันว่าให้คลีโอเข้าไปหยิบออกมาหลังเลิกเรียนจะดีกว่าเผื่อมีใครไปเจอมันเข้าล่ะต้องยุ่งแน่แล้วฉันก็ต้องติดต่อแอนด้วยว่าพวกเราเจอศิลาวิเศษเพิ่มอีกแล้ว” เพื่อนผมยุ่งเอ่ยก่อนจะวิ่งถลาออกจากห้องไปอีกครั้ง 


    ยังไงตอนนี้ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องอื่น ๆ แล้วเดี๋ยวพวกเราจัดการให้เองนายนอนพักผ่อนไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะขึ้นมาปลุกก่อนมืดส่วนนายนี่ก็ได้เวลาเปลี่ยนผ้าพันแผลแล้ว --” ชินพูดขึ้นด้วยใบหน้าเฉยชาตามสไตล์ก่อนจะลากคอเสื้อซิดจ์ที่เริ่มดิ้นตัวงอเหมือนเด็กงอแงเดินไปที่ประตูห้อง 


    “--เออลืมบอก พวกเราจะกลับไปเรียนที่มหาลัยอีกครั้งอาทิตย์หน้าทีเดียวเลยเพราะอาทิตย์นี้ก็เป็นอาทิตย์สุดท้ายของภาคเรียนแรกแล้วฉันเลยคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องไป ถ้าต้องการอะไรก็มาหาฉันที่ห้องรับรองแขกนะชินเสริมขึ้นอีกก่อนจะปิดประตูลงเงียบ ๆพร้อมกับเสียงตะโกนลั่นของซิดจ์ดังลอดผ่านประตูมาทีหลังว่าแล้วเจอกัน


    ลูคล้มตัวลงนอนอีกครั้งเขาไม่เคยรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจมากเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิตบางทีอาจมีโอกาสลบล้างพลังของชาวมากอสได้สำเร็จเขาเพียงแค่ต้องการดวงมากขึ้นอีกนิดเพียงเท่านั้นเด็กหนุ่มคิดขึ้นในใจก่อนจะผล็อยหลับไปอีกครั้ง


    เช้าวันรุ่งขึ้นคุณหมอก็ปล่อยตัวให้ลูคกลับบ้านได้ แม้ว่าเด็ก ๆจะมีนัดกับคลีโอและฌองที่ลูนคาเฟ่ตอนหนึ่งทุ่มแต่ลูคก็คิดว่าเขาควรกลับไปที่บ้านก่อนเพราะเขาไม่ปฏิเสธเลยว่าตอนนี้บุคคลที่อยากพบมากที่สุดคือเดซี่ไวท์ แม่ของเขา เด็กหนุ่มร่ำลาเบ็นจามินและครอบครัว ก่อนจะเริ่มออกเดินทางไปสถานีรถรางเซนต์อเล็กซานเดอร์พร้อมกับเพื่อนซี้ตัวแสบ


    ให้ตายสิอีก 3 สัปดาห์ก็ต้องสอบปลายภาคแล้วฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ผ่านมาเรียนอะไรไปบ้างซิดจ์บ่นอุบอิบขณะลุกขึ้นจากเบาะแข็งๆ ของรถรางที่เริ่มชะลอตัวบนชานชาลาชานเมือง


    ลูคนัดซิดจ์ให้ออกมาเจอที่สถานีรถรางเพื่อไปพบกับเบ็นกับชินที่จัตุรัสกลางเมืองและเดินทางไปลูนคาเฟ่ด้วยกัน เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านลอว์สันเขาเห็นเจ้าตูบซิลเวอร์กระโจนเข้าต้อนรับเจ้านายของมันจนล้มก้นจ้ำเบ้าไปบนพื้นตามมาด้วยเสียงตะโกนเรียกเจ้าหมาแก่ของคุณนายลอว์สัน สร้างรอยยิ้มให้เขาขณะเดินขึ้นบันไดหน้าบ้านตนเองทว่าทันทีที่ประตูเปิดออกรอยยิ้มก็แห้งเหือดไปจากดวงหน้าของเด็กหนุ่มทันที


    กลับมาแล้วเหรอจ๊ะลูก” แม่ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องนั่งเล่นรีบเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นลูคเปิดประตูเข้ามาข้างเธอมีชายผู้หนึ่งกำลังนั่งหันหลังให้เขาอยู่ชายคนนั้นรีบเบือนหน้ามามองเขาทันทีแววตาเลื่อนลอยอันแสนคุ้นเคยที่ลูคไม่ได้เห็นมันมานานหลายปีกำลังจับจ้องมาที่เขา


    ทำไม...” ลูคพูดกระตุกมือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ


    ให้พ่อได้อธิบายก่อนนะจ๊ะลูก” เธอเอ่ยต่อก่อนจะเอื้อมไปกุมมือชายผู้นั้นไว้ลูคขบฟันแน่นด้วยความรู้สึกอัดอั้นราวกับภูเขาไฟในใจกำลังจะประทุขึ้นมาอีกคราแต่เขาก็พยายามสะกัดมันเอาไว้ภายใน


    ลูค… ตอนนั้นพ่อไม่สามารถควบคุม… ไม่เป็นตัวของตัวเอง…มันเกิดขึ้นหลังจากที่ลูกเกิดมาได้ไม่กี่เดือน ฝันร้ายกัดกินตัวตนของพ่อทุกเช้าหลังจากตื่นมาพ่อเริ่มเปลี่ยนไป พ่อพยายามหาทางแก้ไขมันด้วยการวาดภาพแต่ว่าการระบายอารมณ์ลงในภาพวาดเริ่มใช้ไม่ได้ผล มันเกินเยียวยาพ่อกลัวว่าวันหนึ่งตัวเองจะกลายเป็นบ้าเหมือนปู่ของลูกแล้วจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ทำร้ายแม่กับลูก แต่ตอนนี้พ่อดีขึ้นแล้ว… พ่อเลย...”โนเอลเอ่ยติดขัด


    เราได้คุยกันแล้วก็เห็นตรงกันว่า เราจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งจ้ะ”เดซี่รีบแทรกขึ้นมาทันที ลูคหันมองเธอขวับเขาแทบจะไม่เชื่อหูของตัวเองว่าประโยคเมื่อครู่นี้ออกมาจากปากของแม่


    ราวกับหัวใจของเขาสลายอีกครั้งหนึ่ง


    พ่อกำลังจะบอกว่ามันเป็นความผิดที่ผมเกิดขึ้นมาสินะ” ลูคพูดเสียงสั่นเครือ


    ไม่...” โนเอลรีบเอ่ยขึ้นทันทีราวกับละครกำลังฉายฉากซ้ำกับเมื่อคราวก่อนที่บ้านริมทะเล

    ไม่มีวัน… ไม่มีวันที่ผมจะให้อภัยคนอย่างพ่อ!” ลูคระเบิดโทสะออกไปซะ ก่อนที่ผมจะเรียกตำรวจเขายื่นคำขาดเสียงแข็ง


    โนเอลก้มหน้าเงียบลุกขึ้นเดินตรงมาหาและยื่นหนังสือหนาเตอะเล่มหนึ่งให้


    พ่อรู้มาว่าลูกกำลังมองหาของบางอย่างอยู่ พ่อคงช่วยลูกได้แค่นี้” โนเอลเอ่ยกับลูกชายและเหลียวกลับไปมองเดซี่ด้วยแววตากล่าวคำอำลา


    ห้ามเข้าไปในสถานที่อันตรายอย่างคฤหาสน์แกรนด์โกสต์อีกเป็นอันขาดเชื่อพ่อสักครั้งเถอะนะลูค” ผู้เป็นพ่อกระซิบข้างหูเขาก่อนจะเดินออกจากบ้านไปทิ้งความเงียบงันไว้ต่างหน้า


    เดซี่ทำท่าจะเอ่ยบางอย่างหลังจากปิดประตูไล่หลังแขกผู้ไม่คาดคิดไปเมื่อครู่ ทว่าลูคเลือกที่จะไม่สนใจเขาลืมความรู้สึกคิดถึงแม่ก่อนหน้านี้ไปโดยปริยาย และวิ่งกลับขึ้นไปบนห้องทันที


    เด็กหนุ่มนั่งเหม่อมองออกไปที่นอกบานหน้าต่างซึ่งเปิดกว้างกระแสลมพัดพาเอาเศษใบไม้แห้งกรอบสีน้ำตาลเข้ามาในห้องเสียงดังกร๊อบแกร๊บแสงไฟจากถนนในซอยกลูมมี่เริ่มกระพริบติดเสียงพูดคุยดังมาจากบนทางเท้าซึ่งประปรายด้วยผู้คนกลับจากทำงานความสับสนและว้าวุ่นกำลังกัดกินก้นบึ้งของจิตใจเขาหันมองเล่มหนังสือที่วางแอ้งแม้งอยู่บนเตียงนอนก่อนตัดสินใจเดินไปหยิบมันขึ้นมาดู


    ป.ส.” ลูคเพ่งตาอ่านลายมือหวัดราวไก่เขี่ยบนหน้าปกแต่ยังไม่ทันจะได้พลิกเปิดหน้ากระดาษเขาก็ต้องผวาจนเกือบตกเก้าอี้


    ไงสหาย! ไหนว่าจะกลับมาบ้านวันศุกร์ ทำไมถึงรีบมานักล่ะ” ฌายาห้อยศีรษะลงมาจากนอกหน้าต่างเส้นผมสีส้มแดงฟูกระเซิงของเธอทำหน้าที่ประหนึ่งผ้าม่านปิดบานหน้าต่างมิดเสียชิด


    ตกใจหมด นี่ตั้งแต่เมื่อวันก่อนเธอยังไม่ลงมาจากบนนั้นอีกเหรอ” ลูคพูดเสียงตำหนิติเตียน รอยยิ้มกริ่มแลดูแสบสันปรากฎบนใบหน้าของเด็กสาว


    ฉันไม่ชอบอยู่ในที่แคบ ๆ อึดอัดออกจะตายไป” เธอแยกเขี้ยวกล่าว


    เสียงนาฬิกาแขวนฝาก็ดังขึ้นขัดจังหวะบอกเวลานัดเด็กหนุ่มรีบลุกจากเตียงไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ในระหว่างที่เขากำลังถอดเสื้อผ้าออกนั้นรอยยิ้มกริ่มกลับแห้งเหือดไปจากดวงหน้าของเด็กสาวทันที


    รอยนั่น ไปได้มันมาจากไหน” เธอถามเสียงห้วน


    ตอนแข่งว่ายน้ำเมื่อวันก่อนที่มหาลัยน่ะ” ลูคตอบแบบไม่ลงรายละเอียดฌายาทำหน้านิ่วแต่ก็ไม่พูดอะไรต่อ ลูครีบจัดแจงสวมเสื้อคอเต่าอย่างลวก ๆก่อนจะยัดหนังสือเล่มนั้นลงไปในกระเป๋าเป้และเดินทางออกจากบ้าน


    ทางเท้าและย่านร้านค้าที่จัตุรัสกลางเมืองเซ็นเตอร์อาร์คกำลังมีชีวิตชีวาไปด้วยแสงสีเสียงในยามค่ำคืนเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจดังมาจากชาวเมืองทั่วทุกมุมถนนทั้งจากครอบครัวพ่อแม่ลูกบ้างก็กำลังเดินทอดน่อง บ้างก็นั่งปิกนิกกลางแจ้งกลุ่มวัยรุ่นกำลังเล่นสเก็ทบอร์ดส่งเสียงดังโหวกเหวกใกล้กับสวนสาธารณะซึ่งคลาคล่ำด้วยคู่รักกำลังนอนดูดาวบนท้องฟ้าหรือบางคู่ก็กำลังเต้นรำอยู่อย่างครึกครื้นหน้าร้านขายแผ่นเสียงที่เปิดดนตรีเพลงแจ๊สจังหวะเร่าร้อน


                ลูคเห็นเบ็นจามินกำลังยืนเอามือป้องกระจกมองเข้าไปภายในร้านไวน์ชื่อเฟร็นซี่บาเรลส่วนชินซึ่งยืนถัดไปกำลังสูบบุหรี่สมุนไพรและอ่านหนังสืออยู่ซิดจ์รีบโบกไม้โบกมือเรียกความสนใจจากทั้งสองให้วิ่งรี่ตรงมาหาและออกเดินทางไปลูนคาเฟ่ด้วยกันระหว่างการเดินทางบนรถรางลูคได้แต่นั่งเงียบจมอยู่ในห้วงคิดของตัวเองจนทำให้เขาพลาดมุขตลกของซิดจ์ไปนับครั้งไม่ถ้วนเขาลังเลว่าควรจะปรึกษาเรื่องที่พ่อปรากฏตัวในบ้านเมื่อบ่ายวันนี้กับเพื่อนทั้งสามดีหรือไม่ท้ายที่สุดแล้วเด็กหนุ่มก็ตัดสินใจเก็บมันไว้กับตัวเองรถรางจอดเทียบชานชาลาราวสองทุ่มเศษเด็กหนุ่มทั้งสามกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปบนบาทวิถีที่เปลี่ยวผู้คน ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงยังลูนคาเฟ่


    ท้องถนนเขตเซนต์ฟรานซิสเงียบกริบราวป่าช้าต่างจากเซ็นเตอร์อาร์คราวกับอยู่คนละเมืองเขาละสายตาจากกระจกใสบานใหญ่และหันหน้ากลับมายังโต๊ะที่มีเพื่อนกว่าห้าคนนั่งอัดกันอยู่อย่างเบียดเสียดคลีโอกำลังนั่งจิบโซดารสส้มอยู่ตรงข้ามโต๊ะ เพื่อนผมเงินบอกว่าเพิ่งจะเดินทางมาถึงก่อนหน้าพวกเขาไม่นานในขณะที่ฌองล่วงหน้ากลับมาตั้งแต่เที่ยงวันแล้ว 


    ไงทุกคน! โทษทีฉันหลับเพิ่งตื่น นี่ฉันมาทันใช่ไหมเนี่ย” เสียงกระดิ่งประตูลั่นกรุ๊งกริ๊งพร้อมกับแอนซึ่งวิ่งพรวดเข้ามาด้วยท่าทีรีบร้อนหลังจากกล่าวทักทายไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบของกันและกัน


    แน่นอนว่าพ่ออยู่ที่มหาลัยนายลืมแล้วหรือไงว่าวันนี้ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์นะ” แอนตอบด้วยน้ำเสียงแฝงความตลกขบขันเมื่อลูคเผลอถามถึงอาจารย์โจชัว


    หลังจากนั่งคุยเรื่องเปื่อยกับแอนขณะเธอสวาปามเค้กผิวส้มและโซดารสส้มอย่างเอร็ดอร่อยไปถึงสองแก้วลูคก็เริ่มเล่าเหตุการณ์การแข่งขันว่ายน้ำให้ทั้งสามฟังเขาใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดจนจบโดยมีซิดจ์คอยเสริมเติมแต่งเรื่องให้ดูเกินจริงอยู่เป็นระยะ


                สุดยอดเลยครับคุณลูค” ฌองพูดด้วยนัยน์ตาเป็นประกายฉายแววชื่นชมผู้เล่าส่วนแอนมีสีหน้าหวาดกลัวประหนึ่งว่ากำลังมองเห็นมนุษย์เงือกอยู่ในแก้วโซดา


                ฉันเดาว่าต้องเป็นฝีมือของรุ่นพี่เบอมิวด์แน่ ๆจำเมื่อวันก่อนที่นายเล่าให้พวกเราฟังเรื่องที่นายแอบฟังเขาพูดกับเด็กคนที่ชื่อน็อกซ์ได้ไหมเขาต้องการแก้แค้นที่พวกเราแอบเข้าไปในสวนหลังคฤหาสน์ ที่แย่ไปกว่านั้น หมอนั่นดันได้ที่หนึ่งไปเสียนี่นึกแล้วเจ็บใจ --” คลีโอพูดเสียงขุ่น “-- เออใช่ ฉันลืมเอานี่ให้...”


                เด็ก ๆ น้าจะเก็บร้านแล้วช่วยขึ้นไปอยู่ในห้องหนูฌองกันก่อนได้ไหมจ๊ะ”เสียงของน้าจูเลียดังมาจากห้องครัวขัดจังหวะคลีโอไว้เสียก่อน


                บันไดไม้สนสูงชันลั่นเอี๊ยดอ๊าดพาลูคขึ้นมาสู่ห้องเล็กๆ สุดแปลกประหลาดห้องหนึ่ง เขาหันมองไปรอบ ๆ มีเพียงประตูสามบานเรียงกันเป็นแถบเด็กหนุ่มแหงนมองบนเพดานกระจกทรงโดมที่แพรวพราวด้วยหมู่ดาวบนฟากฟ้าสีหมึก


               ในนี้กลิ่นอับชะมัดเลย ให้ตายเถอะ” ซิดจ์บ่นในใจแต่เสียงดังลอดออกมาจากปาก


    ทำไมห้องนี้ไม่มีหน้าต่างหรือช่องให้ลมเข้าเลยนะ แปลกจริง” เบ็นจามินเอ่ยลอย ๆ


    ฌองได้แต่ยิ้มน้อยๆ แต่ไม่ตอบอะไร


    อาร์ฌองเต้ ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต


    ข้อความสลักบนป้ายเหล็กสีดำแขวนเบี้ยวๆ อยู่หน้าประตูห้องสีน้ำเงินเข้มที่อยู่ไกลสุดจากบันได

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in