ลูค ไวท์ ผจญภัยห้วงนิทราKGUNTION
โพรงอันตรธาน (4)
  • จากกระท่อมร้างที่เริ่มออกว่ายมาลูคสังเกตเห็นว่าทัศนียภาพใต้บาดาลแปรเปลี่ยนไปจากเดิมซึ่งรกครึ้มด้วยม่านสาหร่ายเขาได้หลุดเข้ามาอยู่ในอาณาเขตแห่งซอกหลืบและโขดหินพื้นผิวปรุประเต็มไปด้วยปล่องใต้ดินจำนวนมากกำลังพ่นฟองอากาศออกมาเป็นจังหวะไหลเวียนภายในโพรงใต้บาดาลหินงอกเรียวแหลมทรวดทรงเหมือนผักแครอทหัวลีบผุดโผล่ขึ้นจากพื้นดินราวกับหัวฉมวกนับร้อยของเทพเจ้าท้องทะเลเด็กหนุ่มได้แต่คิดในใจว่าโพรงลึกใต้น้ำนี้แลดูเหมือนดินแดนนรกในจินตภาพมากขึ้นทุกที


    แขนขาเริ่มด้านชาและไร้ความรู้สึกความสิ้นหวังเริ่มกัดกินจิตใจของเด็กหนุ่มผู้อ่อนล้า เขาว่ายแทรกตัวผ่านซอกหินแคบๆ และปล่องน้ำใต้ดินที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นที่ไปอย่างทุลักทุเลแต่แล้วบางสิ่งก็พุ่งเข้ามากระแทกลำตัวพาร่างของเขาชนเข้ากับโขดหินเครื่องแก้วในมือร่วงตกอยู่ข้าง ๆ ร่างกายที่บาดเจ็บลูคลูบคลำหน้าอกของตนอย่างเจ็บปวดพลางกวาดสายตามองหาคำอธิบายแล้วเด็กหนุ่มก็ต้องหายใจไม่ทั่วท้องอีกครั้งเมื่อพบเข้ากับต้นตอของแรงกระแทกเมื่อครู่นี้


    มนุษย์เงือกตัวหนึ่งกำลังว่ายวนเวียนอยู่ใกล้กับปล่องน้ำใต้ดินที่อยู่ห่างจากเขาไปเพียงไม่กี่เมตรคำถามสารพัดถาโถมเข้าสู่หัวของเขาทันทีว่าอสูรร้ายตัวนี้หลุดรอดออกมาจากโครงเหล็กที่ปิดตายแล้วได้อย่างไรในไม่ช้าลูคก็พบคำตอบ เมื่อเขาเห็นมนุษย์เงือกอีกตัวหนึ่งกำลังว่ายฉวัดเฉวียนอยู่ในปล่องน้ำอีกจุดหนึ่งไกลออกไปสุดระยะสายตา


    แม้ว่ามนุษย์เงือกจะยังไม่หันความสนใจมาที่เขาแต่ลูคก็เริ่มนึกยอมรับชะตากรรมสุดแสนโหดร้ายของตนเองไปเสียแล้วจะมีหนทางไหนที่เขาจะหนีพ้นจากมนุษย์ปลานักล่าในสภาพร่างกายหมดสิ้นซึ่งเรี่ยวแรงเช่นนี้เขาก็ไม่ต่างไปจากชิ้นเนื้อหอมหวานรอเวลาให้พวกมันเข้ามารุมกัดกินเขาเริ่มนึกย้อนภาพความทรงจำในอดีตภาพจำของทุกคนเริ่มลอยเข้ามาในหัวเริ่มจากสีหน้ากวนประสาทของซิดจ์เสียงหัวเราะของเบ็นจามิน รอยยิ้มในดวงตาของชิน น้ำเสียงแหบห้าวของคลีโอความสดใสบริสุทธิ์ของฌอง ไล่ไปถึงแอน อาจารย์โจชัวและน้าจูเลียรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมด้วยความสุขของเดซี่ผู้เป็นแม่จบลงที่ภาพใบหน้าสุดท้ายของโนเอลผู้เป็นพ่อ


    นายจะยอมแพ้ตอนนี้ไม่ได้นะลูค ทุกคนรอให้นายกลับไปหาอยู่ไม่ใช่หรือไง”เด็กหนุ่มเอ่ยปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้นจากความสิ้นหวังและเริ่มออกว่ายด้วยกำลังเฮือกสุดท้ายมุ่งตรงไปยังโพรงมืดทึบซึ่งซ่อนตัวอยู่ในหลืบหินห่างออกไปไม่กี่เมตรเมื่อปล่องหยุดพ่นอากาศออกมา เหล่ามนุษย์เงือกก็เบนความสนใจมาหาเขาโดยทันที


    ลูคนึกฉงนในพฤติกรรมแปลกๆ ของพวกมัน อสูรกายมักจะไล่กวดทุกครั้งที่เขาเริ่มขยับตัว ตั้งแต่ครั้งแรกที่มันไล่ล่าเขาในป่าสาหร่ายหรือตอนที่เขาอยู่ในกระท่อมร้าง รวมถึงตอนนี้ก็ด้วยเหมือนกันกระทั่งเด็กหนุ่มเหลือบไปเห็นปล่องอากาศปล่องหนึ่งใกล้ ๆมีปลาตัวใหญ่ตัวหนึ่งกำลังว่ายสงบนิ่งอยู่กับที่แล้วคำตอบก็ผุดขึ้นในหัวของเขาราวกับว่าเขาถูกปาลูกบอลหิมะใส่


    มันไล่ตามสิ่งที่เคลื่อนไหว” ลูคนึกสรุปในใจพลางคิดหาวิธีพิสูจน์สมมติฐานที่คิดขึ้นไว้เขามองไปรอบ ๆ ตัวเพื่อหาวัตถุอะไรก็ได้ที่เขาจะสามารถใช้หลอกล่อมนุษย์เงือกแต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับสงบนิ่งจนลูคนึกโมโหในใจในขณะเดียวกันอากาศหายใจก็จวนจะหมดอีกครั้งหนึ่ง เด็กหนุ่มรีบยกข้อมือขึ้นมารอรับอากาศจากกำไลหินแล้วเขาก็นึกเอะใจบางอย่างขึ้นได้ 


    มนุษย์เงือกว่ายจี้เขามาติดๆ คมเขี้ยวนับร้อยอยู่ห่างจากเท้าของลูคไปไม่กี่เมตรทันทีเมื่ออากาศบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาจากกำไลข้อมือ เด็กหนุ่มก็รีบสูดอากาศเฮือกสุดท้ายเข้าปากก่อนจะถอดกำไลออกจากข้อมือและโยนมันทิ้งไปด้านหลัง 


    เป็นไปตามที่เขาคาดคิดไว้มนุษย์เงือกหันความสนใจไปยังกำไลหินที่ยังคงปล่อยฟองอากาศออกมาราวกับน้ำเดือดลูคเหลียวมองผลการทดลองที่สำเร็จผลของตนพลางเตะเท้าพาร่างเข้าใกล้โพรงมืดเพื่ออำพรางกายจากสัตว์ร้ายแต่ทว่ากระแสน้ำเชี่ยวกลับสูบร่างของเขาเข้าไปข้างในหลืบหินภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือคู่มนุษย์เงือกละความสนใจจากกำไลหินที่แน่นิ่งไร้ฟองอากาศและกำลังว่ายตรงใกล้เข้ามาหาเขา แล้วทุกสิ่งก็ตกอยู่ใต้ความมืดมิดของโพรงไร้แสง


    ความหวั่นวิตกระคนสับสนเริ่มเข้าครอบงำจิตใจของลูคกระแสน้ำยังคงพัดพาร่างของเขาไหลอยู่ในโพรงอย่างไม่มีท่าทีว่าจะสิ้นสุดเด็กหนุ่มเริ่มหมดอากาศหายใจและเริ่มตั้งคำถามกับความพยายามในการเอาตัวรอดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาว่าทุกสิ่งจะจบลงแบบนี้หรือลูครู้สึกเจ็บที่หน้าอกชาขึ้นไปถึงหัวจากอาการสมองขาดอากาศแสงสว่างสีขาวสาดส่องเข้าตาไล่จากจุดเล็กเท่าเม็ดถั่วไกลออกไปเม็ดถั่วสีขาวเริ่มกลืนกินความมืดของโพรงน้ำเชี่ยวก่อนจะซัดร่างเด็กหนุ่มออกมาจากช่องโหว่ของผนังถ้ำแห่งหนึ่ง 


    ลูคหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอดเสียงดังลั่นเขารีบยันตัวถอยห่างจากช่องโหว่บนผนังมือกำเครื่องแก้วในมือไว้แน่นราวกับสิ่งของที่มีค่าที่สุดในชีวิตขณะมองไปรอบ ๆด้วยท่าทางเลิ่กลั่กเด็กหนุ่มเริ่มออกเดินต่อด้วยแข้งขาที่ไร้เรี่ยวแรงตรงตามสายลำธารเล็ก ๆไปให้ห่างจากโพรงนรกนั้นให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วเขาก็ต้องฉงนใจเมื่อพบตะเกียงน้ำมันสุดแสนจะคุ้นตาแขวนอยู่ทั่วผนังหิน 


    ลูครู้จักสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดีเหมืองผลิบานสว่างไสวด้วยแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันเสียงนกร้องดังเจื้อยแจ้วบอกสัญญาณว่าดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้นในอีกไม่ช้าขณะเดียวกันเขาก็เดินมาถึงบ่อตักน้ำแขวนป้ายชำรุดที่เบ็นจามินเคยเขวี้ยงเศษหินใส่เมื่อชั้นเรียนแรกของวิชาเทคนิคเหมืองโลหะเด็กหนุ่มใช้เชือกดึงถังตักน้ำผ่านรอกเหล็กขึ้นมาก่อนจะซ่อนเครื่องแก้วซึ่งบรรจุผลึกเดจาวูเอาไว้ภายในบ่อเขาประคองสติเดินลากสังขารไปต่อได้สักพักก่อนจะล้มทรุดลงหมดสติบนพื้นหินเย็นเยียบ  

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in