ลูค ไวท์ ผจญภัยห้วงนิทราKGUNTION
โพรงอันตรธาน (3)
  • เหนือผลึกสีเทาด้านคือหนวดเรียวเล็กโค้งงอติดเข้ากับหัวของสิ่งมีชีวิตสุดแสนอัปลักษณ์ผิวหน้ายับยู่สีเขียวตุ่นปกคลุมด้วยผิวเมือกใสดูน่าขยะแขยงศีรษะของมันปกคลุมด้วยเส้นผมเรืองแสงสีฟ้าเย็นตารกรุงรังคมเขี้ยวยาวเรียวเล็กประดุจเข็มนับร้อยเล่มทะลุทะลวงออกจากปากขนาดกว้างกินพื้นที่ใบหน้าครึ่งล่างยาวลงมาถึงคอเขี้ยวแหลมทุกซี่เรืองแสงสีเดียวกับเส้นผมแลดูมีชีวิตชีวาผิดกับดวงตากลมปูดโปนสีดำไร้ซึ่งวิญญาณ


    ลูคละสายตาออกจากใบหน้าสุดอัปลักษณ์ไปมองที่ลำตัวคล้ายมนุษย์เพศหญิงร่างผอมแห้งเหมือนกระดูกปกคลุมด้วยผิวหนังยับยู่ยี่แผงเหงือกยาวบดบังกระดูกซี่โครงเหนือสะโพกผอมโซกำลังสูบน้ำเข้าออกจนเห็นอวัยวะภายในครีบหางเรืองแสงท่ามกลางความมืดยาวบางเฉียบจนดูคมกริบราวกับใบมีดโบกสะบัดทรงลำตัวให้ตั้งตรงเฉกเช่นมนุษย์เดินดินมนุษย์เงือกหันซ้ายแลขวาประหนึ่งกำลังมองหาบางอย่างอยู่ลิ้นเขียวตุ่นยาวเหยียดราวกับหนวดปลาหมึกชอนไชไปตามซอกฟันแหลมคมอย่างน่ารังเกียจ

     

    เด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจสุดขีดเขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ทำได้แค่จับจ้องสายตาเข้าไปในดวงตาถลนสีดำทมิฬของสัตว์ประหลาดตรงหน้าเขาก้าวเท้าถอยไปข้างหลังหวังจะพาตัวออกห่าง มันก็จู่โจมเข้าใส่ทันทีลูคเบี่ยงตัวหลบพ้นจากคมเขี้ยวนับร้อยได้อย่างหวุดหวิดและเริ่มตะเกียกตะกายหลบหนีไปในป่าสาหร่ายด้านหลังหวังหลบซ่อนตัวจากอสูรกาย


    เขาทุ่มแรงทั้งหมดว่ายหนีจากสัตว์ประหลาดแม้ว่าม่านสาหร่ายจะช่วยชะลอความเร็วของมนุษย์เงือกลงได้แต่มันก็ทำให้เขาว่ายได้ช้าลงเช่นกันเด็กหนุ่มได้แต่คิดในใจว่าวันนี้มันเป็นวันอะไรของเขากันแน่ถึงได้มาเจอกับเรื่องที่น่ากลัวและสุดแสนจะอันตรายเขาเหลียวกลับไปมองอสูรร้ายที่ว่ายไล่ตามเขามาติด ๆ ใจก็นึกแต่ว่าตัวเองยังไม่อยากตายอยู่ในโพรงมืดที่หนาวเหน็บแห่งนี้


    ลูคไม่แน่ใจว่าถ้อยคำติเตียนในใจของเขาไปเข้าหูเทพเจ้าแห่งโชคลาภหรืออย่างไร เพราะจู่ ๆฝูงปลาตัวใหญ่หลายตัวก็โผล่พรวดออกมาจากม่านสาหร่ายด้านหน้าพวกมันว่ายสวนเขาไปหามนุษย์เงือกด้านหลัง เบี่ยนเบนความสนใจของอสูรร้ายให้หันไปไล่ตามปลาฝูงนั้นจนลับสายตาไปที่กอสาหร่ายข้างๆ และแล้วสถานการณ์ก็กลับมาสงบเงียบอีกครั้งหนึ่ง


    เวลาผ่านมายาวนานหลายชั่วโมงหลังจากที่เขาเริ่มหาทางออกจากโพรงใต้ดินลึกลับแห่งนี้แต่เขาก็ยังคงหลงทางอยู่ในป่าสาหร่ายและไม่มีทีท่าว่าจะหาทางออกไปได้แม้ว่าเขาจะไม่ห่วงเรื่องอากาศหายใจเพราะทุกครั้งที่เขาเริ่มหายใจไม่ออกกำไลหินของอาจารย์โจชัวก็จะพ่นอากาศบริสุทธิ์ออกมาให้อยู่เรื่อย ๆแต่เขาก็อดห่วงไม่ได้ว่าจะโผล่ไปเจอกับสัตว์ร้ายตัวนั้นอีกลูคแหวกว่ายพลางเหลียวมองสาหร่ายน้ำรอบตัวเริ่มเปลี่ยนสีสันจากเขียวมรกตกลายเป็นสีเหลืองทองเขาจำได้ว่ามันคือสาหร่ายสายพันธุ์ที่อาจารย์โจชัวบอกว่ามักจะขึ้นในพื้นที่อุดมด้วยแหล่งสินแร่ 


    หรือว่าความจริงแล้วโพรงใต้ดินแห่งนี้คือเหมืองเก่าที่เบ็นจามินเคยเล่าให้ฟังในชั้นเรียนคาบแรกของอาจารย์แม็คโนเลีย 


    ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงแร่ธาตุที่อยู่ในลำธารของเหมืองผลิบานจะมาจากไหนได้ในเมื่อโพรงทางเข้าที่ลูคค้นพบถูกปิดตายเอาไว้ด้วยหินใหญ่ก้อนนั้นหรือจะเป็นไปได้ไหมว่าแท้จริงแล้วยังมีเส้นทางอื่นอีกที่เชื่อมต่อเหมืองเก่าแห่งนี้ไว้กับเหมืองผลิบานเขาคิดตั้งคำถามกับตัวเองพลางใช้มือปัดป้องกอสาหร่ายตรงหน้าออกไปให้พ้นทางแต่แล้วเด็กหนุ่มก็หยุดนิ่งอยู่กับที่เมื่อพบบางสิ่งซ่อนตัวอยู่หลังม่ายสาหร่าย

     

    กระท่อมร้างใต้บาดาลตั้งเด่นอยู่กลางแอ่งดินโคลนแผ่นฝาผนังเหล็กมีสภาพเป็นรูพรุนราวกับเคยถูกกราดยิงด้วยปืนกลและรูโบ๋ขนาดใหญ่มหึมาบนหลังที่มีขี้ตะไคร่น้ำจับตัวกันหนาแน่นจนไม่มีที่ว่างเหลืออยู่เลยแม้แต่นิ้วเดียวประกอบกันเป็นกระท่อมทรงโปร่งลูคคิดว่าสถานที่แห่งนี้คงมีอายุมากกว่าร้อยปีเป็นแน่ความอยากรู้อยากเห็นเริ่มออกฤทธิ์กดต่อมความกลัวไว้ชั่วขณะเขาไม่รอรีรีบว่ายผ่านช่องโหว่บนหลังคาเข้าไปสำรวจด้านใน 


    พื้นที่ทั้งหมดภายในกระท่อมร้างถูกปกคลุมด้วยสาหร่ายสีเหลืองทองเด็กหนุ่มพบซากปรักหักพังที่มีหน้าตาคล้ายกับตู้ใส่ของซ่อนตัวอยู่หลังม่านสาหร่ายน้ำในตู้เต็มไปด้วยภาชนะเครื่องแก้วใสหน้าตาคล้ายกับเรือสำเภาดูเก่าแก่โบราณล้วนแล้วแต่อยู่ในสภาพที่ไร้รอยขีดข่วนในเครื่องแก้วแต่ละใบบรรจุก้อนศิลาและผลึกแร่ไว้หลากสีสันหนึ่งในนั้นกำลังส่องแสงสีฟ้าเย็นตาเรียกให้เขาเอื้อมมือไปคว้ามันไว้


    ลูคจ้องมองเครื่องแก้วในมืออย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองหัวใจของเขาเต้นระรัวอยู่ในอกด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจในที่สุดเขาก็ได้ผลึกเดจาวูมาครอบครองทว่าหัวใจที่เคยระรัวดุจกลองทิมปานีในวงออร์เคสตรากลับแทบหยุดนิ่งในฉับพลันเมื่อเขากวาดสายตาไปเห็นมนุษย์เงือกกำลังแหวกว่ายฝ่าม่านสาหร่ายอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกระท่อม


    ลูคคิดว่ามันยังไม่รู้ตัวว่าเขาอยู่ในกระท่อมเขาจึงรีบชิงโอกาสตะเกียกตะกายว่ายลอดผ่านช่องโหว่ในโครงเหล็กออกทางด้านหลังของกระท่อมร้างเพื่อหาที่ซ่อนตัวแต่การขยับตัวของเขากลับเรียกให้มนุษย์เงือกหันขวับมาและเริ่มว่ายตรงมาด้วยความเร็วอสูรกายว่ายเลื้อยฝ่าเกลียวน้ำมาราวกับอสรพิษปากกว้างที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวเรืองแสงประดุจพิษร้ายกำลังมุ่งตรงใกล้เข้ามาหมายจะฝากคมเขี้ยวทิ้งไว้บนร่างเด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้าย 


    ลูคเอี้ยวตัวหลบต้านแรงดันของน้ำตามสัญชาติญาณเสียงเสียดสีของโลหะดังขึ้นทันทีที่มนุษย์เงือกกัดพลาดไปโดนโครงโลหะข้างตัวเขาไม่กี่นิ้วด้วยแรงกระชากของคมเขี้ยวทำเอาเศษหินและก้อนดินแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆตะกอนดินคละคลุ้งเป็นวงกว้างจนน้ำขุ่นหนักกว่าเดิมโครงเหล็กและแผ่นโลหะหนักตกลงมาปิดตายสัตว์ร้ายเอาไว้ด้านในทว่าแผ่นเหล็กเจ้ากรรมแผ่นหนึ่งดันร่วงกราวลงมากระแทกเขาเต็ม ๆลูครู้ตัวอีกทีก็พบว่าเครื่องแก้วในมือร่วงตกลงไปในโครงเหล็กที่ปิดตายสัตว์ร้ายเอาไว้


    การจู่โจมของสัตว์ร้ายทำลูคขวัญกระเจิงเขาพยายามควบคุมสติของตัวเองที่เริ่มเตลิดเปิดเปิงเด็กหนุ่มรวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่เท่าหยิบมือและว่ายดิ่งลงไปยังซากเหล็กซึ่งพันธนาการสัตว์ร้ายเอาไว้เขาเห็นมนุษย์เงือกกำลังดิ้นพล่านอยู่ในซอกเหล็กซึ่งรกรุงรังด้วยสาหร่ายน้ำผลึกเดจาวูส่องแสงวิบวับสีฟ้าแข่งกับคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายในเครื่องแก้วบนกอสาหร่ายใกล้เพียงเอื้อมมือ


    กร๊วม…


    เสียงบดเบียดของคมเขี้ยวเกิดขึ้นหลังจากที่มนุษย์เงือกพยายามยื่นหน้าเข้ามากัดกินแขนของเหยื่อผู้กล้าหาญลูครีบดึงมือที่ยังคงมีนิ้วอยู่ครบถ้วนออกมาจากช่องโครงเหล็กหลังยื่นเข้าไปคว้าเครื่องแก้วออกมาได้สำเร็จ  


    ในเมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เขาหลุดเข้ามาอยู่ในโพรงนรกแห่งนี้เพียงเพื่อให้เจอผลึกเดจาวูไม่ว่าจะยังไงเขาก็ต้องรอดชีวิตกลับไปให้ได้เขาคิดพลางกำเครื่องแก้วในมือไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บมือและโถมพลังทั้งหมดตีขาว่ายตรงไปยังช่องทางออกจากกระท่อมโดยไม่คิดจะหันกลับไปมองสัตว์ร้ายที่ถูกคุมขังอย่างแน่นหนาไว้ใต้แผ่นเหล็ก

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in