ลูค ไวท์ ผจญภัยห้วงนิทราKGUNTION
เรื่องไม่คาดฝัน (3)
  • แสงไฟนีออนส่องสว่างจากในคลินิกออกสู่ท้องถนนสีหมึกยามราตรีเด็กหนุ่มกลุ่มใหญ่ในชุดนอนต่างกำลังยืนส่งเสียงเอะอะดังไปทั่วท้องถนนด้วยอารมณ์ที่หลากหลายทั้งความรู้สึกผิด โกรธเคือง วิตกกังวลและหวาดกลัวก่อนทั้งหมดจะยกโขยงเข้าไปในคลินิก คืนความเงียบแห่งราตรีกลับสู่ท้องถนนอีกครั้ง 


    ค่ำคืนแห่งความอลหม่านผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับกำลังจ้องมองเม็ดทรายจากนาฬิกาทรายไหลรินลงสู่ก้นแก้วลูคเหลียวมองนาฬิกาข้อมือบอกเวลาราวตีสามพลางนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์คับขันที่เกิดขึ้นทั้งหมดตลอดช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ 


    เขายังจำสีหน้าตื่นตระหนกของเบ็นจามินซึ่งลุกจากเตียงมาเปิดประตูให้เขาได้เป็นอย่างดีเพื่อนผมยุ่งแหกปากร้องดังลั่นปลุกให้ทุกคนตื่นตามกันมาทั้งห้องพักชั้นทองแดง


    แม้มือจะง่วนอยู่กับการทำความสะอาดแผลและใส่ยารักษาให้ซิดจ์แต่ปากของเบ็นจามินก็บ่นงุบงิบด้วยความไม่พอใจใส่ลูคอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ตอนอยู่ที่ห้องในหอพักใบไม้ผลิจนถึงตอนนี้ลูครู้ว่าเบ็นจามินกำลังเป็นห่วงซิดจ์เอาเสียมากและโกรธที่พวกเขาทำอะไรหุนหันพลันแล่นโดยไม่ยอมปรึกษาเจ้าตัวก่อนแต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องไม่คาดฝันแบบนี้จะเกิดขึ้น ถึงแม้ลึก ๆแล้วลูคจะคิดว่าเบ็นจามินมีสิทธิที่จะโกรธเขาเพราะเด็กหนุ่มได้โทษตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าเขาคือต้นตอที่ทำให้ชีวิตของเพื่อนๆ ทุกคนตกอยู่ในอันตราย


    ต่างคนต่างนั่งกระจัดกระจายกันอยู่บนพื้นห้องที่เกลื่อนกลาดด้วยกองหนังสือและเศษกระดาษหลังจากนั่งฟังเบ็นจามินเทศน์เรื่องที่เขาโดดเรียนเมื่อวันพฤหัสยาวอยู่หลายชั่วโมงจนลูคหูชา(โดยมีชินร่วมผสมโรงบ่นด้วยเป็นครั้งคราว)ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ภายใต้ความเงียบหงอย ผิดปกติไปจากแต่ก่อนโดยปริยายเมื่อปราศจากสมาชิกปากมากประจำกลุ่มอย่างซิดจ์


                เอาหน่ะเบ็นมันไม่ใช่ความผิดของลูคสักหน่อยที่ซิดจ์โดนไอ้สัตว์ประหลาดนั่นทำร้าย --” ชินซึ่งนั่งสูบบุหรี่สมุนไพรกลิ่นกุหลาบอยู่ริมหน้าต่างที่เปิดกว้างรับลมราตรีเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น“-- งั้นเอาเป็นว่าตกลงนะว่าพรุ่งนี้เราจะไม่กลับไปเรียนค่อยไปอาทิตย์หน้าเลยแล้วกันชินเอ่ยต่อแม้ลูคจะคิดว่ามันฟังดูแปร่งหูสำหรับชินที่จะขาดเรียน


                ฉันจะลงไปดูมันหน่อย” เบ็นจามินซึ่งนั่งอยู่บนเตียงนอนก็ลุกขึ้นเดินเปิดประตูออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ


    ชินรีบเขี่ยบุหรี่ทิ้งที่ขอบหน้าต่างก่อนทำทีว่าจะเดินตามเบ็นจามินออกไปยังไม่ทันจะหมุนลูกบิดประตูห้องกลับถูกผลักเปิดจากอีกด้านจนกระแทกเข้ากับหน้าผากจนเจ้าตัวรีบยกมือขึ้นลูบหัว 


    เบ็นจามินวิ่งถลากลับเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก


    นายรีบตามฉันมาเร็ว!” เพื่อนผมยุ่งพูดด้วยสีหน้ากระตือรือร้นสุดขีดประหนึ่งว่าเจ้าตัวได้ลืมไปแล้วว่าเมื่อครู่นี้ยังทะเลาะกันอยู่ 


             ฌายาเพิ่งจะฟื้นเมื่อกี้นี้เอง พ่อบอกว่าเธอหวาดระแวงทุกอย่างไปหมดเลยคิดว่าเธออาจจะสงบลงมากกว่านี้ถ้าแยกเธอไว้คนเดียวก่อนพ่อเลยให้ฉันพาเธอไปที่ห้องรับรองแขกชั้น 2 --” เบ็นจามินเล่าอย่างรีบร้อนระหว่างวิ่งซอยเท้ายิกลงบันไดไปยังห้องรับรอง 


              เมื่อถึงห้องหน้ารับรองแขกเบ็นจามินก็ชะงักฝีเท้าหยุด ก่อนจะหันมองหน้าลูคด้วยแววตาฉายความรู้สึกผิด“-- แล้วก็เออคือ... ฉันขอโทษที่ทำตัวงี่เง่าใส่ก่อนหน้านี้ฉันคงเป็นห่วงมันมากเกินไปหน่อย พอคิด ๆดูแล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของนายอย่างที่ชินว่านั่นแหล่ะเบ็นจามินพูดเสียงค่อยแต่แฝงด้วยความอ้อนวอน


    เอาเป็นว่านายเข้าไปคนเดียวก่อนแล้วกัน ฉันจะลงไปดูซิดจ์” ลูคยังไม่ทันเอ่ยอะไรตอบเบ็นจามินก็ดันหลังเขาเข้าไปในห้องก่อนจะวิ่งลงบันไดหายไป


    ภายในห้องโล่งกว้างประดับประดาด้วยพื้นพรมสีอ่อนและเฟอร์นิเจอร์เหล็กสีขาวสะอาดตาโคมไฟติดเพดานส่องแสงสว่างจ้าราวกับแสงไฟในห้องผ่าตัดเหนือโต๊ะเหล็กซึ่งตั้งอยู่กลางห้องยาวจรดริมผนังกระจกใสมองเห็นทิวทัศน์ยามราตรีอันเงียบเหงาของท้องถนนเซนต์อเล็กซานเดอร์


    ห้องทั้งห้องเงียบกริบไร้วี่แววของชีวิตใดๆนอกจากเขาและเด็กสาวผมแดงผู้หนึ่งซึ่งกำลังนั่งชันเข่าอยู่บนเก้าอี้ตัวริมหน้าต่างเหม่อมองออกไปนอกบานกระจก


             นายเป็นใคร ฉันอยู่ที่ไหน แล้วนายต้องการอะไรจากฉัน” เด็กสาวเอ่ยถามเสียงหนักแม้จะยังจ้องมองไปในความมืดนอกบานกระจก


              ฌายา ฉันรู้ว่าเธอถูกลักพาตัวมาจากน็อกเทิร์น” คำตอบของลูคทำให้เด็กสาวสะบัดหน้ามามอง


                ฌายารีบลุกขึ้นเดินปรี่มาหาลูคแล้วกระชากคอเสื้อเขาทำไมนายถึงรู้ชื่อฉัน แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันโดนลักพาตัว” เธอถามด้วยแววหน้าท้าทาย


              ฉันไม่ได้เป็นคนที่ลักพาตัวเธอมาหรอกนะ เธอไว้ใจฉันได้” ลูคตอบอย่างตื่นตระหนก 


    ฌายาจ้องตาเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคลายกำมือลงทิ้งรอยยับยู่ยี่ของคอเสื้อกล้ามของลูคไว้ให้ดูต่างหน้า


              ฉันเข้าใจละ นายเป็นมากอส คนละคนกับไอ้เด็กคนนั้นที่ลักตัวฉันมาที่นี่”เด็กสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเจือความโกรธอย่างเห็นได้ชัด


              ลูคได้แต่นึกสงสัยในใจว่าฌายารู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นชาวมากอส


              แค่มองตาฉันก็รู้แล้วว่านายไม่ใช่พวกเดียวกับคนพวกนั้น --” ยังไม่ทันจะเอ่ยปากถามเด็กสาวก็ชิงตอบก่อนราวกับกำลังอ่านใจเขาอยู่


    ทว่าคำตอบของเธอไม่ได้ทำให้ลูคเข้าใจอะไรมากขึ้นเลยแม้แต่น้อยกลับกันที่คำถามมากมายกำลังถาโถมอยู่ในห้วงคิดของเขาราวกับพายุฝนฟ้าคะนอง


    เสียงแง้มประตูดังเรียกความสนใจของทั้งคู่เบ็นจามินเปิดประตูผางมาพร้อมกับเพื่อนคนอื่น ๆฌายาแลดูจะหวาดวิตกขึ้นมาเล็กน้อยเพราะเธอยังไม่เคยเห็นเพื่อน ๆ ของลูคมาก่อนแต่เด็กสาวก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเหมือนเมื่อครู่นี้ที่เพิ่งจะกระชากคอเสื้อของเขาจนยับเยิน


    หลังจากแนะนำตัวกันเป็นที่เรียบร้อยเบ็นจามินก็หันมาชวนฌายาคุยถึงอาการหลังฟื้นของเธอเล่าย้อนไปถึงเมื่อครั้งที่เห็นสภาพของเด็กสาวครั้งแรกในสวนหลังคฤหาสน์จนถึงแผนการรักษาโดยพ่อของตนเอง


    พวกนายเองเหรอที่ช่วยฉันออกมาจากกรงขังที่น่ารังเกียจนั่น สหาย!ฉันเป็นหนี้ชีวิตพวกนาย” ฌายาพูดด้วยแววตาแสดงความขอบคุณ


    แล้วเราจะเอายังไงกันต่อ… ฉันนึกออกแล้ว! ทำไมนายไม่ใช้พรประจำตัวพาฌายากลับไปน็อกเทิร์นล่ะ”เบ็นจามินหันมองลูคตาเป็นมันวาวราวกับเมล็ดเกาลัด


    จริงด้วย เหมือนกับคราวก่อนที่เรานอนรวมกันในห้องของฉันกับฌองไง” คลีโอพูดย้อนกลับไปถึงคืนวันแรกที่พวกเขาเจอกับมนุษย์หมาป่าที่ระเบียงหอพัก


    เธออยากกลับไปน็อกเทิร์นใช่ไหมฌายา” เบ็นจามินหันไปถามเด็กสาวอีกครั้งทว่าเธอกลับส่ายหน้า


    ไม่ล่ะ ขอบคุณ --” ฌายาปฏิเสธทันควัน “-- ฉันไม่มีวันกลับไปคนเดียว ถ้าน้องของฉันไม่ได้กลับไปด้วย”


    น้องของเธอก็โดนลักพาตัวมาด้วยเหมือนกันงั้นเหรอ” ทุกคนโพล่งขึ้นเป็นเสียงเดียวกัน 


    ฌายาพยักหน้าตอบก่อนจะเริ่มเบะปาก


    นายต้องช่วยฉันนะ ได้โปรดเถอะ... ฉันไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนไม่รู้จะหันไปพึ่งใครอีกแล้ว --” พอพูดถึงน้องน้ำเสียงของฌายาก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมราวกับเป็นคนละคน“-- น้องฉันโดนจับตัวไปและเขากำลังตกอยู่ในอันตรายตอนที่ฉันถูกขังอยู่ในกระท่อมกลางป่า ฉันรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าน้องของฉันกำลังทรมาน


    แน่นอนพวกเราจะช่วยเธอเองไม่ว่าจะยังไงเธอกับน้องก็ต้องได้กลับไปน็อกเทิร์นอย่างปลอดภัย” เบ็นจามินพูดด้วยน้ำเสียงกล้าหาญอย่างที่ลูคไม่เคยได้ยินมาก่อน


    ถ้างั้นตอนนี้สิ่งที่เราควรคิดลำดับต่อไปคือ ฌายาควรจะไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนจนกว่าเราจะหาทางพาเธอกลับไปน็อกเทิร์นเพราะฉันคิดว่าถ้าเธอจะอยู่ที่คลินิกเบ็นต่อไปคงไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่หรอกที่นี่คนเข้า ๆ ออก ๆ เยอะเกินไป --” ชินใคร่ครวญหน้าคร่ำเครียด“-- เราควรหาสถานที่ที่คนน้อย ๆ ไม่งั้นเธออาจถูกพบตัวได้


    พบตัวได้โดยใครเหรอครับ” ฌองเอ่ยถามเสียงเกร็ง


    ก็พวกแกรนด์โกสต์ยังไงล่ะ พวกนั้นมีมีเส้นสายเยอะแยะเกลื่อนเมือง” ชินตอบ


    ให้เธอมาอยู่บ้านฉันก่อนก็ได้นะ ช่วงนี้แม่ฉันงานรัดตัวไม่ค่อยอยู่บ้านหรอก” ลูคเอ่ย


    ที่ชานเมืองคนไม่พลุกพล่านเท่าในตัวเมือง เป็นความคิดที่ดีมากเลยลูค --”เบ็นจามินเห็นด้วย 

    “--ฉันว่าตอนนี้นายรีบพาฌายากลับไปบ้านดีกว่า นี่ก็ใกล้สว่างแล้วพวกนายที่เหลือก็ด้วย อีกไม่นานคนคงเริ่มออกจากบ้านกันเพื่อนผมยุ่งพูดต่อหลังจากเสียงกุ๊กกูของนาฬิกาแขวนผนังดังบอกเวลาตีสี่เป๊ะก่อนจะออกเดินนำกลุ่มเพื่อนลงบันไดไปยังหน้าคลินิกซึ่งยังคงปลอดผู้คนเพื่อส่งเพื่อนๆ กลับบ้าน


    ไว้ถ้ามันรู้สึกตัวแล้วฉันจะรีบโทรตามนายแล้วกัน” เบ็นจามินพูดถึงซิดจ์ที่หน้าประตูเลื่อนอัตโนมัติ


    ยังไงช่วงนี้ก็อย่าลืมอ่านหนังสือบ้างนะเพราะอีกไม่กี่สัปดาห์เราก็จะสอบปลายภาคแล้ว” ชินเตือนทุกคนก่อนจะคว้ามวนบุหรี่กลิ่นดอกสายน้ำผึ้งจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาสูบส่งกลิ่นหอมหวาน


    เฮ้ย! วันจันทร์หน้านี้ก็ช่วงปลายเทอมแล้วนี่หว่าฉันยังไม่ได้ซ้อมว่ายน้ำเลยด้วยสิ!” ลูคร้องเสียงดังลั่นถนน


    เห็นทีนายคงต้องรีบซ้อนแล้วล่ะ ฉันได้ยินมาว่าสถานที่จัดแข่งปีนี้ไม่เหมือนปีก่อน ๆ --” คลีโอเอ่ย “-- เพราะว่ามันถูกจัดขึ้นที่ทะเลสาบของหอพักเรา...

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in