ลูค ไวท์ ผจญภัยห้วงนิทราKGUNTION
เรื่องไม่คาดฝัน (1)
  •              คิดจะเลียนแบบพี่เหรอ ฝันเหอะ แกยังห่างไกล” เด็กหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีเขียวนีออนพูดด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท


                “แกจะบ้าเหรอแซม ทำไมฉันต้องอยากเหมือนแก” ซิดจ์หน้าหงิก


                เอาหน่ะ จะไม่บอกพี่จริง ๆเหรอว่าเมื่อวันนั้นแกหายหัวไปไหนมาทั้งวันทั้งคืน” แซมเซ้าซี้ทำหน้าอ้อนวอนอย่างกวนบาทา


                ไม่ใช่เรื่องของแก” ซิดจ์ตัดบทเสียงเข้ม 


                เออเอาเหอะ... ฝากบอกแม่ด้วยว่าอาทิตย์นี้ฉันไม่กลับไปนอนบ้านไว้เจอกันวันศุกร์หน้าไอ้ตัวดี” แซมว่าก่อนเดินหายลับไปในฝูงเด็กนักเรียนในที่สุดบทสนทนาระหว่างพี่น้องก็จบลงเหลือเพียงแต่เสียงพูดคุยดังกระหึ่มของบรรดากลุ่มเด็กนักเรียนในห้องโถงใหญ่


                ให้ตาย ฉันรำคาญมันชะมัด ตั้งแต่วันอาทิตย์ไอ้พี่บ้านี่ยังไม่เลิกเซ้าซี้ถามว่าฉันหายไปไหนมา สอดรู้สอดเห็นเป็นบ้า --”ซิดจ์บ่นงุบงิบขณะเดินผ่านระเบียงสุดคดเคี้ยวสู่ห้องเรียนวิชาการถอดความโลหะของอาจารย์โจชัว


    “--ว่าแต่เด็กผู้หญิงคนนั้นยังไม่ฟื้นอีกเหรอ นี่มันก็หลายวันแล้วนะเธอชื่ออะไรนะ... ยาชาซิดจ์หันไปถามเบ็นจามินที่เดินอยู่ข้างๆ


                ฌายาเจ้าบื้อ! พ่อฉันบอกว่าร่างกายเธอยังอยู่ในจุดวิกฤตอาจใช้เวลาอย่างน้อยสุดก็เดือนนึงโน้น --” เบ็นจามินตอบสายตายังคงจ้องอยู่ที่หนังสือเรียนเล่มหนาในมือ“-- ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นถูกลักพาตัวมาจากน็อกเทิร์นใครกันนะที่จะทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ได้ลงคอ


                จะเป็นใครไปได้อีกล่ะนอกจากเบอมิวด์เธอถูกจับไปขังไว้ในกระท่อมกลางป่าหลังคฤหาสน์แกรนด์โกสต์ไม่มีใครอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์นั้นแล้วนอกเสียจากเบอมิวด์ แน่นอนล่ะว่าต้องเป็นเขา”ลูคยันยืนยันเสียงแข็งพลางเลื่อนเก้าอี้นั่งในชั้นเรียน


                ก็ฟังดูเป็นไปได้ แต่นายก็ไม่มีหลักฐานมายืนยันอยู่ดีใช่ไหมล่ะ” ในที่สุดเพื่อนผมยุ่งก็ละสายตาจากหน้ากระดาษมามอง


    ยังไม่ทันจะได้อ้าปากเถียงเบ็นจามินเขาก็ต้องเงียบเสียงลงพร้อมกับนักเรียนทั้งห้องทันทีเมื่ออาจารย์โจชัวเดินดุ่มเข้ามาในห้องอาจารย์หนุ่มจัดวางหนังสือประกอบการสอนประมาณสองถึงสามเล่มลงบนโต๊ะที่หน้าชั้นเรียนอย่างละเมียดก่อนจะคว้าเอากล่องอุปกรณ์สีแดงสดขึ้นมาวางข้างกันอย่างบรรจงและล้มตัวลงนั่งยังเก้าอี้


    ลูคผล็อยหลับไปโดยทันทีเมื่ออาจารย์เริ่มการบรรยายวิชาเขามารู้สึกตัวตื่นอีกครั้งชั้นเรียนก็จบลงแล้วถึงแม้ว่าเด็กนักเรียนร่วมชั้นส่วนใหญ่จะรีบรุดออกจากห้องเรียนกันไปบ้างแล้วแต่ก็ยังคงพอมีเด็กหลงเหลืออยู่ในชั้นเรียนพอสมควรบางคนกำลังนั่งทำการบ้านอย่างขะมักเขม้น บ้างจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรสลูคขยี้ตามองไปรอบห้องเห็นเรด บลู และอลาสแตร์กำลังยืนจับกลุ่มกันอยู่ที่ระเบียงทางเดินนอกห้องเรียน


    พวกนายได้ยินข่าวลือหนาหูช่วงนี้ไหมฉันบังเอิญได้ยินมาจากพวกเพื่อนที่เซนต์ฟรานซิสว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนมีเรื่องเกิดขึ้นที่คฤหาสน์เก่าพวกนั้นเล่าว่าตอนกลางคืนแทบจะข่มตานอนกันไม่หลับเลยเพราะรถตำรวจวิ่งกันให้ทั่วจนบ้านสั่นเลยเชียว --” อลาสแตร์ซุบซิบแทนคำทักทาย“-- ดูเหมือนว่าจะมีคนบุกเข้าไปในป่าอาถรรพ์สุดเฮี้ยนแล้วรอดกลับมาได้ให้ตายเถอะ ฉันว่าแม่งโคตรเจ๋งเลยเรดเสริม


    ลูคอึ้งเงียบไปครู่หนึ่งเขาเหลียวมองเพื่อน ๆ ต่างคนต่างแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เว้นเพียงแต่ซิดจ์ที่กำลังยิ้มหน้าบานด้วยความภาคภูมิเพราะได้ยินคำชมจากปากของเรด


    เจ๋งจริง ๆ นั่นแหล่ะ นายรู้ไหมล่ะว่าคนพวกนั้น… -- แล้วจับพวกนั้นได้หรือเปล่า”ซิดจ์โพล่งขึ้นเสียงแจ๋วยังไม่ทันพูดจบประโยคก็ถูกขัดโดยเบ็นจามิน


    อลาสแตร์แลดูจะไม่สงสัยความมีพิรุธของซิดจ์เพราะเขาเพียงแค่ตอบเบ็นจามินไปว่ายังไม่มีข่าวว่ามีใครถูกจับเลย


    แต่มันก็ฟังดูแหม่ง ๆ อยู่นะที่เรื่องดังขนาดนี้ไม่ขึ้นเป็นข่าวหน้า 1ในหนังสือพิมพ์ โคตรแปลกเลยทั้งที่ก่อนหน้านี้เรื่องไร้สาระเยอะแยะยังยกมาขึ้นหน้า 1 ได้เบ็นจามินตั้งข้อสงสัยกับความคิดของตัวเองชวนให้หัวคิ้วของชินขยับติดกันยุ่งเหมือนแมลงที่ถูกกาวดักไว้ 


    ปล่อยให้มันเป็นปริศนาต่อไปเถอะ ฉันเอาเวลาไปนั่งกินข้าวดีกว่าป่านนี้คนคงล้นห้องอาหารแล้วมั้งเนี่ย—” เรดว่าบลูพยักหน้าเห็นด้วย “— จะไปด้วยกันไหมพวก


    ไม่ล่ะ ไว้เจอกันในชั้นเรียนวิชาสมุนไพรศาสตร์ดีกว่า” เบ็นจามินรีบปฏิเสธตามมาด้วยเสียงท้องของซิดจ์ที่ร้องโครกขึ้นประท้วงแทนกระเพาะอาหาร


    ต้นเมเปิลยักษ์ผลัดใบยืนต้นสูงเด่นเป็นสง่าอยู่ณใจกลางห้องใต้หลังคากระจกใสซึ่งเปิดออกรับลมฝนที่พัดอยู่เหนือฟากฟ้าสีเทาขมุกขมัวโคมไฟระย้ากำลังส่องแสงระยิบระยับสีส้มแดงเจิดจรัสอยู่เหนือศีรษะของลูคจนห้องทั้งห้องกลายเป็นสีส้มอบอุ่น แม้ตอนนี้จะเป็นเวลามื้อเที่ยงแต่ห้องอาหารใบไม้ร่วงของเด็กปีสามกลับร้างนักเรียนอย่างน่าประหลาด


    ฉันกล้าพนันได้เลยว่าพวกปี 3 คงไปสิงอยู่ในห้องอาหารใบไม้ผลิกันหมดซิดจ์เอ่ยก่อนอาสาเป็นคนไปตักอาหารให้เพื่อน ๆที่โซนตักอาหารใบไม้ร่วง


    ทันทีที่ลูคนั่งลงที่เก้าอี้ทานอาหารสายฝนก็เริ่มโปรยเม็ดผ่านช่องเปิดบนหลังคาสู่ต้นเมเปิลยักษ์จนใบของมันร่วงกราวลงพื้น


    ฉันเข้าใจแล้ว… พวกปี 3 ชอบไปห้องอาหารใบไม้ผลิก็เพราะอย่างงี้นี่เองทำไมอาหารฤดูใบไม้ร่วงถึงมีแต่ผักและธัญพืชวะซิดจ์เบ้ปากพูดเสียงดังก่อนวางจานที่เต็มไปด้วยมันหวานเผาหัวโตเมล็ดเกาลัด ถ้วยข้าวโอ๊ตต้ม และก้อนขนมปังธัญพืชลงบนโต๊ะดังเคร้ง


    พวกพ่อครัวคิดอะไรกันอยู่ ไม่รู้หรือไงว่าเด็กทุกคนชอบกินเนื้อสัตว์”เจ้าตัวแสบบ่นงุบแต่มือก็ไม่วายคว้าหัวมันหวานเผาในจานขึ้นกัดคำโตเสียงดังกร้วมอย่างเอร็ดอร่อยส่วนฌองที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็คว้าเมล็ดเกาลัดมาแทะกินเหมือนหนูแฮมสเตอร์


    ว่าแต่นายพาพวกเรามาที่โรงอาหารของพวกปี 3 ทำไมเหรอเบ็นลูคเอ่ยถาม


    มาหาพี่แซมไง” เบ็นจามินตอบเสียงเรียบทว่าเจ้าตัวแสบหยุดเคี้ยวหัวมันหวานแล้วหันมองขวับ


    จะพามาหามันทำไมเนี่ย ยังทนฟังมันถามฉันเรื่องเมื่อวันเสาร์ไม่พออีกเหรอ”ซิดจ์โวยวายแม้เมล็ดเกาลัดจะยังคาอยู่เต็มปาก


    ฉันคิดว่าพี่แซมช่วยพวกเราได้เพราะในโกลเด็นฟอร์เธ่คงไม่มีใครหน้าไหนเข้าหาพวกอาจารย์ได้มากเท่านักเรียนทุนอีกแล้ว--” เพื่อนผู้หลักแหลมกล่าว “-- ให้พี่แซมไปสืบเรื่องที่พวกเราอยากรู้มาก็สิ้นเรื่องใช่ไหมล่ะเบ็นจามินหลิ่วตาพูดลูคเข้าใจว่าเพื่อนคงหมายถึงเรื่องศิลาที่เหลือต้องตามหาอีก


    แล้วแน่ใจได้ไงว่าวันนี้พี่แซมจะโผล่มาที่ห้องอาหารใบไม้ร่วงปกติเราจะเจอพี่เขาอยู่ในห้องอาหารใบไม้ผลิประจำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” ลูคถามกลับ เบ็นจามินไม่ตอบอะไรเพียงแค่ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เขาอ่าน


    “6 โมง… เที่ยงครึ่ง… 3 ทุ่ม...นี่มันตารางเรียนบ้าอะไรวะเนี่ย! --จอมตะกละชะโงกคอมาอ่านแผ่นกระดาษในมือลูค“-- อย่าบอกนะว่าถ้าพวกเราขึ้นปี 3 ก็ต้องเรียนเยอะขนาดนี้ด้วยซิดจ์ร้องโห่เรียกเสียงหัวเราะคิกคักในลำคอจากคลีโอ


    ไม่ใช่หรอก นี่มันตารางเรียนของเด็กทุน” ลูคกล่าวหลังจากเพ่งตาอ่านตารางเรียนในมืออย่างละเอียดแล้ว 


    เบ็นจามินพยักหน้าหงึกหงัก


    ก็เพราะว่าตารางเรียนวันพฤหัสของนักเรียนทุนพักเที่ยงแค่ครึ่งชั่วโมงไม่มีทางที่พี่แซมจะเดินไปกินมื้อเที่ยงที่ห้องอาหารใบไม้ผลิแล้วกลับมาเรียนชั้นเรียนวิชาเทคนิคเหมืองอัญมณีของอาจารย์แม็คโนเลียทันแน่ ๆเพราะตรงห้องอาหารใบไม้ร่วงมันมีทางเดินลัดไปเหมืองร่วงโรยของเด็กปี 3 ได้” เบ็นจามินเล่า


    ทำไมเวลาอยากเจอตัวมันถึงหายหัวได้ตลอดพอเวลาที่ไม่นึกอยากเจอก็โผล่หน้ามาให้เห็นอยู่เรื่อยนะไอ้พี่ตัวดี --” ซิดจ์บ่นไม่หยุดปากขณะเดินรั้งท้ายกลุ่มอยู่ข้างลูคเพื่อไปชั้นเรียนวิชาสมุนไพรศาสตร์ที่เรือนกระจกยักษ์ติดกับทะเลสาบของมหาวิทยาลัย 


    “--ฉันเห็นอาจารย์ซินธ์ชอบปล่อยให้นักเรียนในชั้นเดินสำรวจต้นไม้กันเอาเองในเรือนกระจกอยู่เรื่อย...พออาจารย์เผลอเมื่อไหร่ เราค่อยแอบย่องไปหามันที่เหมืองร่วงโรย ดีไหมเจ้าตัวแสบแอบกระซิบข้างหูลูคอย่างหวาดระแวงว่าเบ็นจามินกับชินจะได้ยินว่ามันเพิ่งชวนเขาโดดเรียน


    แล้วเราจะไม่หลงทางเหรอ” ลูคกังวล


    เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงจำได้ไหมที่เบ็นมันบอกว่ามีทางเดินลัดไปเหมืองร่วงโรยจากห้องอาหารใบไม้ร่วงเราไม่น่าหลงทางได้หรอกฉันว่านะ” 


    ซิดจ์ทำเนียนกระแอมกระไอเสมหะในลำคอเมื่อเห็นว่าเบ็นจามินซึ่งเดินนำอยู่หน้ากลุ่มหันกลับมามอง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in