ลูค ไวท์ ผจญภัยห้วงนิทราKGUNTION
ป่าสาบสูญ (1)
  • ป่านนี้ทุกคนคงอยู่ที่ร้านแล้วมั้ง” ลูคเอ่ยตาเพ่งไปที่หน้าปัดนาฬิกาข้อมือบอกเวลาตีห้าครึ่ง


    ก็ช่วยไม่ได้นี่ ไอ้พี่ตัวดีมันกลับมาเมื่อคืนสงสัยมันจะบ้ามายืนกดออดประตูตอนตี 3 ปลุกคนทั้งบ้าน ประสาท!ตอนนี้เลยกลายเป็นว่ามันจะกลับบ้านทุกคืนวันศุกร์ --ซิดจ์พูดพลางป้องปากหาววอดใหญ่ขณะเดินก้าวขายาวอยู่บนถนนเซนต์ฟรานซิส


    ถึงแม้ว่าซิดจ์จะบ่นแซมอยู่ไม่หยุดปาก แต่ลูคก็พอจะเดาออกว่าตอนนี้เพื่อนคนนี้คงจะมีความสุขไม่น้อยที่พี่ชายของตัวเองกลับมาหลังจากที่จากบ้านไปเกือบสามปี


                “--เชื่อไหมว่าแม่รีบวิ่งเข้าไปกอดมันใหญ่เลยตอนแรกฉันนึกว่าแม่จะโกรธมันเสียอีกเล่นหายไปเป็นปี ๆแถมไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นเลย ส่วนเจ้าซิลเวอร์ก็ดีใจจนเกินเหตุมันตั้งใจจะวิ่งไปหาแซมแต่ดันวิ่งหัวชนเข้ากับโต๊ะเสียงดังลั่นห้องเลยเจ้าหมาแก่ซื่อบื้อ


                ในที่สุดลูคและซิดจ์ก็เดินมาถึงลูนคาเฟ่เขาเห็นชินกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าประตูร้าน เมื่อเห็นทั้งสองชินก็รีบทักทายพร้อมกับคีบบุหรี่สมุนไพรขึ้นสูบครั้งสุดท้ายก่อนจะดับมันบนที่เขี่ยบุหรี่อย่างรีบๆ พอก้าวเข้าไปในคาเฟ่เบ็นจามินก็รีบเดินปรี่เข้ามาหาทันที


                ทำไมถึงช้านัก!” เบ็นจามินพูดด้วยท่าทางกระตือรือร้นสุดขีด


                สวัสดีจ้ะลูค หยิบอะไรก็ได้ในตู้เย็นกินรอไปก่อนนะจ๊ะ” เสียงของคุณน้าจูเลียดังออกมาจากในครัว แต่ก่อนที่ลูคจะทันขอบคุณเธอซิดจ์ก็ชิงร้องขึ้นก่อนว่าเขาขอช็อกโกแลตร้อนด้วย


                โอ้... นี่ฉันลืมเธอไปได้อย่างไรกัน” จูเลียอุทานออกมาเบาๆ ตามด้วยเสียงหวีดร้องของบรรดากาน้ำ


                พวกเรากำลังจะเริ่มวางแผนกันพอดีเลย” เบ็นจามินรีบเดินนำไปที่โต๊ะตัวยาวนอกระเบียงบนโต๊ะมีกระดาษแผ่นใหญ่กางอยู่ลูคมองมันเพียงแค่ครู่เดียวก็รู้ว่ามันคือแบบแปลนของสิ่งก่อสร้างบางอย่างที่มีขนาดใหญ่มหึมา


                แปลนของคฤหาสน์แกรนด์โกสต์ พวกนายได้มันมาจากไหน” ลูคถามทันที


                มันเป็นของแม่ผมเองครับ คือผมแอบหยิบมาจากในห้องท่านพอดีว่าสมัยก่อนแม่ผมเป็นสถาปนิกเลยมีก๊อปปี้แบบแปลนของสิ่งก่อสร้างแทบจะทุกอย่างในเมืองเป็นของสะสมส่วนตัว --”ฌองพูดเสียงกระซิบ “-- อย่าไปบอกใครเชียวนะครับ


                ร้ายใช่เล่น” คลีโอแซวทำให้ฌองเผลอยิ้มออกมาอย่างอาย ๆ


                อย่าไปบอกอะไรเหรอหลานชาย” จู่ ๆจูเลียก็โผล่มาจากข้างหลังทำเอาฌองสะดุ้งโหยงเธอเดินถือถาดใส่เครื่องดื่มมาวางลงบนโต๊ะก่อนจะกวาดสายตาชำเลืองมองแผ่นกระดาษที่วางหราอยู่ตรงหน้าแล้วก็ได้แต่อมยิ้มแล้วเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้งหนึ่งโดยไม่ปริปากพูดอะไร


                แปลนของคฤหาสน์ยาวเกือบครึ่งหนึ่งของโต๊ะตัวยาวและมากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของมันมีพื้นที่เป็นสีเขียวทั้งหมด


                แล้วตรงไหนคือสวนที่ว่าล่ะ” ซิดจ์ยืนก้มลงเอาหน้าจ่อไปที่แผ่นกระดาษพยายามมองหาเขตของสวน


                ทั้งหมดยกเว้นตัวคฤหาสน์ครับ” ฌองตอบทำเอาทุกคนหันขวับมอง


                พูดเป็นเล่น” ซิดจ์ร้อง


                นายหมายถึงพื้นที่สีเขียวรอบ ๆ หมดนี่เลยหรือฌอง” เบ็นจามินถามย้ำ


                ใช่ครับ หมดนี่เลย” ฌองตอบ


                จู่ๆ เบ็นจามินก็หน้าถอดสีราวกับเพิ่งจะนึกบางอย่างขึ้นได้


                อย่าบอกนะว่า สวนของคฤหาสน์ที่ว่านี่ก็คือพื้นที่ของป่าสาบสูญ[1]เบ็นจามินเลิกลั่กขึ้นมาเสียงดัง


                ใช่แล้วครับ สวนของคฤหาสน์กินพื้นที่บางส่วนเข้าในด้านในของป่าสาบสูญครับแต่ก็ไม่ต้องกลัวไปหรอกครับ เป็นแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น” ฌองตอบเบ็นจามินถึงกับสะอึกไม่ต่างจากคนอื่น 


                ฉันไม่ได้กังวลเรื่องขนาดหรอกแต่ว่าถ้าเกิดเดินแล้วหลงเข้าไปลึกกว่านั้นจะต้องแย่แน่ ๆ” เบ็นจามินพูดด้วยสีหน้าไม่สู้ดี


                ถ้าเกิดดูตามแปลน พื้นที่สวนแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ก็คือตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้คลีโอเอานิ้วจิ้มลงบนแผ่นกระดาษที่บริเวณแรกคือส่วนที่อยู่ติดกับตัวคฤหาสน์และอีกบริเวณหนึ่งที่ลูคคิดว่านั่นคือส่วนของป่าสาบสูญที่อยู่เลยออกไปรอบนอก


                ผมเคยไปแค่ตรงรอบ ๆ คฤหาสน์ครับเหมือนว่าเหนือขึ้นไปตรงนี้เป็นส่วนห้ามเข้า” ฌองเอานิ้วจิ้มไปตรงบริเวณสวนรอบนอก


                แปลว่าพวกเราควรไปตรงนั้นสินะ” ซิดจ์พูดตาเป็นมัน


                ตอนนี้เวลามีค่า เราไม่ควรอยู่ในนั้นนานจนเกินไปถ้าไม่อยากถูกเจอตัวตามที่ฌองบอกว่าจะเริ่มมีคนเดินเวรยามในตอนเที่ยงตรง” ชินพูดเสียงเรียบประหนึ่งว่าพวกเขาควรรีบออกเดินทางกันได้แล้ว


                หลังจากกินขนมปังสอดไส้ผลไม้กับช็อกโกแลตร้อนจนอิ่มท้องเด็ก ๆ ก็เริ่มออกเดินทาง ท้องฟ้าเหนือซอยซูเคร่มืดครึ้มด้วยเมฆเทาก้อนใหญ่มหึมารูปร่างคล้ายดอกกระหล่ำยักษ์ฌองเปลี่ยนเส้นทางทันทีที่เดินมาได้ครึ่งซอยเพื่อนตัวเล็กพาพวกเขาเข้าไปในตรอกร้างแคบอับแสงที่รายล้อมด้วยกำแพงเหล็กเก่าเปรอะสนิมในตรอกเต็มไปด้วยถังขยะล้มระเนระนาดส่งกลิ่นเหม็นโชย ลูคคิดว่าตรอกแห่งนี้คงจะไม่มีใครใช้สัญจรมาเป็นเวลานานมากแล้ว


                ทางลัดครับ” เสียงสะท้อนของฌองดังไปทั่วตรอกจนหนูสองสามตัววิ่งกระโจนตามกันออกมาจากถังขยะใบใกล้ๆ


                ตรอกแห่งนี้ไม่มีใครเดินเข้ามาหลายปีแล้วล่ะครับเพราะว่ามันเคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นถึงกับมีคนเสียชีวิต คนในละแวกเลยไม่กล้าเข้ามาใกล้ที่นี่” 


    ได้ยินเช่นนั้นซิดจ์ก็หน้าถอดสี


                คะคนตะตะตาย” ซิดจ์พูดติดขัดด้วยความกลัว


                ครับ ตกลงมาจากหน้าต่าง บนนั้น” ฌองชี้นิ้วขึ้นไปที่หน้าต่างเก่าๆ บานหนึ่ง จากจุดที่ลูคอยู่มองเห็นมันได้อย่างชัดเจนแม้แต่รอยร้าวของกระจก


                ตกลงมาตรงนั้น” ฌองเคลื่อนมือไปที่พื้นด้านข้างถัดจากพวกเขาไปเพียงไม่กี่ก้าวเดิน


                หมอกเริ่มโรยตัวลงบางจากอากาศเย็นยะเยียบด้วยความที่ยังเป็นเวลาเช้าอยู่ลูคอดขำไม่ได้เมื่อหันไปมองหน้าแหย ๆ ของซิดจ์ผู้ซึ่งกลัวผีเสียยิ่งกว่างูทางเดินแคบ ๆ ในซอยค่อนข้างวกวนและซับซ้อน นับครั้งไม่ถ้วนที่พวกเขาต้องเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาที่มุมทางเดินสักพักหนึ่งฌองที่เดินนำทางก็หยุดฝีเท้าทางลัดไปยังสวนที่ว่านั้นคือรูโบ๋บนกำแพงเหล็กเขรอะสนิมมันมีขนาดใหญ่พอที่คนทั้งคนจะสามารถมุดตัวผ่านเข้าไปได้เลยทีเดียว


                อะไรที่ทำให้กำแพงเหล็กหนา ๆ กลายเป็นรูโบ๋ได้แบบนี้กันนะ” เบ็นจามินถาม


                ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ มันมีมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กแล้วป้าจูเลียเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อราว 10 ปีก่อนเคยมีอุบัติเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่ตรงนี้อุบัติเหตุที่ว่าครั้งนั้นทำให้มีคนหายสาบสูญไปถึง 2 คนเลยเชียวล่ะครับฌองเล่าด้วยสีหน้าหวาด ๆ 


    เด็กๆ มุดตัวผ่านมายังอีกด้านของกำแพง เดินฝ่าดงหญ้าและต้นไม้เข้าไปได้สักพักก็มาโผล่อยู่ตรงทางเดินดินลูกรังฌองบอกว่าทางเดินด้านขวาสามารถพาพวกเขาไปยังเขตสวนรอบนอกได้


                แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ผมคิดไว้แล้วล่ะว่าอาจจะหลงทิศได้ เลยเอาไอ้นี่มาด้วย”ฌองยิ้มกว้างพร้อมกับเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาเต็มกำมือมันคือเชือกสีแดงสดมองเห็นได้ง่ายผูกไว้กับต้นไม้ที่เดินผ่านก็ไม่น่าจะหลงแล้วนะครับ


                แมลงเยอะเนอะ ตอมอยู่ได้รำคาญ!” ซิดจ์โวยวายพลางยกมือขึ้นปัดแถวๆ หูตัวเอง


                นายจะโวยวายทำไม อยากให้พวกเราโดนจับได้หรือไง” ชินพูดเสียงขรึมแต่ไม่ทันไรเบ็นจามินก็ดันโหวกเหวกขึ้นมาด้วยอีกคน


                ข้างหน้ามีทางแยกด้วย เลือกเดินทางไหนดีละเนี่ย” เบ็นจามินเผลอพูดเสียงดัง


                ถ้าเป็นฉันจะไปทางขวา” ซิดจ์รีบตอบ


                ทำไมถึงต้องเป็นทางขวา” เบ็นจามินถามต่อ


                เอ้า! นายไม่เคยได้ยินเหรอว่าขวาร้ายซ้ายดี” ซิดจ์ทำท่าทางน่าหมั่นไส้จนเบ็นจามินอดเดินเข้าไปถีบมันไม่ได้


                ถ้าขวาร้ายแล้วจะไปทำไมทางขวา บ้าหรือเปล่า” เบ็นจามินท้วง


                อะไรมันก็อาจจะไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ ขวาก็อาจจะไม่ร้ายก็ได้ไงถึงต้องไปทางขวา” ซิดจ์ยังคงกวนประสาทต่อจนเบ็นจามินปลงตกด้วยการถอนหายใจออกมาเบาๆ และรีบเลี้ยวซ้ายทันที


                ทางเดินลูกรังเริ่มเปลี่ยนเป็นพื้นหญ้าเขียวซีดพัดโบกเป็นรอยคลื่นตามแรงลมลูคคิดว่าพวกเขาคงจะเดินมาถึงเขตสวนรอบนอกแล้ว สงสัยฝนกำลังจะตก” เขาชี้นิ้วขึ้นไปบนท้องฟ้าเรียกให้คนอื่น ๆ มองตาม แปลงปอนับร้อยตัวกำลังบินฉวัดเฉวียนไปมาที่เหนือหัว


                ถ้าตกตอนนี้เราต้องลำบากแน่ ๆ ให้ตายสิ” เบ็นจามินพูด


                ถ้าตกก็ดีนะครับ” ฌองกลับพูดตรงกันข้าม


                แต่เราจะเปียกแล้วก็เดินลำบากขึ้นนะ” เบ็นจามินรีบแย้ง


                จะไม่มีการเดินเวรยามในวันที่ฝนตกครับ ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการเดินตรวจตราน่ะครับ”ฌองบอก


                เหตุร้ายอย่างเช่นอะไรเหรอฌอง” ทุกคนถามขึ้นเป็นเสียงเดียวกัน


                อาจจะพวกสัตว์มีพิษ อย่าง งู ตะขาบ หรือแมงป่องที่ชอบออกมาตอนพื้นดินชื้นแฉะมั้ง เพราะพื้นที่ในนี้มันก็รกมากเป็นที่อาศัยของสัตว์มีพิษ”เบ็นจามินตอบแทนฌองที่ดูเหมือนยังคงคิดคำตอบอยู่ 


    ซิดจ์ทำหน้าเหยเกขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำตอบที่มีคำว่างู’ อยู่ในนั้นด้วยลูคแอบเห็นเส้นขนบนแขนของซิดจ์กำลังตั้งชันด้วยความหวาดกลัวไม่รู้ว่าเขาควรจะจะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี


                ในไม่ช้าฝนก็เริ่มโปรยเม็ดลงมาราวกับกระสุนปืนเด็ก ๆ รีบวิ่งไปหลบฝนอยู่ใต้ต้นวิลโลว์ต้นยักษ์ข้าง ๆ ทางแยกหวังว่ากิ่งก้านที่ห้อยระโยงระยางของมันช่วยป้องกันเนื้อตัวจากสายฝนกระหน่ำได้


                ต่อจากนี้ไปเราคงต้องอาศัยการจำทางเอาเองแล้วล่ะครับ” ฌองพูดพลางแบฝ่ามือสองข้างซึ่งความว่างเปล่า หลังจากผูกเชือกสีแดงเส้นสุดท้ายไว้ที่ก้านโยงระยางหนาแน่นของต้นวิลโลว์


                ฉันว่าถ้าเราทำสัญลักษณ์เอาไว้ตามทางเราอาจจะคลำทางกลับได้ถูกอะไรก็ได้ที่เห็นได้ชัด” ชินเสนอความคิดก่อนจะเดินไปโกยก้อนหินจำนวนหนึ่งจากใต้ต้นวิลโลว์มาวางกองรวมกันไว้ที่พื้นตรงหน้า


    ทันทีที่ฝนหยุดตกพวกเขาก็เริ่มออกเดินทางกันต่อลูคเดินแหวกดงไม้ลึกเข้าไปในสวนเขตนอกรู้สึกตัวอีกครั้งก็ถูกรายล้อมด้วยต้นไม้สูงราวกับอยู่ใจกลางป่าดิบเขารู้สึกเหมือนตัวเองพลัดเข้ามาอยู่ในอีกโลกใบหนึ่งที่ดูจะไม่ต่างไปจากป่าไม้เรืองแสงในฝันมากนักลูคคิดพลางก้มมองใต้เท้าที่เต็มไปด้วยเศษซากใบไม้สีเขียวเข้มเปื่อยยุ่ยทับถมกันจนมองแทบไม่เห็นพื้นดินท้องฟ้าก็ถูกต้นไม้บดบังจนมองแทบไม่เห็นทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นสีเขียวสดของหมู่ไม้


    แม้ว่าลูคจะเดินรั้งท้ายกลุ่มทว่าเขากลับได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินดังสวบสาบไล่หลังมาครั้งถึงสองครั้งแต่ในไม่ช้าเขาก็เลิกคิดถึงเรื่องฝีเท้าประหลาดทันทีที่กลิ่นหอมขจรของดอกไม้โชยมาแตะจมูก


    ทัศนียภาพของทุ่งดอกไม้กว้างยาวจรดทิวไม้สูงไกลออกไปลิบตาลูครู้สึกตกตะลึงเพราะแม้ว่าพวกเขาจะยังอยู่ในป่าดิบที่ค่อนข้างอับแสงอาทิตย์แต่ดอกไม้พวกนี้กลับขึ้นชูช่อได้อย่างน่าอัศจรรย์เหล่าผีเสื้อหลากสีสันและแมลงปีกแข็งบินเข้ามาไต่ตอมเกสรดอกไม้กันให้ว่อนเขาเห็นฌองซึ่งเดินนำอยู่หน้ากลุ่มกำลังพยายามยกมือขึ้นปัดผีเสื้อสีขาวปีกใหญ่ที่กำลังบินหมายจะเกาะบนกลางศีรษะของตัวเอง


                ฉันว่าเราแยกกันเดินหาดีกว่า เดย์ดรีมอาจจะอยู่ที่ไหนสักแห่งในสวนดอกไม้นี้”เบ็นจามินเสนอความคิดก่อนจะมุ่งหน้าไปยังกลุ่มดอกไม้ที่ใกล้ที่สุดเป็นคนแรกแล้วเริ่มก้มๆ เงย ๆ ประหนึ่งว่าตนเองเป็นตัวตุ่นผุดโผล่จากรู


                อย่าลืมล่ะ เดย์ดรีมมีผิวสัมผัสเรียบลื่นมีสีขาวหมองในเวลากลางวันแต่จะส่องแสงในเวลากลางคืน” ชินเอ่ยทวนความจำเพื่อนๆ ก่อนจะแยกออกไปด้วยอีกคน


                ซิดจ์ นายดูตรงนั้นอีกรอบแล้วหรือยัง” เบ็นจามินตะโกนจี้เจ้าตัวแสบที่ทำท่าว่าจะอู้


                ฉันดูมาสามรอบแล้ว... แว้กกก!ฉันว่าฉันเจองะงะงูเลื้อยผ่านขาฉันไปเมื่อกี้!”


                เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงแต่ยังไม่มีทีท่าว่าพวกเขาจะหาศิลาเดย์ดรีมเจอกระทั่งบรรยากาศทุ่งดอกไม้ใต้ร่มเงาทิวไม้เริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวชอุ่มเป็นสีแดงอมส้มดวงอาทิตย์กำลังจะลับของฟ้าอีกในไม่ช้า ฝนเริ่มกลับมาลงเม็ดอีกครั้งอากาศในป่ายามพลบค่ำช่างชื้นแฉะและอึมครึมสร้างความรู้สึกชวนขนหัวลุก


                ฉันว่าเราควรกลับกันได้แล้วนะ” ลูคตะโกนบอกคนอื่นด้วยสีหน้าหมดหวังพอๆ กัน


    ฉันจำได้ว่าทำสัญลักษณ์เอาไว้ที่ข้างต้นไม้สักต้นตอนที่เรามาถึงที่นี่ --”เบ็นจามินพูดพลาง พยายามมองหากองก้อนหินก่อนจะร้องขึ้นด้วยความตื่นตระหนกเพราะหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ “-- โอ้ไม่นะ! สาบานได้ว่าฉันกองเอาไว้ตรงนี้ มันหายไปไหนแล้ว!”


                หาดูดีแล้วเหรอ” คลีโอถามเพื่อความแน่ใจ


                เราจะกลับออกไปยังไงล่ะทีนี้” ซิดจ์เริ่มสติแตกตามเบ็นจามินไปอีกคน


                พวกนายเงียบก่อน --” ถึงแม้ว่าชินพูดด้วยเสียงกระซิบแต่ทุกคนกลับเงียบเสียงลงตามเขากันหมด “-- ได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ ไหม



    [1] ป่าสาบสูญคือเขตป่าหวงห้ามที่ลูคมักจะเคยได้ยินมาเสมอ ๆ ตั้งแต่เด็ก มันเป็นป่าต้องอาถรรพ์ไม่เคยมีใครย่างกรายเข้าไปแล้วได้กลับออกมาอีกเลยแม้แต่คนเดียว

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in