บทความอันหาสาระไม่ได้robinismind
รีวิวหนัง I AM JONAS นายยังอยู่ในใจฉันเสมอ

  • นายยังอยู่ในใจฉันเสมอ


                       

           เรื่องย่อ : เล่าชีวิตของ โจนาส เขาเป็นคนเลือดร้อน พูดจาห้วนๆและชอบมีเรื่องทะเลาะวิวาทอยู่เป็นประจำ เกเรเสียจนแฟนต้องไล่ตะเพิดออกนอกบ้าน ในความเหลวแหลกของชีวิตโจนาสนั้นล้วนแต่มีสาเหตุและจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดนั้นเกิดมาจาก นาตอง นั้นเอง





           ความรู้สึกตอนดูจบ Hurt ชิบหาย (ขออภัยในความไม่สุภาพแต่มันรู้สึกยังงั้นจริงๆอ่ะ)  เหมือนโดนน้ำเย็นจัดๆรดลงหัวเรื่อยจนหนาวไปหมด หนังค่อยๆพาเราไปดูชีวิตของโจนาสตอนโต สลับกับตอนยังเป็นหนุ่มน้อยผู้อ่อนโยน โจนาสดูไร้เดียงสาต่อโลกมาก ตลอดทั้งเรื่องดูแล้วก็จะได้แต่สงสัยว่าโจนาสโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่กร้านโลกแบบนี้ได้ไง ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าโลกใบนี้โหดร้ายชะมัด





           กลิ่นอายหนังจะผสมระหว่างความขมขื่นและความหอมหวานแบบวัยเยาว์ ถึงแม้หน้าหนังจะชวนดูอีโรติกขนาดนั้นแต่ความเป็นจริงแล้วมีน้อยกว่าที่คิดไว้พอสมควร เต็มที่ก็มีเพียงจูบเท่านั้น แต่ถึงจะมีเท่านั้นก็นับว่าสวยงามและพอเหมาะพอเจาะกับตัวหนังแล้ว เพราะจุดขายอยู่ที่สภาวะของโจนาสไม่ใช่ความสัมพันธ์ของตัวละคร หากใครกำลังตามหาหนังที่พาเราไปใคร่ครวญกับความรู้สึก (เศร้าแบบส้วมซึมอ่ะนะ) ก็จะเหมาะกับเรื่องนี้เลย แต่ใครชอบแบบหวานๆแฮปปี้เอ็นดิ้งละก็มาดูเลย เหมาะมากกกกก (ฮึๆหัวเราะชั่วร้าย)




    ต่อไปนี้จะวิเคราะห์ละนะ มีหลุดสปอย์เต็มๆ 

    ใครยังไม่ได้ดู ข้ามไปก่อนแล้วค่อยมาอ่านจะอินยิ่งขึ้น แต่ถ้าใครอยากอ่านก็ตามสบายเลยที่รัก



    ขอพูดในสิ่งที่ชัดเจนที่สุดในเรื่องก่อนเลยละกัน ซิมโบลิกของตัวเกมส์บอย

    ตลอดทั้งเรื่องเราจะเห็นว่าเกมส์บอยอยู่ติดตัวโจนาสตลอด และดูเขาจะห่วงมันมากๆ แม้แต่ตอนโดนไล่ออกจากบ้านสิ่งที่เขาหยิบลงกระเป๋านั้นมีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุดกับของใช้จำเป็นและสิ่งที่เขาไม่ลืมคือ หยิบเกมส์บอย ลงกระเป๋าไปด้วย 


           แท้จริงแล้วเกมส์บอยนี้ไม่ใช่ของโจนาสหรอก มันเป็นของบาตองมาโดยตลอด หรือจะให้พูดง่ายๆเกมส์บอยคือตัวแทนของบาตองนั้นเอง   เพราะทุกครั้งที่โจนาสได้ใช้เวลาไปกับนาตอง ล้วนแต่เป็นตอนที่นาตองกำลังเล่นเกมส์บอยอยู่ เช่น ฉากโรงยิม 





           โจนาสมองบาตองอย่างใจจดในจ่อ จนบาตองรำคาญและเลิกเล่น สำหรับฉากนี้อาจดูเป็นฉากธรรมดาแต่ถ้ามองลองคิดดู ตัวนาตอง ในสายตาโจนาสก็เหมือนตัวเกมส์นั้นละ มีความน่าตื่นเต้น มีชีวิตชีวาเป็นความน่าหลงใหล ยิ่งเล่นยิ่งเสพติด ซึ่งก็สอดคล้องกับอุปนิสัยของตัวนาตอง เป๊ะเลย 





    ในที่แรกตัวนาตองจะไม่ให้โจนาสเตะต้องเกมส์บอยของเขาเลย แต่พอนานไปความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มก่อตัว ตัวนาตองเองเริ่มสอนให้โจนาสเล่นเกมส์ เกมส์ที่พวกเขาเล่นนั้นคือเกมส์พลัสเซิ้ล เป็นเกมส์จิ๊กซอลที่ต้องคอยเติมให้ชิ้นส่วนต่างๆนั้นลงล็อกของมัน ซึ่งเปรียบได้ดั่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ประติดประต่อกันจากส่วนเล็กๆกลายเป็นความทรงจำที่สวยงามดั่งรูปทรงของตัวจิ๊กซอลที่สมบูรณ์แบบ





           การที่ตัวนาตองสอนโจนาสเล่นเกมส์นั้นมันคือการที่เขาเปิดใจให้โจนาสเข้าสู่โลกของเขา และฉากที่ทำให้ตัวเกมส์บอยนั้นทรงพลังนั้นคือ ฉากในโรงหนัง ที่จู่ๆตัวนาตองก็หยิบเกมส์บอยให้กับโจนาส แล้วบอกว่าเขายกให้ ตัวโจนาสเองปฎิเสธไปเพราะเกมส์บอยสมัยนั้นแพงเอาเรื่อง แต่นาตองก็ยังยืนยันว่าจะให้โจนาส เปรียบได้ดั่งว่า เขานั้นได้มอบความรู้สึกที่ล้ำค่า นั้นคือ ความรัก ของตัวเองให้โจนาสแล้วนะ เป็นการบอกรักที่ไม่ต้องมีคำว่ารักเลย  





           และหลังจากที่นาตองตายไป ตัวโจนาสก็ยังคงเล่นเกมส์บอยนั้นอยู่ (อยู่ในฉากแรกของเรื่องเลย) ระหว่างที่เล่นอยู่ในรถ ตัวเกมส์ก็เกิดมีปัญหาและก็เครื่องปิดเองไปเสียดื้อๆ โจนาสโมโหและพูดออกไปว่า อย่าตายสิว่ะ ด้วยเสียงที่โกรธจัด แต่ในน้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งการพูดออกไปอย่างนั้นของโจนาส ความหมายมันไม่ได้หมายถึงตัวเกมส์บอยที่เสียเลย แต่มันหมายถึงตัวนาตอง การตายของนาตองทำให้โจนาสเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ที่โจนาสโมโหก็เพราะโลกใบนี้ได้พรากความรักของเขาไปอย่างไม่ห้วนคืนและเขาก็โกรธตัวเองที่ไม่มีความกล้าพอที่จะช่วยนาตองจากเหตุการ์นั้น  มันสอดคล้องกับวัยผู้ใหญ่ของโจนาสที่กลายเป็นคนกร้านโลกนับแต่นั้น





           และส่วนฉากสุดท้ายของตัวเกมส์บอยที่สำคัญนั้นคือ ฉากที่ตัวโจนาสในวัยโตได้ ทิ้งเกมส์บอยเอาไว้ในห้องนอนของนาตอง  มันคือการปล่อยวางเรื่องนาตองและปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากอดีตเสียที เพราะในฉากนั้นตัวโจนาสได้ไปพูดคุยกับแม่และน้องของนาตองถึงคืนวันนั้น โจนาสเล่าว่าเขาแย่แค่ไหนที่ทำกับนาตองแบบนั้น ความจริงที่เขาไม่เคยพูดในวัยเด็กแต่ตอนนี้เขามีความกล้าพอที่จะสารภาพออกมาตรงๆ และเขายอมรับผลที่จะตามมา แต่กลับเป็นว่าเขาได้รับการให้อภัยจากครอบครัวของนาตองแถมยังไม่มีใครโกรธที่การกระทำของเขาด้วยซ้ำ มันเหมือนการได้ปลดพันธนาการการตัวเองที่มีมาตลอดออกไป 





    และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกนิดหน่อย นั้นคือ บุหรี่  (ความหอมหวานที่หลอกหลอน)  โจนาสเริ่มดูดบุหรี่ก็เพราะนาตอง ในฉากนี้ 




    ตัวนาตองยืนบุหรี่ให้โจนาส ในทีแรกโจนาสปฎิเสธและนาตองก็ยังเซาะซี้ไม่เลิกเขาจึงดูดไปที่หนึ่ง และนาตองก็เขามาจูบเขา รสบุหรี่กลายเป็นรสจูบที่หอมหวาน ในทันที  



    แต่หลังจากนาตองตายไป โจนาสในวัยโตก็ยังคงดูดบุหรี่อยู่ แต่มันกลายเป็นความรู้สึกที่หลอกหลอนเขาแทน แต่เขาก็ยังเสพติดและดูดมันต่อไป







    แผลเป็นบนหน้านาตอง มันคือนิยามของตัวนาตองได้ดีที่สุด



    นาตองเคยอธิบายเหตุผลของรอยแผลนี้ให้โจนาสฟัง เขาแต่งเรื่องและพยายามทำให้ตัวเองดูพิเศษที่สุดในสายตาของโจนาส และโจนาสก็เชื่อตามนั้นจริงๆ จนถึงฉากที่แม่ของนาตองเล่าเหตุการณ์รอยแผลเป็นนี้ออกมา โจนาส จึงได้รู้ว่านาตองโกหกเขา แผลเป็นนั้น มันก็แค่เรื่องอุปนิสัยของตัวโจนาสที่ประหมาดและคึกคะนองก็เท่านั้น มันดูปกติสามัญและแถมยังน่าอายด้วยซ้ำไป แต่ถึงยังงั้นโจนาสก็ไม่ได้โกรธนาตองเลย เพราะสำหรับโจนาสแล้วนาตองพิเศษเสมอ แม้จะไม่ต้องมีแผลเป็นเท่ๆนั้นเลยก็ตาม และความประหมาดและคึกตะนองนั้นเองเป็นที่มาของความตายของนาตอง 





           เขาได้ขึ้นรถคนแปลกหน้า ทั้งทีโจนาสพยายามห้ามไม่ให้นาตองทำเช่นนั้น แต่ก็เป็นเพราะตัวนาตองเองที่คึกคะนองและอยากทำให้โจนาสประทับใจจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมและสร้างรอยแผลเป็นในใจโจนาสไปตลอดกาล





           เป็นอันจบการวิเคราะห์ จริงๆมีเยอะกว่านี้นะ ทั้งเรื่อง งานของโจนาสที่ทำไมถึงต้องเลือกเป็นบุรุษพยาบาล และ เมจิกเวิลตอนสุดท้ายขอเรื่อง ถ้าเขียนหมดมันจะยาวเกิน (ขี้เกียจก็บอกมาเถอะ) ดังนั้นในส่วนที่เหลือก็ถือซะว่าเป็นการบ้านให้ผู้อ่านได้คบคิดและวิเคราะห์กันต่อให้เป็นเสน่ห์ของหนังละกันนะจ้า   


    ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้ขอขอบคุณจากใจที่ทนอ่านการพร่ำเพ้อจนจบและหวังว่าโอกาสหน้าเราจะได้มาเจอกันอีก




    รักผู้อ่านนะ ม๊วฟๆ 









     

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in