บทความอันหาสาระไม่ได้robinismind
รีวิวหนัง Secrets & Lie 1996 ประสาทเกือบกินไปกับหนังอังกฤษ


  • ไม่ถูกจริตก็อยากวิจารณ์ ฝืนใจแค่ไหนก็ทนดูจนจบละว่ะ



           


           เรื่องย่อ : เล่าเกี่ยวกับชีวิตของตัวละคร อันได้แก่ ซินเธีย เธอเป็นหญิงวัยกลางคนที่มีปัญหาทางจิตใจ อ่อนไหวและเปราะบาง และ ฮาร์เต็น หญิงผิวสีเธอเป็นหมอวัดสายตา หลังจากการเสียชีวิตของพ่อแม่บุญธรรม เธอตั้งใจจะตามหาแม่ที่แท้จริงของเธอให้ได้ และสุดท้าย มอริต เขาเป็นน้องชาย ซินเธีย เขาเป็นช่างภาพและมีชีวิตที่เรียบง่ายกับภรรยาคนสวย ทั้ง สาม ตัวละครนี้ ต่างมีความลับที่เก็บซ่อนไว้และรอวันระเบิดออกมา



           บอกตามตรงว่า ไม่ได้ชอบหนังเรื่องนี้เลยสักกะนิด แต่ๆ ถ้าอยากจะเป็นนักวิจารณ์ละก็ เราคงเลือกแต่ที่เราชอบตลอดไปไม่ได้หรอก เพราะมีคนเคยพูดกับตัวผู้เขียนว่า การวิจารณ์ภาพยนตร์นั้น 


    “ไม่ใช่แค่บอกว่ามันดีหรือไม่ดี แต่มันคือการหาคุณค่าของหนังเรื่องนั้น

    แม้ว่ามันจะห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม”


                                                                 ซึ่งผู้เขียนชอบคำพูดนี้มาก 





    ใครที่ยังไม่ได้เรื่องนี้ เตือนก่อนเลยนะจ้า เนื้อหาที่เราจะวิเคราะห์ต่อไปนี้มีการสปอย์แน่นอน แต่ถ้าอยากอ่านละก็ได้เลย 




           สิ่งที่อยากพูดถึง นั้นคือ ความประสาทแดก  ตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้ ทุกตัวจริงๆนะ ตั้งแต่ตัวหลักยันตัวประกอบ ประสาทมากๆๆ จนตอนดู ผู้เขียนนี้แบบทนไม่ไว้อ่ะ ต้องหยุดแปปนึงแล้วเดินไปหยิบขนมมากิน สูดหายใจยาวๆและกดดูต่อ  ยิ่งดูยิ่งอึดอัด ขัดใจ น่ารำคาญ ลำไยไปไหน จนหลุดด่าไปหลายรอบอยู่ ไม่ใช่ว่าหนังมันไม่ดีนะ มันดีเลยละ คะแนนใน imdb นี้ระดับหรูหราหมาเห่า 




    แต่ความประสาทแดกที่จะพูดถึง จะขอยกมาแค่ตัวละครเดียว นั้นคือตัวละคร ซินเธีย นั้นเอง




           เป็นตัวละครที่แม่ย้อยที่สุดในเรื่องละ ตัวละครดูมีความซับซ้อนดี ถ้าดูแบบผิวเผินจะดูเป็น มนุษย์ป้า ที่น่ารำคาญ เปราะบางและอ่อนแอ คำพูดท่าทางและน้ำเสียง จะดูเป็นหมาหง่อยตลอดเวลา ถ้าเป็นตัวละครวัยรุ่นแบบนี้คือ Looser ชัดๆ  

           

            ยิ่งเวลาตัวซินเธียพูดกับลูกสาว(ร็อกแซน)นี้คือแบบ ศิลปะขั้นสูงในการทำตัวน่ารำคาญได้แบบมีชั้นเชิง อันนี้ไม่ได้แดกดันนะ แต่ชมจริงๆ มีชั้นเชิงมากในการทำให้คนดูประสาทตาม เช่นในฉากนี้ ตัวซินเธีย คุยกับลูกสาวที่หลังบ้านเรื่องแฟนของลูก ลูกสาวก็ตอบแบบขอไปทีเพราะกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ และจู่ๆ ซินเธียก็เปิดประเด็นด้วยการถามลูกสาวว่ากินยาคุมหรือป่าว ใส่ถุงยางไม ใส่ห่วงคุมกำเนิดรึป่าว ลูกสาวก็หงุดหงิดเพราะเธอก็โตจนรู้อะไรเป็นอะไรแล้ว  ส่วนแม่ก็ไม่ยอมหยุด ยังคงพูดต่อไปสร้างความอึดอัดให้ลูกเรื่อยๆ ด้วยการถามจุกจิกเรื่องเซ็ก จนสุดท้ายลูกทนไม่ไว้เดินหนีซินเทียไปที่สุด




           ถ้าผู้เขียนเป็นร็อกแซนก็คงเดินหนีเหมือนกัน เพราะคำพูดและน้ำเสียงของซินเธียนั้นมันดูลุกลี้ลุกลน จนเหมือนไม่ได้กำลังจะสอนลูก แต่กำลังสารธยายความผิดพลาดของตัวเองในวัยสาวมากกว่า


           และอีกฉาก นั้นคือ ตอนที่ มอริต มาหาซินเทียที่บ้าน ด้วยความที่ไม่ได้เจอกันมานาน ก็เลยคุยกันนานตามประสาพี่น้องบรรยากาศกำลังดีเลย จู่ๆ ซินเธีย ก็พูดว่า ห้องนอนพ่อน้ำรั่วมาจากผนัง มอริต ก็ไปดูให้ พอเปิดห้อง ปุ้บ อื้อหืออออออออ สภาพห้องโครตแย่ ของเก่าล้านปีที่พังจนเยินก็ยังไม่ยอมเอาไปทิ้ง 




           และป้ามหาภัยก็เริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น ตอนดู คนเขียนนี้ก็เอ๋อกินตามตัวละครมอริตเหมือนกัน และป้าแกก็เล่นใหญ่มาซบมากอดและถาม ยังรักพี่คนนี้ไม ทำไมตั้งนานไม่มาหาพี่เลย และก็คร่ำครวญความหลัง แบบชวนอึดอัดสุดๆ จนมอริตก็ต้องรีบหนีไปเหมือนร็อกแซนเช่นกัน





           แต่ถึงจะประสาทกินขนาดไหนก็ตาม แต่ซีนนี้นับว่าสื่อสภาพจิตใจของตัวซินเธียได้ดีมากๆทีเดียว การที่จู่ๆป้ามหาภัย ก็พูดเรื่องห้องของพ่อนั้น มันคือการอยากให้มอริตรู้ว่าที่ผ่านมา สภาพจิตใจแก่นั้นไม่โอเคมากๆ และคงไม่มีอะไรสื่อไปได้ดีกว่าการไม่ยอมทิ้งของเก่าๆในห้องราวกับอดีตอันขมขื่นของซินเธีย ที่ป้าแกยังคงจมปลักและไม่ยอมสลัดอดีตทิ้ง 


           แม้มอริตจะถามว่าทำไมถึงไม่ยอมทิ้งของพวกนี้ไปซะ ซินเธียก็ไม่บอกเหตุผล แต่กลับยืนต้นคริสมาสเก่าๆพร้อมกับบอกว่า เพื่อมันจะยังพอมีประโยชน์สำหรับมอริตอยู่บ้าง ซึ่งต้นคริสมาสก็สื่อถึงตัวเธอเอง ที่พยายามจะบอกมอริตว่า ตัวเธอนั้นยังคงมีคุณค่าพอสำหรับมอริตอยู่ไหม 


           และอีกซีนที่นับว่าประสาทกินระดับกัดเล็บ คือฉาก ซินเธียคุยกับฮาร์เต็นในร้านชา (ฮาร์เต็นคือลูกสาวที่ซินเธียทิ้งไว้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า) 





            ตัวซินเธียดูโอเคมากๆกับการเจอแม่ แต่กลับเป็นซินเธียเองที่ทำให้ทุกอย่างดูแย่ไปหมด ป้าแกไม่ยิ้มแย้มและก็ดูเหมือนจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฮาร์เต็นคือลูกตัวเอง ซินเธียในตอนแรก ปฎิเสธด้วยซ้ำไปเพราะเธอบอกเธอไม่เคยหลับนอนกับคนผิวสี แต่พอพูดคุยกันไปมา ซินเธียก็เริ่มร้องไห้และพูดออกมาในที่สุดว่าเธอเนี่ยละคือแม่ของฮาร์เต็น ป้าแกดูเลอะเลือน พูดจาวกวนไปมา เหมือนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว



            และท้ายสุดของมหากาฬ ประสาทแดก คือซีนท้ายเรื่อง วันเกิดของร็อกแซน (ลูกของซินเธีย) ที่ทุกอย่างกำลังสนุกสนานและเป็นไปได้ด้วยดี 





           จนกระทั่ง ซินเธียเริ่มสติใกล้แตกเต็มที เธอชวนฮาร์เต็นมางานวันเกิดร็อกแซน แต่เธอดันบอกทุกคนว่าฮาร์เต็นคือเพื่อนของเธอ มันคงทำให้เธอรู้สึกผิดและเธอเลือกที่จะทำร้ายงานวันเกิดลูกตัวเองด้วยการ  พูดขึ้นมาซะงั้นว่าฮาร์เต็นคือลูกของเธอ บรรยากาศที่ดีในตอนแรกกลายเป็นนรกทันที ร็อกแซนโกรธจัดที่แม่ทำร้ายวันเกิดที่ดีของเธอจนไม่เหลือและฮาร์เต็นกลายเป็นตัวประหลาดในทันที แต่ความประสาทก็ไม่จบ ซินเธียเริ่มต่อว่าทั้งน้องชาย สะใภ้ ด้วยเรื่องส่วนตัวของพวกเขา คือการที่พวกเขาไม่มีลูกซะที และนั้นคือการจุดชนวนให้ทุกตัวละครแสดงความประสาทในแบบของตัวเอง





           ถึงผู้เขียนจะเลือกใช้ความประสาทแดกของตัวละครซินเธียมาเสนอแต่ก็ไม่ได้มีความเกลียดชังหนังเรื่องนี้แต่อย่างไร แถมยังอยากเชิญชวนผู้อ่านทุกท่านให้ลองชมหนังเรื่องนี้ดูสักครั้ง ไม่แน่คุณอาจจะชอบมันไม่ก็ประสาทกินแบบผู้เขียนก็เป็นได้



    ขอบคุณที่อ่านจนจบ รักนะม๊วฟๆ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in