เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
BestBlogger_Thailand ผมรักที่จะศึกษาธุรกิจทั่วโลกKittisak Trisuthan
ความหอมหวนของธุรกิจร้านอาหาร
  • ความหอมหวนของธุรกิจร้านอาหาร


    อาหารเป็น 1 ใน 4 ปัจจัยของการดำรงชีวิต และเป็นหนึ่งในธุรกิจความหวังของประเทศไทย


    ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมอาหารที่แข็งแกร่งมาก เพราะเป็นเมืองอู่ข้าว อู่น้ำ ดั่งเช่นคำจารึกในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ที่กล่าวว่า "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว"


    หนึ่งใน Value Chian ปลายน้ำของอุตสาหกรรมอาหารก็คือ ธุรกิจร้านอาหาร


    มูลค่าธุรกิจอาหารไทยในปี 2558 โดยศูนย์วิจัยกสิกร

    ร้านอาหารทั่วไป 267,000 - 275,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 70%

    เชนร้านอาหาร 108,000 - 110,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 30%


    จะเห็นได้ชัดว่า...ธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพมาก มีลูกค้าอยู่เต็มไปหมด ทุกคนต้องหิว พอหิวแล้วต้องกิน


    ธุรกิจร้านอาหารจะต้องมี Point Of Parity(จุดเหมือน) ในลักษณะ...ดังนี้

    1.อร่อย
    2.สะอาด ปลอดภัย
    3.ทำเลเหมาะสม
    4.ราคาเหมาะสม
    5.บริการดี

    ถ้าร้านไหนไม่มี ก็เตรียมปิดได้เลย อย่างน้อยต้องมี 5 ข้อที่กล่าวมา ก็จะสามารถทำร้านอาหารได้ (*ถ้ามีที่จอดรถ ยิ่งดีเข้าไปใหญ่)


    ส่วนใหญ่ที่ผู้ประกอบการเลือกทำธุรกิจร้านอาหารก็มีหลากหลายเหตุผลด้วยกัน แต่เท่าที่สังเกตุและสอบถามผู้ประกอบการร้านอาหาร เห็นจะมีอยู่ 2 เหตุผลหลัก คือ

    1.รักที่จะทำอาหาร : ผู้ประกอบการกลุ่มนี้เป็นคนที่มีใจรักในการทำอาหารจริงๆ อยากที่จะเป็นเชฟ มีความต้องการให้ผู้บริโภคได้ทานของที่ดีจากฝีมือของตนเอง เป็นต้น

    2.ง่าย : ผู้ประกอบการกลุ่มนี้เป็นคนที่เห็นโอกาสจากความง่ายของธรรมชาติธุรกิจร้านอาหาร เช่น มีลูกค้าอยู่เต็มไปหมด ใครๆก็ต้องกิน เป็นต้น


    ผู้ประกอบการร้านอาหารบางราย มีทั้ง 2 เหตุผล


    ถ้าเรามาเจาะลึกธุรกิจร้านอาหารกันจริงๆ ก็จะพบว่า ธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันอย่างสมบูรณ์และรุนแรง ถ้าเจ้าไหนอร่อย ดัง หรืออยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวก็อยู่ได้ 


    หลายคนบอกทำธุรกิจธุรกิจร้านอาหารง่าย ผมก็ยอมรับว่าง่าย เนื่องจาก...สร้างง่าย บางร้านอาหารมีเพียง 1 เมนูก็ทำได้ รวยได้ เมื่อเข้าสู่จังหวะเติบโต ก็เติบโตง่าย ตามลำดับ 


    แต่สำหรับอีกมุมมองหนึ่งของผม ธุรกิจร้านอาหารก็ตายง่ายเช่นกัน 

    ประเด็นมีดังนี้

    ถ้าเจ้าของกิจการไม่มีความรู้พอในการรับมือการเติบโตของธุรกิจตนเอง เมื่อเข้าสู่วงจรเติบโต ไม่พัฒนาสินค้า ขายแบบเดิมตลอด ไม่ขยายเมื่อมีโอกาส ขาดวิสัยทัศน์ จมปลักกับความสำเร็จเดิม และกลัวความเสี่ยง 

    บางรายเลวร้ายถึงขั้น เมื่อต้นทุนสูงขึ้น ก็ลดคุณภาพสินค้า เช่น จากเคยขายข้าวมันไก่ให้ไก่ 6 ชิ้น แต่ลดเหลือ 4 ชิ้น ขายราคาเท่าเดิมหรือแพงกว่า 

    เมื่อ Low Season มาถึง เกิดขายไม่ดี ก็ไปโทษรัฐบาล โทษเศรษฐกิจ โทษฟ้าโทษฝน คล้ายกับว่า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง

    ผมบอกเลยว่าเจ๋ง 100%


    ในปี 2016 สำนักข่าว CNN โดย Griffin Shea เผยแพร่เมืองที่มี Street Food ที่ดีที่สุดในโลก จากจำนวน 23 เมือง เขายกให้กรุงเทพเป็นเมืองที่หนึ่ง นี้คือ...โอกาส ที่ทุกธุรกิจร้านอาหารควรยกระดับตนเอง ปรับกลยุทธ์ให้พร้อมกับการที่นักท่องเที่ยวจากต่างแดนจะเข้ามา ไม่ว่าคุณจะขาย ลูกชิ้น ผัดไท ข้าวมันไก่ หรือก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ


    ท่านต้องพัฒนา...!

    ท่านต้องพัฒนาอย่างจริงจัง อย่างน้อยก็ Point Of Parity ข้างต้น 


    โดยเฉพาะความอร่อยที่มาพร้อมกับความสะอาด

    ถ้าท่านไม่พัฒนาตนเองเพื่อคว้าโอกาสที่กำลังเข้ามามหาศาล วันนึงธุรกิจร้านอาหารของท่านก็จะต้องตายแน่นอน

    เพราะจะมีคนที่ทำได้ดีกว่าท่าน ถ้าท่านไม่ทำ ก็ไม่รู้จะต้องพูดว่าอะไรแล้วครับ

    ดั่งคำที่ อาจารย์ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ท่านได้กล่าวไว้ว่า..."ธุรกิจร้านอาหาร เกิดง่าย โตง่าย แต่ก็ตายง่ายเช่นกัน"



    เครดิตรูป : Google

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in