บันทึกการฝึกงาน (Internship Diary)muksaiii
สัปดาห์ที่ 6: แก้งานวนไป!
  • 13 ก.ค. 2563 - 17 ก.ค. 2563

              สวัสดีค่ะทุก ๆ คน วันนี้เรามาเข้าเรื่องกันอย่างรวดเร็วเลยนะคะ เนื้อหาของวันนี้ก็เป็นไปตามชื่อบทความเลยค่ะ เพราะฉันถูกสั่งให้แก้งานค่าาาา คุณผู้ชมมมมมม

              มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วค่ะของคนที่ทำงานสายนี้ ทั้งงานคิดคอนเทนต์ หรือแม้แต่งานวาดภาพต่าง ๆ เพราะสิ่งที่เราต้องทำคือทำตามโจทย์ของงาน หรือทำงานตามแบบที่ลูกค้าบรีฟมา แต่สายงานของฉันคือต้องทำให้ถูกต้องตามมุมมองของ หัวหน้า 

              เนื่องจากฉันทำตำแหน่ง Creative Content (ขออนุญาตแต่งตั้งตำแหน่งตัวเองเลยแล้วกัน ดูจากเนื้องานต่าง ๆ ที่ผ่านมา) ฉันจึงมีหน้าที่คิดคอนเทนต์ต่าง ๆ ลงนิตยสารทั้งขายหัวเราะ และมหาสนุก แต่สัปดาห์นี้มีแค่ของขายหัวเราะค่ะ แต่ต้องทำพร้อมกันถึงสองเล่มเลย เพราะออกวางขายพร้อม ๆ กัน โดยทางหัวหน้านะคะก็จะบรีฟงานคร่าว ๆ มาประมาณ... แล้วเราก็เป็นคนไปหาข้อมูลมา แล้วก็ลองคิดออกมาว่าจะนำเสนอประมาณไหน ฉันก็คิดเผื่อไปหลาย ๆ คอนเทนต์เลยค่ะ ให้หัวหน้าลองไปเลือกก่อน ถ้าหัวหน้าสนใจอันไหนก็ค่อยมาปรับแก้กันต่อ แล้วก็มีงานชิ้นหนึ่งของฉันที่หัวหน้าอยากได้ไปลงเล่ม แต่อยากให้แก้ไขให้งานมันดูสนุกมากกว่านี้ ดูไม่เป็นทางการมากเกินไป เพราะเราคือขายหัวเราะ เราขายความสนุกและความตลก ต่อให้เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่จริงจังมาก ก็ต้องทำออกมาให้ดูสนุก รอบแรกที่ฉันแก้ไปก็ยังดูไม่สนุก พอมาแก้รอบที่สองก็คิดว่าน่าจะได้มากกว่านี้ แก้รอบสามรอบสี่เหมือนจะหลุดทีม และกลายเป็นสร้างความยากให้ฝ่ายศิลป์ รอบห้าหัวหน้าบอกโจทย์มาใหม่ดูชัดเจนขึ้น แล้วฉันก็เพิ่งทำเสร็จแล้วก็ส่งให้ดูไปเมื่อกี๊ สรุปว่างานนี้แก้ไปประมาณห้ารอบ เอ๊ะ! หรือมากกว่านั้น ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ฉันก็จำไม่ค่อยได้ อีกงานหนึ่งก็ไม่ต่างกันค่ะ แก้เยอะพอ ๆ กันเลย แต่งานนี้หัวหน้าอธิบายภาพที่จะนำเสนอมาชัดเจน แค่หาข้อมูลมาแปะ ๆ แต่ความยากอยู่ตรงที่ต้องได้ข้อมูลที่ว้าว ๆ ดูน่าสนใจ แบบว่าต้องเป็นที่น่าจดจำ

              ในใจลึก ๆ ก็แอบดีใจนะคะที่หัวหน้าไว้วางใจให้เราทำงานนี้ แล้วก็ยังให้โอกาสเราได้ลองแก้อยู่เรื่อย ๆ พอทำงานนี้แล้วก็คิดถึงอาจารย์ในเอกเลยค่ะ อาจารย์ชอบบอกว่า "ครูคิดว่ามันได้มากกว่านี้" เหมือนกับรู้ว่าเรามีอะไรมากกว่าที่เราคิด เรายังสามารถทำออกมาดีกว่านี้ได้อีก ข้อดีของการถูกสั่งให้แก้งานบ่อย ๆ คือ หัวหน้าน่าจะคิดว่าเราสามารถทำงานได้ดีกว่านี้ เขาอาจรู้ว่าเรามีศักยภาพที่สามารถแก้งานให้มันออกมาดีกว่าเดิมได้ และมันช่วยให้เราได้เห็นข้อผิดพลาดของตัวเอง และได้เห็นมุมมองอะไรใหม่ ๆ ได้กว้างขึ้นขณะที่เราหาข้อมูลใหม่ ๆ มาแก้ไขงาน เพราะคนเป็นหัวหน้าต้องมองเห็นอะไรที่กว้างกว่าเราอยู่แล้ว เขาต้องมองให้เห็นข้อผิดพลาดทุกจุดของงาน และมองภาพรวมของงานได้อย่างชัดเจนกว่าเรา แบบว่า งานประเภทนี้ควรจะนำเสนอแบบนี้นะ บลาๆๆ ก็อะไรประมาณนี้แหละค่ะ แต่ข้อเสียก็คือใจเราจะรู้สึกบั่นทอน ประมาณว่า ทำงานออกมาไม่ดีเลย เหนื่อยแล้วนะ แก้เท่าไรก็ไม่ผ่านสักที คิดไม่ออกแล้ว ไม่อยากทำแล้ว หาข้อมูลไม่ได้เลย ทำยังไงดี บลาๆๆ ฉันคิดว่าไม่ใช่แค่ฉันหรอกค่ะที่เป็น ใครที่เจอแบบนี้ก็มีความรู้สึกนี้กันทั้งนั้น แต่มันคือบททดสอบความแข็งแกร่งของเราค่ะ เราไม่มีทางเลือก นอกจากจะสู้แล้วทำจนถึงที่สุดค่ะ ฉันเชื่อว่า ถ้าเราพยายามอย่างดีจนสุดความสามารถแล้ว ผลจะออกมาเป็นอย่างไรไม่สำคัญหรอกค่ะ ขอแค่ผ่านไปให้ได้ก็็พอ แต่สำหรับงานนี้ ต้องสนค่ะ เพราะหัวหน้าคือผู้ตัดสินชะตากรรมของดิฉัน ฮาาาาาาาาา

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in