Once upon a timeb l u e m o o n
แ ด่ เ จ้ า ห ม า น้ อ ย ผู้ ล า ลั บ



  •          เมื่อครั้นยังเด็ก (จำความไม่ได้อายุเท่าไหร่ น่าจะประมาณเรียนอยุ่ ป.3 - ป. 4 ) 

    ฉันและน้องที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ก็เล่นกันตามประสาเด็กน้อยภายในซอยมีอยู่วันหนึ่งฉันเห็นหมาตัวหนึ่งนอนอยู่ในกล่องกระดาษลัง ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งภายในซอย

     ในขณะนั้นท้องของมันก็อุ้มลูกของมันอยู่ มันช่างน่าสงสารมาก 
    จากลักษณะท่าทางของมันแล้ว น่าจะโดนเจ้าของเก่าทิ้งมาหลังจากนั้นฉันและน้องก็ไปเล่นกับเจ้าหมานั่นแทบทุกวัน หลังเลิกเรียนตักข้าวใส่ถุง พร้อมขนมต่างๆ ที่คิดว่าเจ้าหมานั่นจะกินได้ 

    นำอาหารไปให้มันกินจนแทบจะทุกวัน และตั้งชื่อมันว่า มงกุฎ  ( ถ้าถามว่าทำไมต้องชื่อ มงกุฎ ฉันเองก็สงสัยเหมือนกันเพราะตอนนั้นน้องของฉันเป็นคนตั้งชื่อนี้ขึ้นมา คงคิดไม่ออกและพูดไปตามกระสาเด็ก 555 )
    จนมาวันหนึ่งปู่ของฉันก็ตัดสินเดินไปดูเจ้าหมานั่น คงสงสัยว่าเจ้าหมานั่นหน้าตาเป็นยังไง ทำไมฉันถึงชอบนำของกินไปให้มันกิน ( 555 ) หลายวันผ่านไปเจ้าหมานั่นก็ออกลูกมาหลายตัวมากกก 

    ตัวน้อยตัวนิดน่ารักตามประสาลูกหมาจนคนในซอยที่ขับรถผ่านไปผ่านมาต่างก็เห็นเจ้าหมานั่นกับลูกของมันด้วยความสงสารเหมือนกับฉัน ซึ่งไม่ต่างกับเพื่อนบ้านฉันที่รั้วติดกันเมื่อลูกของมันได้ลืมตาดูโลก คนที่ผ่านไปผ่านมาก็ได้นำลูกของมันไปเลี้ยงด้วยความที่มันน่ารักและสงสาร จนสุดท้ายแล้วก็เหลือมันเพียงตัวเดียว ที่อยู่บริเวณนั้นเพราะคนได้นำลูกของมันไปเลี้ยงหมดแล้ว 


    ฉันตัดสินใจบอกกับคนที่บ้านว่า ต้องการเลี้ยงเจ้าหมานั่น ตอนแรกคนที่บ้านไม่ยอมให้เลี้ยงเพราะเหตุว่าจะกลัวมาเป็นภาระ แต่ด้วยความที่ฉันอยากเลี้ยงบวกกับความร้ายกาจในตัวฉัน  5555 จนสามารถทำให้คนที่บ้านยอมให้เลี้ยงเจ้าหมานั่นได้ในที่สุดฉันตัดสินใจว่าวันรุ่งขี้นฉันจะนำมันมาเลี้ยงที่บ้าน แต่ไม่ทันกาลเพราะเพื่อนบ้านที่รั้วติดกันได้นำมันมาเลี้ยงตัดหน้าฉันไปเสียนี่  


    ตอนแรกฉันรู้สึกเสียใจเพราะอยากนำมาเลี้ยง แต่พยายามมองอีกแง่ว่าอยากน้อยมันก้ยังอยู่ใกล้บ้านฉันมากขึ้น  เพื่อนบ้านฉันมักจะปล่อยมันออกมาเดินเล่นเป็นเวลาๆ ฉันมักจะแอบไปเล่นกับมันอยู่บ่อยๆ บางครั้งฉันก็แอบพามันเข้าบ้าน ด้วยความที่อยากเล่นกับมันมาก จนมาวันหนึ่วันที่ฉันไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น  
    หลายวันผ่านมาฉันไม่เห็นเจ้ามงกุฎมาหลายวันมาก จนฉันต้องเอ่ยปากถามปู่ว่ามันไปไหน

     ปู่ตอบกลับมาว่า 
    " เห็นเจ้าของเอามันขึ้นรถไปด้วยแล้วก้ไม่เห็นมันอีกเลย "มันคงโดนนำไปทิ้งเป็นครั้งที่ 2 ฉันรู้สึกเสียใจ และพยายามหามันแม้กระทั่งที่ฉันไปเรียนฉันพยายามมองหมาทุกตัวว่าใช่มันไหม เผื่อมันหลงมาที่โรงเรียน  สุดท้ายก็ไม่เจอมันอีกหลายเดือน


    ณ วันหนึ่งท่ีบ้านฉัน มีพี่น้องลุงป้าน้าอาเต็มบ้านมาก เพราะเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง ( จำไม่ได้ว่าวันอะไรเพราะนานมากแล้ว ) นั่งคุยกันตามประสาญาติมิตร พี่ของฉันก็พูดออกมาประโยคหนึ่ง 

    ทำให้ฉันดีใจมาก เพราะสิ่งที่พี่ของฉัน
    พูดออกมาคือเห็นมงกุฎนอนอยู่หน้าบ้าน  ทำเอาฉันตกใจมากและสิ่งที่ฉันเห็นคือเป็นอย่างนั้นจริงๆ ฉันดีใจมาก และปู่ของฉันก็พยายามเรียกมันให้เข้าบ้านแต่ท่าทางของมัน ช่างแปลกไปจากเดิมมาก


     ลักษณะของมันคือ หวาดระแวง และกลัวคนมาก คงเป็นเพราะในระหว่างที่มันต้องเผชิญกับชะตากรรมตัวคนเองที่โดนเพื่อนบ้านฉันนำไปปล่อยคงพบเจอกับคนใจร้าย และหมาจรจัดที่ชอบกัดมัน จนทำให้มันเป้นถึงขนาดนี้ ปู่ของฉันใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าที่มันจะยอมเข้ามาในบ้าน 

    ด้วยความที่มันคงเจอคนใจร้ายมามากฉันใช้
    เวลากับมันหลายวันก่อนที่มันจะกลับมาปกติอีกครั้ง หลังจากนั้นฉันสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ปล่อยมันไปจากฉันอีกหลายปีต่อมา มงกุฎ ป่วยหนักมากเพราะก้นของมันมีเลือดออกมาและเหมือนมีอะไรบางอย่างออกมาจากก้นของมัน ย่าของฉันจึงนำหมอมาตรวจที่บ้านเพราะมันตัวใหญ่มากไม่สามารถนำมันไปหาหมอได้ 5555  และพบว่ามันเป็นมะเร็ง และมันก้ได้รับการรักษาจนหาย ( มันน่่ารักมากเวลาที่มันอยู่กับหมอ ปล. เพิ่งรุ้ว่าหมานั้นก็ให้น้ำเกลือเหมือนกับคนเลย 555 )  

    แต่นิสัยเสียของมันคือไม่ชอบอาบน้ำเป็นที่สุด โดนน้ำเป็นต้องวิ่งหนีทุกที บางครั้งฉันต้องหลอกล่อโดยการเรียกมันมา แล้วจะเกาหลังให้มัน เพราะมันชอบให้เกาหลังเป็นที่สุด และฉันถือโอกาสนั้นอาบน้ำมันและเกาหลังให้มันไปด้วย  อ้อออ !! ความสามารถพิเศษของมันคือ มันสามารถไหว้ได้นะ มันน่าจะโดนเจ้าของคนเก่าฝึกมันมาตั้งแต่แรก 


    เวลาผ่านไปมันก็แก่ลงทุกที จนมาถึงวันที่ฉันเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ฉันเรียนอยู่มหาลัยแห่งหนึ่งที่อยู่ต่างจังหวัด ฉันคงไม่ค่อยเจอมันบ่อยเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว จนมาถึงปัจจุบันที่ฉันอยู่ ปี 2 มันได้ป่วยอีกครั้ง และเหมือนจะป่วยเป็นโรคเดิม แต่มาคราวนี้มันไม่เหมือนครั้งที่แล้ว เพราะมันทรุดหนักมาก แถมตัวบวมตั้งแต่คอลงมาถึงตัวของมัน ซึ่ง
    มันไม่แสดงอาการเจ็บปวดออกมาเลย ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดไรมาก คิดว่ามันคงป่วยตามอายุของมันจนนับวันมันยิ่งแก่ลงเรื่อยๆ เดินต้วมเตี้ยวเหมือนเต่า

     ใจฉันทำใจตั้งแต่มันป่วยแล้วว่ามันคงอยู่ด้วยอีกไม่นาน 
    เพราะนับวันมันยิ่งแสดงอาการออกมา ฉันไม่ได้กลับบ้านมาเป็นเวลาเกือบเดือนหลังจากที่มันป่วยเพราะงานที่มหาลัยก็เยอะเช่นกันพอถึงวันหยุด เคลียงานเสร็จฉันก็รีบกลับบ้าน ปกติ เวลาฉันกลับบ้านพ่อฉันจะออกมารับหน้าปากซอยทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นเคย แต่สิ่งที่แปลกจากทุกครั้งคือพ่อพูดกับฉันว่า 
    ปู่เล่าว่า มันไปนอนตายอยู่หน้าบ้านของบ้านข้างๆ 

    ตอนแรกไม่รู้ว่ามันตายเพราะคิดว่ามันไปเดินเล่นตามประสามันอยู่แล้วเลยไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่ปู่ได้กลิ่นเหม็นเลยเดินออกมาดูและพบว่ามันนอนตายพร้อมกลิ่นน้ำเหลืองของมันที่โชยออกมา 
    ปู่เลยตัดสินใจนำมันไปฝังไว้ที่หลังสวนของบ้าน.....#ตลอดเวลา 11 ปีฉันมีความสุขมากที่ได้เลี้ยงมันนะ  ' เจ้ามงกุฎจอมดื้อ '  จอมขี้เกียจอาบน้ำ
    อาจจะละเลยบ้างในบางครั้งก็อยากขอโทษมันเหมือนกันนะ  เราทุกคนในบ้านรักมัน และเหมือนเติบโตมาด้วยกันตลอดตั้งแต่ที่ฉันอยู่ประถมจนมหาลัยในปัจจุบัน แต่สุดท้ายคงไม่มีสิ่งไหน ที่จะอยู่คงทนกับเราได้ตลอดกาล เพียงแต่จะเก็บความทรงจำเหล่านี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป 
    รักนะ


    ' มงกุฎตายแล้วนะ '  
    บอกตามตรงว่าทำใจไว้สักพักแล้วแหละแต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้พอฉันถึงบ้านปู้ก็เล่าให้ฟังว่า มันตายตั้งแต่ 2 วันหลังที่ฉันกลับมาที่ม.  ซึ่งถ้านับวันนั้นวันที่ฉันเพิ่งจะรู้ว่ามันตายก็ประมาณเกือบเดือนแล้วที่มันตายไปแต่ฉันไม่รู้ ....ฉันถามพ่อว่า ทำไมถึงไม่บอก พ่อบอกกับฉันว่า ไม่อยากให้ฉันเสียใจรอให้ฉันกลับบ้านก่อนแล้วค่อยบอกอีกที 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in