มนุษย์เงินน้อยWe Hello
“เงินเราหาย...ตั้งแต่ต้นเดือน”
  • “สิ้นเดือนเหมือนสินใจ แต่เราต้นเดือนเหมือนใจสลาย เมื่อเงินหาย”

                  หลังผ่านสินเดือนแสนสินใจมาหมาดๆ ใจก็สลายอีกครั้งเมื่อเราทำเงินส่วนหนึ่งของเงินเดือนหาย ซึ่งเงินนี้เป็นเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน อย่าง อยากกิน เดินทาง ช็อป ดูหนัง ซื้อหนังสือ เที่ยว หรืออยากเจ็บป่วย ฯลฯ เงินก้อนนี้สำคัญมากสำหรับเราเพราะมีไว้อุ่นใจสุดๆ  แน่นอนว่าจากประสบการณ์ใช้เงินก้อนนี้แต่ละเดือน หมดทุกเดือน แถมยังไม่พอใช้ด้วย

                  มาเข้าเรื่องกัน...เรื่องมีอยู่ว่าเราถอนเงินจากบัญชีเมื่อวาน(หนึ่ง/ก.ค.) แล้วแบ่งเงินเป็นสามก้อน (บอกแบบหมดเปลือกนะเราเป็นพนักงานออฟฟิศ จบใหม่ป้ายแดง และเป็นคนต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ได้ระยะหนึ่ง เงินเดือนตอนนี้นะเหรอก็มาตรฐานเด็กจบใหม่หมื่นห้าพัน) มาต่อ ก้อนหนึ่งโอนให้พ่อแม่, ก้อนสองจ่ายค่าที่พัก, และก้อนสามของเรา บวกลบคูณหาร เหลือเงินในมือแปดพันบาทถ้วน

                  เงินในมือ แปดพันอยู่ได้สบายในเดือนนี้แต่ใครจะคาดคิดในชีวิตที่เกิดมา เพราะเราทำเงินบางส่วนหาย (หายไปเลยไม่เจอ) สองพันห้าร้อยบาทถ้วน...คือ ช่วงบ่ายๆวันนี้เราจับเงินสองพันห้า ใส่กระเป๋าสะพายข้าง เพื่อนำเงินส่วนนี้ไปฝากไว้อีกบัญชีหนึ่งไว้ยามอยากช็อป ดูหนัง ซื้อหนังสือ เที่ยว ค่อยนำมาใช้...ระหว่างกำลังซื้อตั๋วรถไฟ มือล้วงหาเศษเหรียญในกระเป๋า (เฮยทำไมมันโลงๆ มีแต่เหรียญวะ ผิวธนบัตรไม่เห็นสัมผัสผิวหนังเราเลย)...เอื้อมหัวทอดสายตามองหา!!!!!!! เชี้ยเงินหาย ภาพตัดมาที่ เดินตามหาวนไป หาตามถนนตามร้านข้าว ถามทุกคนที่เดินผ่าน สภาพตอนนี้เหมือนภาพตัดสลับเร็วๆ กับเพลงตื่นเต้นเร้าอารมณ์)  ภาพตัดมาที่ห้อง...

                  “เอาแล้วไงหายจริงด้วย ซวยซ้ำซากจริงๆ ช่วงนี้ (ก่อนเงินจะหาย หูฟังไอโฟนเราหาย แรกๆ ก็ไม่เสียดาย แต่เพื่อนเสี้ยมเปิดดูราคาหูฟัง ราคาหนึ่งพันสองร้อยบาท เศร้าแปบ) เออไม่เป็นไรวะ”

    นั่งทำใจอยู่สักพัก เราเริ่มคำนวณเงินที่เหลืออยู่ตอนนี้ “ห้าพันห้าร้อยบาทกับอีกสิบห้าบาท”  มือเอื้อมจับโทรศัพท์มาปลดล็อกเปิดปฏิทิน เพื่อนับวัน “หนึ่ง สอง สาม สี่.....ยี่สิบบบบบเก้า สามมมมมมสิบ!!! ทำไมนานจังวะ เอาไงทีนี้" 

         อารมณ์ตอนนี้เหมือนฟังเพลงเศร้า ของ POTATO เพลง ทิ้งไว้กลางทาง "ความจริงที่ฉันกลัว กลัวการไม่มีเธอ(เงิน) กลัวถึงวันนี้มาเนิ่นนาน"





     มาต่อกััน...ตอนนี้เรามีสองทางเลือก คือ

           หนึ่ง ขอ ผ่อนผันขอเงินเราคืนจากพ่อแม่ จบ. แต่ ถ้าไม่รู้ว่าเราทำเงินหายโดนบ่นแล้วแม่เราก็บ่นว่าช่วงนี้พ่อต้องใช้เงินเยอะ จบ.

           สอง ไม่ขอ ลองคำนวณเงินที่เหลือว่าแต่ลันควรใช้เท่าไหร่ดี “ห้าพันห้าร้อยสิบห้าบาทหาร...หนึ่งร้อยแปดสิบสามบาทจุดสามสามสามสาม!!”

                          ................................เราเลือกข้อสอง.........................................

                   สำหรับเราเงินในตอนนี้น้อยมากๆ สำหรับใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ แต่ละวันเราต้องใช้เงินอย่างต่ำ สองร้อยกว่าบาท...ทานข้าวสามมือก็ร้อยกว่าบาท เดินทางไปทำงานไปกลับก็เจ็บสิบกว่าบาท แล้วยังไม่รวมค่าจิปาถะ อย่างเพื่อนชวนกินเนื้อย่าง เพื่อนชวนเที่ยวยามราตรี อยากกินนั้นกินนู้น....เฮ้ยๆ ถ้ามองย้อนกลับไป เงิน สองพันห้าช่วยเราได้ แต่เราทำหายไป "พูดแล้วใจสลาย"

                  "เราไม่รู้อนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เราบริหารอนาคตได้ซึ่งเรากำลังจะบริหารตัวเราเองให้อยู่รอดจนกว่าเงินเดือนจะออก และใช้ชีวิตด้วยเงิน “หนึ่งร้อยแปดสิบสามบาท / ต่อวัน" 

                  เราจะทำได้ไหมนะเหรอ เราก็ไม่รู้ แต่เราจะมาบันทึกการเอาตัวรอดของ “มนุษย์เงินน้อย” ทุกๆวัน



                                                                                                                        ที่มาภาพ edit cover  

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in