ความเป็นไปในภาคเรียน.Onenightz.
เอ:ฟ - ใครจะเอ? ใครจะเอฟ?
  • เกรดเอ กับ เกรดเอฟ มีเส้นบางๆกั้นอยู่ เส้นบางๆจำนวน 30 คะแนน ถ้าสมมุติว่าเกรดเอฟตัดที่ 50 และ เกรดเอตัดที่ 80

    โอเค คงไม่บางแล้วใช่มั้ยละ? ห่างกันตั้ง 30 คะแนน

    ทำไมถึงต้องมีเกรด? เป็นสิ่งที่ผมถามตัวเองมาตลอด ตั้งแต่จำความได้ว่าชีวิตที่เกรดต่ำกว่า 2.5 พ่อแม่ไม่ปลื้มขนาดไหน

    ในการวัดและประเมินผลทางการศึกษาการกำหนดเกณฑ์คะแนน (สุดท้ายแปลเป็นเกรด)เป็นการวัดผลความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาของผู้เรียน ให้อยู่ในรูปตัวเลขเพื่อใช้ในการแบ่งเกณฑ์ผู้เรียน ว่าคนไหนพัฒนาได้ดีแล้วคนไหนควรปรับปรุงในเวลาต่อไป (ซ้ำชั้นเอาง่ายๆ)

    เมื่อเราไม่สามารถออกจากวงจรจากการตัดเกรดได้แล้ว งั้นก็มาเรียนรู้ที่อยู่กับมัน

    การได้มาซึ่งเกรด(ที่)ดีคงไม่ได้มาจากการอ่านหนังสือเยอะๆ หรือเข้าเรียนบ่อยๆแน่ๆ (อาจจะมีส่วนอยู่บ้าง) ถ้าการอ่านหนังสือหรือการเข้าชั้นเรียนในแต่ละครั้งเราไม่ได้อะไรจากมัน อาจเพราะเราไม่ได้ตั้งใจอ่าน ที่อ่านไปเพื่อให้รู้ว่าตัวเองอ่านเยอะ เข้าชั้นเรียนเพื่อไปเช็คชื่อ เวลาทั้งหมดที่เราใช้ไปนั้นคงไม่เกิดผลมากเท่าไหร่ นอกจากความตั้งใจแล้ว คงไม่พ้นเรื่องของความขยัน ขยันที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่เรากำลังทำ จากการอ่านหนังสือหรือเข้าชั้นเรียน ขยันและขวนขวายความรู้ใหม่ๆในเรื่องที่ตั้งใจที่จะทำเกรดดีๆ ความขยันและความตั้งใจคงไม่เกิดผล หากขาดสิ่งหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำให้เกิดขึ้นนั้นก็คือ "ความเข้าใจ"ในสิ่งที่ตนเองกำลังกระทำอยู่ เข้าใจว่าเราทำไปทำไม? เราเรียนไปเพื่ออะไร? เข้าใจในเรื่องที่อ่าน เข้าใจในเรื่องที่อาจารย์สอน ความเข้าใจนี่แหละอาจจะเป็นแก่นแท้ของเกรดเอเลยก็ว่าได้ เข้าชั้นเรียนน้อยแต่เข้าใจเรื่องที่อาจารย์สอนในแต่ละครั้ง อ่านหนังสือน้อยแต่เข้าใจในเรื่องที่ตัวเองกำลังอ่าน อันนี้ไม่ได้ยุให้คุณไม่เข้าชั้นเรียนหรือไม่อ่านหนังสือนะ แต่สิ่งที่เราควรทำเมื่อมีเวลาน้อย ด้วยเหตุผลต่างๆ คือเราต้องเข้าใจอะไรให้เร็ว เรียนรู้ให้ไว เร่งความเร็วของสมอง เพื่อจะได้ทันกับเกรดเอที่เรา(อาจจะ)ตั้งใจไว้ แล้วลองนึกดูว่าถ้าคุณมีคุณสมบัติทุกอย่าง ความตั้งใจ ความขยัน และความเข้าใจผมว่าอะไรก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมหรอก บางทีมันอาจจะไปไกลกว่าเกรดเอที่คุณ(อาจจะ)คาดหวังไว้ก็ได้

    สิ่งนึงที่ผมอยากฝากไว้กับทุกคนก่อนเริ่มเผชิญกับวังวนของเกรด ก็คือคำถามแรกที่จะถามตัวเอง คำถามสำคัญที่ตัดสินชะตาของคุณ มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ 2 คำถาม นั่นคือ“ทำอย่างไรให้ผ่านเอฟ?” กับ “ทำอย่างไรให้ได้เอ?” คำถามง่ายๆที่ทำให้เรารู้ระบบความคิดของเราทันที

    ซึ่งผมก็ไม่รู้นะ ว่าคุณจะตั้งคำถามแบบไหนถึงจะดีกับตัวคุณ คำถามมันคงขึ้นกับสถานการณ์ วิชาและอาจารย์ที่คุณเรียน แบบบางคำถามเป็นคำถามที่หวังไว้สูง ถ้าพลาดขึ้นมา มันก็จะเจ็บ การกดดันตัวเองตั้งแต่เริ่มมันคงไม่ดีนัก เอาเป็นว่าเรียนอย่างไรให้สบาย แล้วได้เกรด(ที่)ดีที่สุดก็แล้วกัน

    สุดท้าย อยากจะย้ำว่า เกรดเป็นแค่จำนวนเลขจำนวนหนึ่งที่ชี้วัดความรู้ของเราเท่านั้น เกรดเยอะ ไม่ได้แปลว่าประสบการณ์จะเยอะตามนะครับ อย่าจดจ่ออยู่กับตัวเลขที่เรียกว่าเกรดมากเกินไป จนลืมที่จะออกไปหาประสบการณ์ที่อยู่นอกห้องเรียนและตำรา เกรดมันวัดเราได้จนกว่าเราจะจบการศึกษาแค่นั้นแหละ หลังจากนั้นความรู้และประสบการณ์ที่เราสั่งสมมา มันจะเป็นเครื่องวัดเรา.

     

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in