A 2-MONTH JOURNEY IN JAPANbabeirv
02 แชร์เฮ้าส์
  • เราตัดสินใจที่จะอยู่แชร์เฮ้าส์เพราะว่าอยากฝึกคุยกับชาวต่างชาติ แถมแชร์เฮ้าส์ค่าเช่าต่อเดือนถูกกว่าด้วยเพราะเป็นห้องน้ำรวม รอบที่แล้วที่เรามาเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น เราอยู่อพาร์ทเมนต์ห้องเดี่ยวเลยแทบไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นเท่าไหร่ เราลองหาแชร์เฮ้าส์จากเว็บ Oakhouse ที่มีบ้านให้เลือกเยอะมาก สุดท้ายเราก็เลือกบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ชานเมืองหน่อยๆ เพราะช่วงที่เราคุยกับเอเจนซี่ บ้านหลังนี้มีแคมเปญไม่คิดค่า Contract Fee ซึ่งปกติจะราคา 30,000 เยน หรือประมาณหมื่นบาทไทย แล้วแชร์เฮ้าส์หลังนี้นั่งรถไฟสายตรงมาโรงเรียนภาษาที่เราสมัครไว้ได้เลยด้วย แถมเดินจากบ้านมาสถานีแค่ 3 นาที เราก็เลยตัดสินใจเอาหลังนี้แหละ
     
    ปกติจะต้องเซ็นสัญญาและพบกับ house manager ในบ้านที่จะเข้าพักก่อน ตอนแรกเรากดกริ่งหน้าบ้านแล้วก็บังเอิญเจอเพื่อนร่วมบ้านชาวจีนกับฮ่องกงพอดี เราขอเข้าไปรอข้างในบ้านแล้วก็ได้คุยเรื่องทั่วไปกับคนจีนนิดหน่อย เค้าเฟรนด์ลี่มากๆ แล้วยังบอกด้วยว่าถ้ามีอะไรสงสัยก็มาเคาะประตูห้องเค้าได้ ส่วนคนฮ่องกง เค้ากำลังจะย้ายออกในวันที่เราย้ายเข้าพอดี ก็เลยต้องรอพบ house manager เหมือนกันเรานั่งรออยู่เกือบครึ่งชั่วโมง สุดท้ายเขาอีเมลมาเลื่อนนัดเซ็นสัญญาไปสัปดาห์หน้านู้นเลย แต่ก็บอกพวกพาสโค้ดเข้าบ้าน รหัสWiFi กฏเกณฑ์ต่างๆมาให้เรารู้ก่อน
    ห้องที่เราต้องเข้าพักไม่ได้ล็อก สามารถเข้าไปได้เลย พอเปิดประตูเข้าไปก็มีกุญแจห้องวางไว้บนโต๊ะ แต่ไม่มีหมอนผ้าห่มให้เราทั้งๆที่เราสั่งไว้ (แพงมากเลย หมอน ผ้าห่ม ผ้าปูแบบเช่า ราคาประมาณ 3000)  เราก็เลยอีเมลไปบอกเค้า พอเราจัดของเสร็จอะไรเสร็จก็ออกไปชินจุกุ ไปต่อคิวซื้อ AirPods ทางนั้นก็ยังไม่เมลตอบกลับมา แต่พอกลับมาถึงห้องก็เจอ bedding set วางไว้หน้าห้อง งงมาก555555 ห้องที่เราพักกว้างกว่าที่ิคิดไว้ ข้างในห้องมีเตียง ตู้เย็น โต๊ะ เครื่องปรับอากาศ(เป็นได้ทั้งฮีตเตอร์และแอร์) ตู้เสื้อผ้า ราวตากผ้า ตำแหน่งห้องของเราอยู่ติดกับพื้นที่ส่วนกลางและห้องน้ำ เวลาใครมาทำอะไรในห้องครัว ใครทอดไข่ ใช้เครื่องซักผ้า หรือคุยกัน เราได้ยินหมดเลย ที่นี่ผนังบางมาก 5555555 
    พื้นที่ส่วนกลางก็มี โต๊ะกินข้าว ทีวีเครื่องเล็ก ครัว ห้องอาบน้ำสองห้อง เครื่องซักผ้าสองเครื่อง(ปกติเราเคยใช้แต่แบบหยอดเหรียญ อันนี้เป็นแบบใช้ฟรี ดีงามมาก) มีเตารีดกับบอร์ดรองรีดให้ด้วย ตอนแรกก็แอบคิดว่าห้องอาบน้ำสองห้องกับคนสิบเอ็ดคนมันจะพอใช้หรอ แต่เท่าที่ดูมาก็ยังไม่เห็นมีคนแย่งกันใช้หรือต้องต่อคิวอาบน้ำ
    ในแชร์เฮ้าส์เรา(และน่าจะเป็นทุกแชร์เฮ้าส์) ทุกคนจะได้เวียนหน้าที่ทิ้งขยะกัน ที่ญี่ปุ่นมีกฎการทิ้งขยะที่ค่อนข้างเยอะ ต้องแยกขยะตามประเภท มีทั้งขยะเผาได้ เผาไม่ได้ รีไซเคิล ต้องทิ้งเป็นวันๆด้วย อย่างของเขตที่เราอยู่ เช่นรถจะมาเก็บขยะเผาได้ทุกวันอังคารกับพฤหัส ก็ต้องดูตามตาราง เรามาอยู่ได้ไม่กี่วันก็ถึงหน้าที่ทิ้งขยะของเรา ณ ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่ามันต้องทำอะไรบ้าง เลยให้คนไต้หวันช่วยสอนให้ จริงๆทำไปทำมาก็สนุกดี มาเปิดดูเรื่อยๆว่าขยะเต็มหรือยัง ถ้าเต็มแล้วก็เอาไปทิ้งข้างนอก เปลี่ยนถุงใหม่ ทำความสะอาดเศษอาหารตรงอ่างที่ครัว มันก็ไม่ได้ลำบากอะไรมาก ไม่ต้องทำความสะอาดอะไรเลยแค่ทิ้งขยะ เพราะตรงพื้นที่ส่วนกลางจะมีแม่บ้านเข้ามาดูดฝุ่นทำความสะอาดให้ทุกวันพฤหัส  

    ย่านที่อาศัยอยู่ค่อนข้างไกลจากเมือง เวลาออกไปเที่ยงข้างนอกต้องไปเปลี่ยนสายรถไฟแถวชินจุกุตลอดเลย แต่ตรงสถานีรถไฟมีร้านเบเกอรี่เจ้าโปรดที่เรากินตอนอยู่ไทยบ่อยมาเปิด มีซาโบเตน ร้านราเมง ร้านอาหารจีน อินเดีย แฟมิลี่มาร์ท ร้านตัดผม คลินิกหมอฟัน sports center(เห็นแล้วอยากไปเล่นแบตเลย) สวนสาธารณะที่มีต้นซากุระบาน รวมๆแล้วก็รู้สึกว่าเป็นย่านที่สงบดี

    ที่เราหวังไว้ว่าจะได้ฝึกภาษาก็เหมือนไม่ได้พูดเยอะเท่าไหร่ เหมือนทุกคนต่างคนต่างอยู่ในห้องตัวเอง เจอกันในห้องนั่งเล่นหรือเดินสวนกันก็ทักทายเล็กน้อยแบบนี้มากกว่า ณ ตอนที่เขียนบทความนี้ เหมือนเรายังเจอคนในบ้านไม่ครบทุกคนเลยด้วย แต่คนที่เราเจอทุกคนก็ดูใจดีกัน เราเจอคนฮาวายที่เอาของฝากมาให้เลือกตั้งแต่เจอกันรอบแรก คนไต้หวันที่ให้ความช่วยเหลือเราหลายๆอย่าง คนฮ่องกงที่พาเราไปดูปลอกหมอนปลอกผ้าห่มในห้องเค้าเผื่อเราอยากใช้ในตอนที่เรายังไม่ได้bedding set มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่สนิทกันแต่เราก็รู้สึกอุ่นใจมากๆเลย   
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in