#Fictober2019 boxrainybusrin
Day-5 : revenge
  • Day-5 : revenge

    seungyoun x dohyon 

     

     






    “ผมไม่มีวันให้อภัย ผมจะทำให้มันเจ็บกว่าเป็นพันเท่า”

     


     


    ผมประกาศกร้าวต่อหน้านาวินพี่ชายที่ยังนอนโคม่าที่เป็นผลมาจากการพยายามฆ่าตัวตายเพราะเสียใจที่ความรักไม่สมหวังยิ่งรู้มาว่า มัน’ ใช้ความรักที่พี่ชายผมมีเป็นการเดิมพันกับบางสิ่ง เพียงเท่านั้นเนวินก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า

    ใครต่อใครเอาแต่พูดให้เขาให้อภัยและปล่อยวาง

    เหอะ ไปปล่อยกับพ่อมึงเถอะ

    เขาจะลากไอ้เวรสุริยะมากราบแทบเท้าพี่ชายของเขาให้ได้

     

     

    ที่คนเขาว่าความแค้นจะเป็นแรงขับเคลื่อนชั้นดีในการใช้ชีวิตดูท่าจะเป็นเรื่องจริง..ในเมื่อไอ้เวรสุริยะไม่คิดจะมาขอโทษนาวินพี่ชายของเขาถึงที่ เนวินก็จะเป็นฝ่ายเข้าถึงตัวอีกฝ่ายเอง การเข้าหาสุริยะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากพอสมควร

    แต่นั่นล่ะ

    แรงแค้นมันทำให้คนเราคลั่งได้มากกว่าที่คิด

     

     




    ในที่สุดผมก็สามารถเข้าถึงตัวของสุริยะได้แล้วโดยการเข้ามาเป็นรุ่นน้องในชมรมเดียวกัน และยังคอยพาตัวเองไปอยู่ในคลับที่เป็นที่ทำงานของมันด้วยการสมัครเป็นบาริสต้าและจัดแจงฉากการพบเจอกันทั้งหมดให้ดูเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ น่าแปลกทีเดียวที่มันไม่นึกเอะใจเลยว่าการเจอกันระหว่างผมกับมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สุริยะดูมีความสุขที่ได้เห็นผม ตรงกันข้ามผมขยะแขยงมันขึ้นทุกวัน

    น่าตลกว่ะ

    ก็ดี.. มีความสุขให้มากๆ

    มีความสุขเผื่อวันข้างหน้าด้วยล่ะ

    เพราะหลังจากนี้..ผมจะพรากความสุขทุกอย่างของมันเอง

    รวมถึงตัวผมด้วย

     

     




    สุริยะกำลังตกหลุมรักผม.. เขารักผมมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับคนที่ตกลงไปในห้วงลึกที่ไม่สามารถจะปีนป่ายขึ้นจากห้วงนั้นได้ยิ่งเขาตกหลุมรักผมมากเท่าไหร่.. แผนการของผมก็ยิ่งเป็นรูปร่างมากยิ่งขึ้นผมยิ้มกระหยิ่มในแผนการของตัวเอง

     

    “เนรักพี่บ้างไหม?” เขาเอ่ยถามผมขึ้นในวันหนึ่ง ดวงตาค่อนข้างแดงก่ำ

    ผมตกใจเล็กน้อยและพยายามที่จะเก็บสีหน้าและอาการให้เป็นปกติ

    “ก็อย่างที่พี่พูดครับ”

    เขามองหน้าผมราวกับต้องการให้ผมพูดคำนั้นออกมา

    ขอโทษเถอะว่ะ

    แค่นี้ก็ขยะแขยงจะตายห่าอยู่แล้ว

     





    หลังจากวันนั้นสุริยะก็ไม่ถามคำถามอะไรพรรค์นั้นอีกเขายังทำตัวปกติมีเพียงสายตาคมกริบคู่นั้นที่เปลี่ยนไป ผมไม่รู้ว่าเขารู้อะไรมาบ้าง แต่สายตาของเขาดูเจ็บปวดทุกครั้งที่เขามองผมและผมก็จะเห็นความเจ็บปวดฝังลึกที่ฉายชัดผ่านสายตาคู่นั้น

    ผมยิ้ม

    ยิ่งเขาเจ็บปวด.. ผมยิ่งมีความสุข

    อยากให้เขาเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก สิ่งที่เขาเป็นตอนนี้มันยังเทียบไม่ได้กับที่นาวินได้รู้สึก

    แม้จะคิดอย่างนั้น..

    แต่ก็กลับเป็นผมเองเช่นกันที่เจ็บปวด

    ถึงกระนั้นก็หันหลังกลับไปไม่ได้อีกแล้ว..ผมต้องเดินหน้าทำตามแผนของตัวเองต่อไป

     





     

    สุริยะบอกรักผมบ่อยขึ้นทั้งทางคำพูดและการกระทำ แต่ขอโทษเถอะ โคตรน่าขำเลยว่ะ ตอนเขาเล่นกับความรู้สึกของนาวินเขาก็คงคิดแบบที่ผมกำลังคิดในตอนนี้สินะ มองคนที่รักจนแถบถวายหัวมาวิ่งตามปรนนิบัติตัวเองทุกอย่างราวกับทาส เหมือนคนโง่คนหนึ่งที่จะทำอะไรก็ได้

    หมอบอกว่าอาการนาวินดีขึ้น

    นั่นเป็นเรื่องที่ดี

    เหลือเพียงลากสุริยะไปกราบแทบเท้าของนาวิน..เขาก็จะได้จบเรื่องนี้สักที

    รีบจบ..ก่อนที่เขาจะควบคุมมันไว้ไม่อยู่

     

     




    นาวินฟื้นแล้ว

    ผมเล่าให้นาวินฟังถึงแผนการที่กำลังจะทำต่อไป แต่พี่ชายคนนี้กลับตกอกตกใจและค้านแผนการที่ผมวางไว้หัวชนฝา นาวินห้ามผมดำเนินการแผนนี้ต่อเพราะจะเป็นอันตรายกับตัวผมเองเปล่าๆ ผมหงุดหงิดเล็กน้อย ไม่ได้ตกลงหรือตอบรับอะไร

    ไม่บอกแผนการให้นาวินรู้คงจะเป็นทางที่ดีกว่า

    แผนการที่เริ่มแล้ว.. ก็ต้องดำเนินให้จบ

    คอยดูเถอะสุริยะ.. มึงต้องซึ้งใจแน่

     

     




    สุริยะทำตัวดีมาก

    ดีเสียจนไม่เหลือคราบพ่อหนุ่มนักรักตัวร้ายที่เคยเล่นกับหัวใจใครต่อใครไปทั่ว

    แต่ถึงกระนั้นผมเองก็ยังไม่คิดปักใจเชื่อว่าภาพลักษณ์ที่อีกฝ่ายแสดงออกจะเป็นเรื่องจริงรวมถึงความรักที่อีกฝ่ายแสดงออกให้ผมได้ยินและประจักษ์อยู่บ่อยครั้งนั่นด้วยก็เช่นกัน

    จะเชื่อใจอะไรกับคนที่ปั่นหัวคนเป็นว่าเล่นล่ะ

    คิดจะขึ้นหลังเสือก็ต้องระวังพลัดตกลงมาอยู่แล้ว และผมเองจะไม่ยอมพลาดเด็ดขาด

     

     

     



    นาวินบอกผมว่าสุริยะดูรักผมมากจนไม่น่าใช่การเล่นละครตบตาแบบที่ผมคิด

    ผมหัวเราะออกมาดังๆ นาวินยังคงไร้เดียงสาจริงๆ แม้ว่าตัวเองจะเป็นพี่ชายของผมก็ตาม

    “อันนี้เรื่องจริงนะ พี่ซันเขารักเนมากๆนะ”

    เหมือนได้ฟังเรื่องตลก ผมขำจนปวดท้อง

    “ก็ดีแล้ว.. รักมากก็เจ็บมาก”

    นาวินมองผมอย่างเป็นห่วง แต่ผมคิดว่านาวินคงคิดมากไปเอง คนอย่างสุริยะน่ะเหรอที่จะรักใครเป็น พูดว่ามันรักตัวเองมากจนกลัวเจ็บยังน่าเชื่อมากกว่าเสียอีก

     

     




    สุริยะหายหน้าหายตาไปเป็นอาทิตย์และกลับมาในสภาพที่ซูบโทรมอ่อนแรง ดวงตาของเขาลึกราวกับอดหลับอดนอนมาตลอดอาทิตย์ ทั้งนัยน์ตาแดงก่ำ เมื่อพบหน้าผมสิ่งแรกที่จอมวายร้ายคนนี้ทำก็คือโผเข้ามาสวมกอดผมแน่นราวกับกลัวว่าผมจะหายไปไหน

    “เนอย่าจากพี่ไปไหนนะ” 

    “...”

    “จะยังไงก็ได้.. แต่อยู่กับพี่นะ”

    ผมยืนฟังอีกฝ่ายคร่ำครวญด้วยความเบื่อหน่าย

    แต่เอาหน่อยก็แล้วกัน

    สงสาร


    “หายไปไหนทั้งอาทิตย์หรอครับ”

    เขาไม่ตอบคำถามนั้น แต่กอดผมแน่น แล้วพูดโพล่งขึ้นมาว่า

    “เนรักพี่ไหม..”

    เอาอีกแล้ว.. คำถามนี้

    “..หรือใจเนคิดแต่จะแก้แค้นพี่อย่างเดียว”

    ผมตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินเขาโพล่งขึ้นมาอย่างนั้น แต่ถึงกระนั้นสุริยะก็ยังกอดผมไว้แนบแน่นราวกับว่ากำลังกลัวคำตอบจากปากของผม หยดน้ำอุ่นที่ซึมบนบ่าทำให้ผมรู้ว่าเขากำลังร้องไห้ ซึ่งมันโคตรน่าตลกที่เขากำลังร้องไห้เพราะผมจริงๆ

    แผนการของผมกำลังจะสำเร็จแล้ว ผมคิดในใจอย่างพึงพอใจ


    “แต่ต่อให้เนจะอยู่กับพี่ด้วยความแค้นก็ไม่เป็นไร..”

    เขาว่าเสียงเย็นเยียบ แม้อ้อมกอดของเขาในตอนนี้จะอุ่น แต่ผมกลับรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ สุริยะตอนนี้ดูเหมือนคนสิ้นหวังที่พร้อมทำได้ทุกอย่างเพื่อตัวเอง

    “พี่จะไม่ขอโทษ..จะไม่มีวันให้เนแก้แค้นพี่สำเร็จ”

    เขาว่าแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ

    ถึงตอนนั้นก็เป็นผมเองที่หัวเราะไม่ออก ผมสังเกตเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ในวันนี้ที่เป็นชุดสีดำทั้งชุดแต่กลับมีกลิ่นสนิมเหล็กคล้ายว่าจะเป็นกลิ่นเลือด ผมตัวสั่นขึ้นมา ขอบตารื้นผ่าวด้วยความกลัว สุริยะยังคงกอดผม มือหนายังลูบท้ายทอยผมเบาๆราวกำลังปลอบโยนผมให้สงบ

    “ไม่มีนาวินแล้ว..”

    เขาว่าด้วยน้ำเสียงยินดีขณะที่ผมกำลังกลัวจนสุดขีด

    “ต่อไปนี้.. เนก็จะได้แค้นพี่ไปจนตาย”

     

    เขาหัวเราะออกมา แล้วกอดผมอย่างรักใคร่

    “พี่รักเน..”

    ผมร้องไห้ออกมา ตั้งแต่ได้ยินว่าไม่มีนาวินแล้วหัวสมองของผมก็ว่างเปล่า สุริยะเช็ดน้ำตาให้ผมอย่างแผ่วเบา เขาในตอนนี้เหมือนปิศาจ.. ปิศาจที่ผมสร้างขึ้นมาจากความแค้นของตัวเอง


    “เราจะอยู่ด้วยกัน..และตายไปด้วยกันนะครับ”

    ตอนนี้ปิศาจตัวนั้นมันได้กลับมาเล่นงานผมแล้ว






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in