มรรคาแห่งธรรมNoi Beleza
ขันติ..เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

  • มีพระรูปหนึ่ง ท่านมาเรียนกับหลวงพ่อ
    หกเดือน ท่านนั่งสมาธิทั้งวันเลย
    นั่งจนเหนื่อย เอนตัวลงนอน
    คล้ายๆ พระอานนท์
    พอเอนตัวลงนอน จิตก็รวมลงมาเลย
    ดังนั้นเราไม่รู้นะว่ามรรคผลจะเกิดขึ้นตอนไหน
    อย่าทิ้งโอกาสด้วยการปล่อยใจให้เลื่อนลอยไป

    มันต้องอดทนนะ
    ต้องลงทุนตามรู้ตามดูเรื่อยๆ
    เราไม่รู้เลยนาทีใดคือนาทีที่จะแตกหักกับเรา
    ดูจิตจนมันเคยชินที่จะดู ดูของมันเองอัตโนมัติ
    ดูอัตโนมัติแล้วถึงเวลาของมันเองที่จะสุกงอม
    มันจะเป็นไปเอง สุกงอมไปเอง

    พอเข้าใจธรรมะแล้ว อเนจอนาถที่สุดเลย
    อนาถตัวเองนะ เหมือนสัตว์เลื้อยคลาน
    คลานกระดืบๆ ๆ เหมือนเราขึ้นมาอยู่บนยอดเขา
    หันไปดูพรรคพวกเหมือนทากอยู่ก้นเหวอย่างนี้
    เรียกให้ขึ้นมาเหอะๆ มันก็ขึ้นเหมือนกัน
    แต่มันขึ้นๆ ลงๆ

    ส่วนมากขยันอยู่พักเดียวแล้วก็เลิก
    ไม่เอาจริง มัวแต่เดินวกไปวกมา
    ให้มันเด็ดเดี่ยวเข้ามา
    หลวงพ่อเลยเรียกร้องแต่เรื่องอดทน
    ทนไว้นะๆ คำว่าอดทนนี่สำคัญมากเลย

    จนกระทั่งถึงนาทีก่อนที่จะเกิดโคตรภูญาณ
    วินาทีก่อนที่จะเกิดโคตรภูญาณ
    องค์ธรรมสำคัญคือขันตินี่เอง
    มันอดทนต่อการไปรู้สภาวธรรมทั้งหลาย
    อดทนทั้งที่สภาวะนั้นคืออะไรก็ไม่รู้
    รู้แต่ว่าสิ่งบางสิ่งเกิดขึ้นสิ่งนั้นก็ดับไป

    อดทนถึงขนาดว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ได้
    จะอยู่หรือจะตายก็ได้ อดทน
    จิตถึงจะวางสภาวะทวนกระแสเข้ามาหาธาตุรู้ได้
    ดังนั้นอึดๆ ไว้นะ
    หลวงพ่อเป็นคนที่อดทนในการฝึกตัวเอง
    อดทนอดกลั้น
    .
    .
    ตอนจะบวชเนี่ย หลวงพ่ออ้วนน้ำหนักเยอะ
    ถึงกินน้อยก็อ้วนนะ เป็นกรรมพ้นธ์
    ตอนจะบวชต้องนั่งคุกเข่าประมาณสี่สิบห้านาที
    ไม่ใช่ง่ายนะ ถ้าน้ำหนักเยอะๆ แล้วคุกเข่าเนี่ย
    มันแทบจะพังพาบเลย

    แล้วเป็นคนที่ไม่จำด้วย
    บทสวดขานนาคต้องยาวหน่อย
    ก็ต้องอดทนมากเลยในการฝึก
    สวดวันละวรรค ซ้อมล่วงหน้าเป็นปีเลย
    ซ้อมทุกวันๆ จนแม่นเปรี๊ยะเลยนะ
    เวลาจะใช้งานจริงนี่ แม่นเปรี๊ยะเลย

    นั่งคุกเข่าไม่ได้นะ ซ้อมนั่งคุกเข่า
    นั่งได้สี่สิบห้านาที ภูมิใจตัวเอง
    พรุ่งนี้พยายามนั่งให้ได้ห้าสิบนาที
    เขยิบๆ ๆ อย่างนี้นะ อดทน
    มันเป็นนิสัยที่อดทนนั่นแหละ
    .
    .
    ตอนหลวงพ่อเด็กๆ นะ โดนพ่อฝึกให้อดทน
    ตอนนั้นมีคนจีนหาบของเล่นมาขายหน้าบ้าน
    มีรถไฟอยู่สองคันนะ หัวรถจักรกับหางมัน
    ทำด้วยพลาสติกนะ อันละบาท

    ไปบอกพ่อให้ซื้อให้
    พ่อบอกว่า เดี๋ยว อดทนไว้
    เดี๋ยวพรุ่งนี้จะซื้อให้
    เราก็คิดว่ามันจะขายคนอื่นไปหรือเปล่า
    ต้องอดทน ถูกฝึกให้อดทน

    วันนี้ไปดักเค้าตั้งแต่เที่ยงๆ นะ
    เดี๋ยวเค้าผ่านไป พอมาก็ไปเรียกพ่อมาซื้อให้
    พ่อบอกว่าวันนี้ซื้อให้คันเดียวก่อน
    จะได้อดทน ..เราก็นึกว่าจะซื้อหัวมัน
    กลับไปซื้อหางมาให้เราเพราะจะได้อดทน
    เพราะหัวมันน่าเล่นกว่า

    อีกวันร้องไห้เลยนะ เพราะว่าเค้าขายไปแล้ว
    ตลกมากเลยมีแต่หางนะ
    เอาเชือกผูกลากๆ ไป
    ไปเจอเด็กอีกคนมันลากหัวมา
    แหม ต่างคนต่างลากของตัวเองเข้าบ้าน

    คนโบราณนะ ฝึกลูกฝึกหลานของตัวเองขนาดนี้
    อดทน ต้องรอได้ ใจต้องถึงๆ นะ
    .
    .
    การภาวนาต้องใจถึง
    หลวงพ่อไปหาหลวงปู่เหรียญ
    ก่อนท่านมรณภาพไม่กี่วัน
    ท่านนอนอยู่บนเตียงแบบเตียงโรงพยาบาล

    ไปถึงนะกราบท่าน ท่านก็สอนธรรมะนะ
    ว่าต้องอดทนนะ ต้องสู้นะ ต้องต่อสู้
    จะข้ามภพข้ามชาติไม่ใช่ข้ามง่ายๆ ต้องสู้
    แล้วท่านก็เล่าว่าท่านเองสู้มาแสนสาหัสเลย
    ท่านเกิดธรรมปีติที่ท่านต่อสู้มา
    น้ำตาคลอเลยนะ

    ท่านเกิดธรรมปีติ ไม่ใช่พระร้องไห้นะ
    จิตใจท่านคึกคักห้าวหาญ
    นอนจนลุกไม่ขึ้นแล้วนะ
    ยังสอนลูกหลานว่าต้องสู้ตายนะ ต้องสู้
    หลวงปู่สู้ตายมาตลอดนะ ท่านสอนอย่างนี้
    ดูครูบาอาจารย์แต่ละรูปๆ ท่านสู้ตายทั้งนั้น
    .
    .
    ขันติ นี่เรื่องสำคัญมากเลย
    อดทนต่อความยากลำบากทางกาย
    ความยากลำบากทางจิตใจ
    ฉะนั้นเวลาเราพบปัญหาในชีวิตนี่ ทนๆ ไว้
    ปัญหาไม่ว่าร้ายแรงแค่ไหนนะ
    ถึงวันหนึ่งก็ต้องผ่านไป ท่องไว้นะ

    เวลาเราเผชิญกับความทุกข์แสนสาหัส
    ท่องไว้นะว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป
    ท่องไว้แล้วสู้ตาย สู้ด้วยสติด้วยปัญญา
    ไม่ยากนะ แต่ว่าใจต้องถึงๆ

    วันนี้หลวงพ่อพูดเรื่องใจถึงมากหน่อย
    เพราะพวกเรารู้หลักอยู่แล้ว
    รู้หลักแล้ว เราต้องตามรู้ตามดูเรื่อยๆ
    อย่าท้อถอย

    ดูไปถึงช่วงหนึ่งมันขี้เกียจขี้คร้าน มันท้อแท้
    มันเป็นไปได้ทุกคนแหละ
    แต่ท้อแล้วก็ต้องดู ไม่ใช่ท้อแล้วเลิกนะ
    ดังนั้นถ้าภาวนาเป็นแล้วเนี่ย ต้องอดทน

    ส่วนพวกที่ภาวนาไม่เป็น
    อย่าเพิ่งอดทนนะ
    มาเรียนให้รู้เรื่องก่อน
    เดี๋ยวมันตะบี้ตะบันไปทำอะไรก็ไม่รู้นะ
    มันจะหลงทางไปไกล

    แต่ถ้าฝึกจนสติเราเกิดแล้ว รู้กายรู้ใจได้
    พอเรารู้สึกตัวได้แล้วก็ต้องอดทน
    แล้วทนดูเหมือนคนทอผ้า
    คิดดูด้ายทีละเส้นๆ เล็กนิดเดียวเนี่ย
    กลายเป็นผืนผ้าขึ้นมาได้ด้วยความอดทนนะ

    ทนทำเข้าไป ซ้ำแล้วซ้ำอีกๆ อยู่นั่นแหละ
    เหมือนคนทอผ้าสมัยโบราณนะ
    ไม่ใช่เหมือนสาวฉันทนาสมัยนี้นะ
    ถึงเวลาก็ไปกินส้มตำใส่ปู มีความสุข
    ฟังเพลง ฟังวิทยุ

    ถ้าทำเหตุ ผลจะต้องมี
    ผลที่ได้ต้องตรงกับเหตุ
    และต้องสมควรกับเหตุด้วย

    เราอดทน เราพากเพียรสู้ด้วยสติด้วยปัญญา
    สังเกตตัวเองมากเข้าๆ นะ
    มันซักฟอกลงมาในจิตในใจมากเข้าๆ
    สติปัญญาค้นคว้าลงในจิตในใจเรา
    จนไม่มีอณูใดที่กิเลสจะแฝงอยู่ได้

    กิเลสสุดท้ายเลยคืออวิชชา
    อวิชชาคือความไม่รู้อริยสัจ
    ถ้าตราบใดยังไม่รู้แจ้งอริยสัจนะ
    ยังข้ามภพข้ามชาติไม่ได้

    กราบพระพุทธเจ้า กราบหลวงปู่เหรียญ
    ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ
    กราบหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ

    Cr.หนังสือประมวลธรรมเทศนา หน้าที่ ๖๒๒-๖๒๕
    [๒๓ มกราคม ๒๕๕๐ (๒) : นาที ๒๐]

    Cr : FB สุขในธรรม
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in