มรรคาแห่งธรรมNoi Beleza
จิตสุดท้าย..ไปนรกหรือสวรรค์ ทำไงดี

  • คำถาม : ถ้าปล่อยให้ความคิดทำหน้าที่ของมัน
    ไม่ว่าจะเป็นโลภโกรธหลงแล้ว
    หากจิตสุดท้ายกำลังมีกิเลศ
    ตายแล้วจะต้องไปเกิดในอบายภูมิหรือเปล่า

    คำตอบ : คุณอย่าไปสนใจไกลไปถึงจิตสุดท้าย
    มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้คุณหลุดพ้นจากความคิด
    ที่กำลังเป็นปัญหาของคุณ ณ เดี๋ยวนี้ได้

    คุณจะมีประสบการณ์จริงกับความตาย
    ของคุณที่เดี๋ยวนี้นะ
    เพราะเมื่อความตายมันมาถึง
    มันมาถึงเมื่อเดี๋ยวนี้
    ดังนั้น แค่คุณถอยความสนใจของคุณ
    มาอยู่กับความรู้ตัวที่เดี๋ยวนี้ทีละช็อตๆ
    จนความรู้ตัวกลายเป็นบ้านอันถาวรของคุณ
    คุณก็หมดปัญหาเรื่องจิตสุดท้าย
    คุณจะไปกังวลถึงความตายในอนาคต
    อันเป็นเวลาในใจคุณซึ่งมันไม่ได้มีอยู่จริงทำไม 

    เรื่องอะไรก็ตามที่คุณไม่ได้มีประสบการณ์ตรง
    ผ่านอายตนะของคุณเอง
    ให้คุณจัดมันไว้เป็นเรื่องที่คุณ "ไม่รู้"
    อย่าพยายาม "เชื่อ" หรือ "ไม่เชื่อ"
    ในเรื่องที่คุณไม่รู้
    เพราะการหลับหูหลับตา "เชื่อ" หรือ "ไม่เชื่อ"
    จะพาตัวเองไปจมยู่ในซอยตัน
    ของถนนสู่ความหลุดพ้นแล้ว
    ยังเป็นต้นเหตุของปัญหาใหญ่ๆ
    ในสังคมมนุษย์มาจนทุกวันนี้
    .
    .
    สำหรับเรื่องอบายภูมิ (เช่นนรกเป็นต้น)
    คือผมจะบอกคุณว่านรกก็ดี สวรรค์ก็ดี

    1. เป็นสถานะของความคิดในใจ
    เช่นนรกก็คือใจที่เร่าร้อนกระวนกระวาย
    ดิรัจฉานก็เป็นใจที่มืดมัวโง่เง่า
    เปรตก็เป็นใจที่หิวกระหายไร้สุข
    อสูรก็เป็นใจที่หวาดหวั่นไร้ความรื่นเริง

    ในแง่นี้มันจริงอยู่แล้ว
    ไม่ต้องรอไปถึงจิตสุดท้ายก่อนตายหรอก
    เมื่อไหร่ที่คุณมีความอยาก
    เมื่อนั้นคุณก็ไปนรก
    มันเป็นของแน่ที่มีตรรกะชัดเจน
    และใครๆก็รู้ได้ด้วยประสบการณ์ของตัวเอง

    2. เป็นสถานที่ที่รอคนตายอยู่
    สถานที่นี้อาจจะอยู่ใต้ดินบ้าง อยู่ในอากาศบ้าง
    อยู่ในหลืบที่ไร้ตะเข็บของเอกภพบ้าง
    แต่เป็นเมืองหรือสถานที่ที่เมื่อคนตายแล้ว
    เท่านั้นจึงจะได้ไป
    ถ้าเป็นนรกก็เป็นเมืองที่ไม่น่ารื่นรมย์
    ถ้าเป็นสวรรค์ก็มีความน่ารื่นรมย์
    เช่นมีผู้หญิงส่าวสวยๆ ผู้ชายหนุ่มๆหล่อๆ
    มีอาหารอร่อย มีบ้านสวยๆ สร้างด้วยแก้ว ทองคำ

    แต่นรกสวรรค์ มีอยู่จริงไหม
    ผมก็ไม่ทราบเช่นกัน เพราะยังไม่เคยไป..

    Cr : บางส่วนของบทความ
    โดย นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ 
    .
    .
    เราควบคุมกิเลส ไม่ปล่อยให้มันโต
    เราจะเป็นนายเหนือมัน
    โดยฝึกตนไม่ทำตามความเคยชิน
    ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ตามภาวะของมัน
    ต่อมากิเลสเหล่านี้ ก็จะมีกำลังลดลงตามลำดับ..

    เราอยู่กับปัจจุบัน ..
    อย่างเข้าใจชีวิตทั้งทางโลก และ ทางธรรม
    หมั่นฝึกตน ทำดี ละชั่ว ทำใจให้บริสุทธิ์ ..
    ก็ไม่ต้องกังวลกับจิตสุดท้ายกันแล้ว

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in