[NCT | OS/SF] ALL IS LOVEhbrxnct
[os] The story begin #jaedo
  • Title: THE STORY BEGIN
    AU : Thai working age
    Pairing: JungJaehyun x KimDoyoung
    Rating: G
    Note 1: คิมโดยอง - ดามพ์ ดนัยยศ คนุธวัลย์
                  จองแจฮยอน - เจ จักริน จันทนาธร
                  จอห์นนี่ - จอห์น จักราวุธ หทัยธรรม
                  มุนแทอิล - ท็อป ทัศดนัย มนต์มนัส
    Note 2: ฟิคเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งแต่เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวข้องกับศิลปิน สถานที่ และเหตุการณ์ใดๆ และไม่ได้มีเจตนาใด ๆ จะทำให้ศิลปินเสื่อมเสียทั้งสิ้น
    ————————————————————————————————————————






    เก้าโมงเช้า แซนด์วิชบนโต๊ะทำงาน โพสท์อิทนั่น กาแฟยามบ่าย และคุณ







    มันจะมีของสองสิ่งที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาในทุก ๆ เช้า

    ของสองสิ่งที่เขาไม่ได้เสียเงินซื้อมันมา ของสองสิ่งที่เขาไม่ได้เป็นคนเอามาวางบนโต๊ะของเขาด้วยตัวเอง

    ดนัยยศวางกระเป๋าเอกสารของตัวเองลงข้างโต๊ะ มือเรียวคว้ากระดาษโพสต์อิทสีเหลืองอ่อนที่แปะอยู่บนกล่องแซนด์วิชใส้ทูน่าขึ้นมาอ่าน

    'ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของคุณนะครับ'

    เช่นกันนะ...

    เขากระซิบตอบเจ้าของโพสต์อิทแผ่นนั้นในใจ ก่อนจะนำมันไปแปะทับบนโพสต์อิทแผ่นก่อนหน้าที่เคยได้รับ ถ้อยคำให้กำลังใจต่าง ๆ นา ๆ ที่ถูกเขียนบนกระดาษสี่เหลี่ยมแผ่นเล็กเหล่านั้นทำให้เขาเผลอยิ้มน้อย ๆ ออกมาได้เสมอ

    เขาเปิดลิ้นชักข้างโต๊ะของตัวเองออก แล้วคว้านมกล่องรสช็อคโกแลตที่ซื้อมาตุนไว้เมื่อหลายวันก่อนขึ้นมาเจาะดูด

    ช่วงแรก ๆ ดนัยยศเคยมีความคิดจะตามหาบุคคลปริศนาที่นำของพวกนี้มาวางไว้บนโต๊ะของเขาทุกเช้า ทั้งรีบมาก่อนเวลาเข้าทำงาน บางวันก็แอบอยู่ที่บริษัทจนดึกดื่นมืดค่ำเพื่อดักรอ ทว่าก็ไม่เคยพบใครสักคน

    จนในที่สุดก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป เพราะคอนโดที่เขาอยู่นั้นก็ใช่ว่าจะใกล้กับออฟฟิศเสียเมื่อไหร่ มาเช้าเกินไปก็นอนไม่พอ กลับดึกเกินไปกว่าจะถึงห้องก็เหนื่อยอีก หากคนคนนั้นอยากปรากฏตัวขึ้นเมื่อไหร่ก็คงจะโผล่ออกมาสารภาพเองนั่นแหละ

    และแน่นอนว่าไม่เคยมีใครออกมาเผยตัวเลยสักคน แซนด์วิชและโพสท์อิทจากบุคคลปริศนาที่วางอยู่บนโต๊ะของเขาในทุก ๆ เช้านั้นจึงได้กลายเป็นความเคยชินอย่างหนึ่งในชีวิตของเขาไปเสียแล้ว





    "ดามพ์ มึงอย่าลืมแก้เอกสารงบที่จะยื่นให้ฝ่ายการเงินด้วยนะ เขาบอกจะเอาภายในพุธนี้"

    จักราวุธ รุ่นพี่คนสนิทที่ทำงานแผนกเดียวกันกับดนัยยศเอ่ยขึ้นเมื่อหันไปเห็นว่าคนอายุน้อยกว่านั้นกำลังนั่งบิดขี้เกียจอยู่ที่โต๊ะ แขนเรียวถูกชูขึ้นและยืดจนสุด ก่อนที่ร่างผอมโปร่งนั้นจะเอียงเบา ๆ ไปทางซ้ายทีขวาทีเพื่อไล่ความเมื่อยขบออกไป

    "โอเคพี่"

    ดนัยยศตะโกนรับก่อนจะหาวหวอดออกมาอีกครั้งหนึ่งเป็นการตบท้าย

    "พุธนี้นะ อย่าลืมล่ะ"

    "คร้าบพี่จอห์น ไม่ลืมครับ เดี๋ยวดามพ์เขียนแปะไว้ข้างจอเลย"

    ว่าแล้วเจ้าตัวก็รีบกลับมาสนใจงานของตัวเองที่อยู่ตรงหน้าต่อ บรรยากาศของออฟฟิศในช่วงหลังเที่ยงแบบนี้ชวนให้เขารู้สึกง่วงไม่น้อย มือเรียวของดนัยยศรัวจิ้มลงไปบนแป้นพิมพ์ตามความเคยชิน ในขณะที่สมองส่วนหนึ่งของเขานั้นก็กำลังนึกหาวิธีแก้ง่วงอยู่

    "กาแฟหน่อยไหมครับ?"

    เสียงนุ่มทุ้มอันเป็นเอกลักษณ์ที่เขาคุ้นเคยดีดังขึ้นพร้อมกับแก้วมัคใบหนึ่งที่ถูกยื่นมาตรงหน้าเขา

    ดนัยยศหันมองไปยังเจ้าของมือนั้น และก็พบว่าอีกฝ่ายก็คือจักริน รุ่นน้องในแผนกเดียวกันกับเขา

    "ขอบใจนะ"

    เขาพูดก่อนจะเอื้อมไปรับแก้วกาแฟที่อีกฝ่ายส่งมาให้

    กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟผงโชยขึ้นมาแตะจมูกของเขา จะว่าหอมก็หอมแหละ แต่มันก็หอมไม่สุด แม้ดนัยยศจะชอบกลิ่นของกาแฟสดมากกว่าแค่ไหน ทว่าในยามบ่ายที่เขาต้องมาติดแหง็กอยู่กับงานแบบนี้ ขอแค่มีกาแฟให้ดื่มก็ดีแค่ไหนแล้ว ที่สำคัญคือมันฟรี และเขายังไม่ต้องลุกขึ้นจากโต๊ะไปชงเองอีกด้วย!

    "พี่ทำอะไรอยู่เหรอ?"

    คนอายุน้อยกว่าเอ่ยถามพลางชะโงกหน้ามามองจอคอมพิวเตอร์ของคู่สนทนาอย่างถือวิสาสะ ดนัยยศเอียงหน้ามองคนที่กำลังยืนช้อนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของตัวเอง ใบหน้าของจักรินนั้นโน้มต่ำเข้ามาใกล้จนเกือบจะชิดใบหน้าของเขา

    "เอ่อ...พี่แก้แผนการตลาดที่จะนำเสนออาทิตย์หน้าอยู่น่ะ"

    คนถูกถามเผลอตอบออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เขารู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองเห่อร้อนขึ้นมานิดหน่อย

    ใกล้เกินไปแล้ว...

    ใกล้จนเขาได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากของจักรินที่ปะปนกับกลิ่นกาแฟในมือตัวเอง มันเป็นกลิ่นที่แปลก ทว่ากลับไม่ทำให้เขารู้สึกเวียนหัวเลยแม้แต่น้อย

    "ต้องแก้ตรงไหนเหรอพี่ ให้ผมช่วยดูให้ไหม?"

    "ไม่เป็นไรหรอก พี่ทำเองได้ เจไปทำงานของเจเถอะ"

    เขารีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีคล้ายจะยืนอยู่ตรงนี้ในท่านี้นานขึ้น

    "งั้น...ถ้าพี่มีอะไรให้ช่วยก็บอกผมได้นะครับ"

    ดนัยยศเผลอถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความโล่งอก เมื่อจักรินผละตัวออกไปในที่สุด เขายกมือขึ้นลูบอกตัวเองเบา ๆ ก่อนจะยกกาแฟขึ้นจิบแบบพอเป็นพิธี เพราะว่าในยามนี้เขาได้ตื่นเต็มตาโดยที่ไม่ต้องพึ่งคาเฟอีนเลยสักนิดแล้วน่ะสิ





    "ดามพ์ พรุ่งนี้อย่าลืมงานวันเกิดท็อปมันนะ"

    จักราวุธเดินมาเตือนความจำของเขาเมื่อถึงเวลาเลิกงาน และเขานั้นก็กำลังเตรียมตัวเก็บของกลับบ้าน

    "ปีนี้ไปเลี้ยงกันที่ไหนอะพี่?"

    ทัศดนัยเป็นรุ่นพี่ในแผนกอีกคนที่สนิทกับเขาอยู่พอสมควร ด้วยนิสัยที่น่ารักและเป็นกันเองนั้นทำให้ทัศดนัยสนิทกับคนมากมาย ทั้งในแผนกและนอกแผนก ดังนั้นดนัยยศจึงเดาได้เลยว่างานวันเกิดของอีกฝ่ายในวันพรุ่งนี้จะต้องมีคนมาร่วมฉลองด้วยไม่น้อยแน่ ๆ

    "ก็คงไปปิ้งย่างแถวนี้แหละ ไม่ไกล"

    "อ๋อ โอเค" ดนัยยศพยักหน้ารับเบา ๆ "พี่ซื้ออะไรให้พี่ท็อปอะ"

    "พิซซ่ายี่สิบห้าถาด เท่าอายุมัน"

    "ห๊ะ?" คำตอบของคนอายุมากกว่าทำเอาคนฟังถึงกับนิ่งอึ้งไป แม้เขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดเล่นหรือพูดจริงแต่เขาก็อึ้งไปแล้ว "พิซซ่ายี่สิบห้าถาดเลยหรอพี่จอห์น แล้วพี่ท็อปจะกินทันไหมเนี่ย เกิดกินไม่หมดขึ้นมาเดี๋ยวพี่แกก็บ่นอีกหรอก"

    "ก็เห็นมันชอบกิน กูเลยสั่งมาจากร้านโปรดมันเลยเนี่ย"

    "นี่พี่เอาจริงดิ..."

    ดนัยยศอึ้งซ้ำสองเมื่อได้ยินอีกฝ่ายบ่นออกมา ตอนแรกเขาคิดว่าพี่มันจะพูดเล่นเสียอีก ที่ไหนได้ พี่มันเอาจริงว่ะเฮ้ย

    "แล้วมึงซื้ออะไรให้มันอะ ถ้ายังไม่ซื้อมาหุ้นพิซซ่ากับกูได้นะ แม่งแพงชิบหาย"

    จักราวุธยังคงบ่นไม่หยุด ขณะที่พวกเขาทั้งคู่กำลังเดินไปที่ลิฟต์ ดนัยยศไม่อยากจะนึกถึงหน้าของเจ้าของวันเกิดในวันพรุ่งนี้เลย แม้เขาจะรู้ว่าทัศดนัยโปรดปรานอาหารที่มีชื่อว่าพิซซ่ามากแค่ไหน แต่ยี่สิบห้าถาดของไอ้พี่จอห์นมันนี่ก็ออกจะเกินไปหน่อย ไม่รู้กะซื้อมาให้พี่แกดีใจหรือกะซื้อมากวนตีนพี่แกกันแน่

    "ไม่ดีกว่าอะ ผมไม่อยากโดนพี่ท็อปเอากล่องพิซซ่าเขวี้ยงใส่หัว" ดนัยยศปฏิเสธ "ผมกลับแล้วนะพี่จอห์น บาย"

    "เออ ไม่หุ้นก็ไม่หุ้นวะ กลับดี ๆ ล่ะมึง"

    จักราวุธเอ่ยเมื่อพวกเขาเดินออกมาจากลิฟต์เรียบร้อยแล้ว คนอายุมากกว่ามีรถส่วนตัวจึงแยกไปยังลานจอดรถของบริษัทที่อยู่ด้านหลังของตึก ในขณะที่ดนัยยศนั้นต้องเดินออกทางประตูหน้าเพื่อไปขึ้นบีทีเอสที่อยู่ไม่ไกลจากตึกบริษัทเท่าไหร่





    "อ้าวพี่ดามพ์ กลับพร้อมกันเลยนะครับวันนี้"

    ดนัยยศหันหลังกลับไปมองคนที่เอ่ยเรียกชื่อเขา และก็พบว่าจักรินกำลังเดินตรงมาหา

    ช่วงก่อนหน้านี้ดนัยยศต้องอยู่ทำโอทีต่อจนดึกดื่นทุกคืนเป็นเวลาเกือบเดือน เพราะงานของเขานั้นล้นมือมากจนเกินไป ทำให้เขานั้นไม่ได้กลับบ้านในเวลาเลิกงานปกติเลย จนกระทั่งหัวหน้าแผนกได้โอนย้ายงานบางส่วนของเขาไปให้คนอื่นทำ การอยู่ทำโอทีภาคบังคับของดนัยยศจึงได้จบลง

    "นั่นสิ ปกติไม่เคยกลับพร้อมกันเลย"

    "แล้วนี่ พี่กลับยังไงเหรอครับ?"

    "นั่งบีทีเอสไปลงบางนาน่ะ แล้วเราล่ะ?"

    "ทางเดียวกันครับ"

    จักรินยิ้มจนปรากฎลักยิ้มที่สองข้างแก้ม ก่อนจะเดินขึ้นมาขนาบข้างเขาในที่สุด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวของอีกฝ่ายนั้นลอยมาแตะจมูกของเขาอีกครั้ง

    ความจริงแล้วดนัยยศไม่ใช่คนที่ถูกโฉลกกับน้ำหอมสักเท่าไหร่ เพราะหากเขาได้กลิ่นน้ำหอมที่หอมฉุนจนเกินไปเมื่อไหร่ อาการไมเกรนของเขาเป็นต้องกำเริบขึ้นทุกที ทว่าในวันนี้เขากลับรู้สึกว่าน้ำหอมของจักรินนั้นก็หอมดีไม่น้อย

    การได้กลับบ้านพร้อมกับจักรินในวันนี้ทำให้ดนัยยศรู้สึกแปลก ๆ อยู่สักหน่อย แต่ก็ไม่น่าอึดอัดเท่าไหร่นักเพราะอีกฝ่ายคอยชวนเขาคุยอยู่ตลอดเส้นทางกลับบ้าน

    "ถึงบางนาแล้ว พี่ต้องลงแล้วล่ะ" ดนัยยศเอ่ยเมื่อได้ยินเสียงประกาศ "นายเองก็กลับดี ๆ นะ บ้ายบาย"

    "ครับ"

    ดนัยยศโบกมือลาให้กับจักรินอีกครั้งเมื่อรถไฟฟ้าค่อย ๆ เทียบจอดชานชาลา ก่อนที่เขาจะก้าวออกไปพร้อมกับผู้คนที่ลงสถานีเดียวกัน





    วันต่อมา

    "ไอ้ดามพ์ เย็นนี้อย่าลืมไปงานวันเกิดท็อปมันนะเว้ย"

    "โอ้ย พี่บอกผมกี่รอบแล้วเนี่ยพี่จอห์น"

    ดนัยยศส่ายหัวเบา ๆ ให้กับความน่ารำคาญของคนอายุมากกว่าที่ย้ำเขาเรื่องงานวันเกิดของทัศดนัยมาตั้งแต่เย็นเมื่อวานยันเช้าวันนี้ ก่อนจะกัดแซนด์วิชทูน่าในมือของตัวเองแล้วเคี้ยวหงุบหงับ

    "นี่มึงยังได้แซนด์วิชฟรีอยู่อีกหรอวะ?" จักราวุธเลิกคิ้วถามพลางเหลือบสายตาไปมองกล่องใส่แซนด์วิชบนโต๊ะของน้อง "อยากรู้จริง ๆ ว่าใครมันสิ้นสติถึงขนาดซื้อของกินมาเซ่นมึงทุกเช้าแบบนี้"

    "แค่กกกก!"

    เสียงคนสำลักน้ำที่จู่ ๆ ก็ดังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาดนัยยศและจักราวุธหยุดการพูดคุยอย่างกะทันหัน ก่อนที่ทั้งคู่จะหันไปมองไปยังต้นเสียงเป็นตาเดียวกัน และก็พบกับจักรินที่กำลังนั่งไอจนน้ำหูน้ำตาไหลอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง

    "หลอดอาหารรั่วรึไงมึง"

    จักราวุธเอ่ยแซวคนเป็นรุ่นน้องด้วยท่าทีขำขัน แม้จะเห็นใจที่มันไอจนหน้าดำหน้าแดง แต่ก็อดที่จะตลกไม่ได้อยู่ดี

    "พี่ก็ไปว่าน้องมัน นิสัยเลวนะพี่จอห์น"

    "เอ้าไอ้นี่ เล่นกูแล้วไหมล่ะ กูไปทำอะไรให้มึงเหรอดามพ์"

    คนอายุมากสุดโวยขึ้นเมื่อได้ยินดนัยยศแกล้งเอ่ยตำหนิตัวเองอย่างไม่จริงจังนัก ทว่าร่างผอมโปร่งก็ตอบกลับมาเพียงแค่ยักไหล่เบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะกินแซนด์วิชที่ได้มาฟรีในมือของตัวเองต่อ

    พอตกเย็น ดนัยยศและพนักงานคนอื่น ๆ ในบริษัทอีกหลายสิบชีวิตก็พากันมากระจุกรวมกันอยู่ที่ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากตึกบริษัทเท่าไหร่นัก

    "สุขสันต์วันเกิดนะพี่ท็อป ขอให้พี่มีความสุขมาก ๆ อ่ะนี่! กินเลยครับ"

    เนื้อย่างชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกใครต่อใครคีบลงไปวางบนจานของเจ้าของวันเกิด ทุกคนรู้สึกเฮฮาระคนเอ็นดูเมื่อเห็นว่าทัศดนัยพยายามยัดทุกสิ่งทุกอย่างในจากของตัวเองเข้าปากและเคี้ยวตุ้ย ๆ แต่ก็เป็นเพราะความน่าเอ็นดูของเจ้าตัวอีกนั่นแหละที่ทำให้คนอื่น ๆ ยิ่งรู้สึกอยากแกล้งเข้าไปใหญ่

    "สุขสันต์วันเกิดนะพี่ท็อป"

    ดนัยยศเอ่ยขณะที่ยื่นสมุดโน้ตปกหนังที่เขาซื้อมาเป็นของขวัญไปให้อีกฝ่าย แม้ว่าพวกเขานั้นจะเข้าวัยทำงานกันแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นสมุดจดบันทึกก็ยังถือเป็นไอเทมที่สำคัญอยู่ดี

    "หูยยยย ขอบคุณนะน้องดามพ์"

    ทัศดนัยเอ่ยก่อนจะเอื้อมมือข้ามโต๊ะมารับของขวัญจากเขาไป รอยยิ้มกว้างถูกประดับบนใบหน้าน่ารักนั้นแทบจะตลอดเวลา จนกระทั่ง

    "เอ้านี่ ของกู" จักราวุธว่าพลางวางถุงพลาสติกสีทึบที่ถูกของข้างในดันจนเป็นทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ลงกลางโต๊ะก่อนจะแกะถุงนั้นออก กล่องพิซซ่าที่วางซ้อนกับอยู่ห้ากล่องปรากฎแก่สายตาของทุกคนในร้าน "อีกยี่สิบถาดอยู่ที่รถ จะกลับละค่อยไปเอา แม่ง รถกูนี่เป็นกลิ่นพิซซ่าหมดแล้ว"

    ทัศดนัยหน้าเหวอ รวมทั้งคนอื่น ๆ ด้วย ยกเว้นก็แต่ดนัยยศที่หลุดขำออกมาเมื่อเห็นว่าเจ้าของวันเกิดนั้นมีสีหน้าตรงตามที่เขาคิดเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

    บอกแล้วว่าของขวัญไอ้พี่จอห์นมันน่ะไม่รู้จะชวนให้ดีใจหรือชวนให้ช็อกกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ คือพี่มันแม่งโคตรกวนตีนเลย

    "พี่รู้อยู่แล้วเหรอว่าพี่จอห์นเขาจะซื้อพิซซ่าให้พี่ท็อปน่ะ"

    จักรินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาหันมาถาม

    "เออดิ เมื่อวานตอนจะกลับพี่จอห์นมันบอกน่ะ ตอนที่รู้พี่ก็อึ้งไปเหมือนกัน ใครจะคิดว่าพี่มันจะซื้อมาให้ตั้งยี่สิบห้าถาดเท่าอายุพี่ท็อปเลย" ดนัยยศพูดขณะกลั้นขำ "ตอนแรกพี่คิดว่าจะพูดเล่นเอาขำ ที่ไหนได้ พี่มันเอาจริงว่ะ ไม่รู้จะดีใจหรือสงสารพี่ท็อปดีเนี่ย"

    "โห...พี่จอห์นซื้อมาเยอะขนาดนั้นเลยจริงเหรอพี่ ผมนึกว่าแค่พูดเล่นเสียอีก"

    "เออดิ เห็นบ่นด้วยว่ารถเป็นกลิ่นพิซซ่าไปหมดแล้ว โคตรตลก ตัวเองซื้อมาเองแท้ ๆ แล้วก็มาทำบ่น"

    ร่างผอมโปร่งทำการเผารุ่นพี่คนสนิทก่อนจะคว้าแก้วเครื่องดื่มสีอำพันในมือขึ้นดื่ม ดนัยยศไม่มีรถให้ต้องขับกลับแบบไอ้พี่จอห์น เขาเลยสามารถดื่มเครื่องดื่มมึนเมาได้ ถ้าเกิดว่าเมาหนักจนถึงขั้นขึ้นบีทีเอสกลับไม่ไหวก็ค่อยขึ้นแท็กซี่กลับเอาก็แล้วกัน

    "พอได้แล้วมั้งพี่ อย่าดื่มเยอะดิ เดี๋ยวก็เมาหรอก"

    จักรินเอ่ยปรามคนอายุมากกว่าที่เริ่มหน้าแดงเพราะพิษแอลกอฮอล์ เขาคว้าแก้วเหล้าในมือของอีกฝ่ายออกก่อนจะยัดแก้วน้ำอัดลมของตัวเองใส่เข้าไปแทน

    "ฮื่ออออ เมาด้ายยยย" คนอายุมากกว่าเริ่มเอ่ยเสียงยานคาง "โตแล้วววว"

    "ผมรู้ว่าพี่โตแล้ว แต่พรุ่งนี้วันพุธ ยังต้องไปทำงานนะพี่"

    "งืออออ วันพู๊ดดดดดดดดด ทามงานกาน"

    คนเมาเริ่มเคี้ยวน้ำลายเสียงจ๊อบแจ๊บก่อนจะทำตัวโลกเอียงไปซบบ่าของคนอายุน้อยกว่า ดวงตากลมหลับพริ้ม แล้วก็ผล็อยหลับไป





    "พี่ดามพ์...พี่ดามพ์ครับ"

    "อือออออ"

    ดนัยยศส่งเสียงครางอือออกมาเมื่อโดนปลุก ดวงตากลมนั้นลืมขึ้นมานิดหน่อย ก่อนจะปิดลงเมื่อแสงยามเช้านั้นดูจัดจ้าเกินกว่าที่ดวงตาของเขาในตอนนี้จะรับไหม ร่างผอมโปร่งค่อย ๆ ใช้แขนยันกายลุกขึ้นนั่ง พลางใช้มือนวดขมับและสะบัดศีรษะของตัวเองไปมาเบาๆ เพื่อไล่อาการเมาค้าง

    ก่อนที่เจ้าตัวจะพบว่าตอนนี้ตัวเองนั้นกำลังอยู่ในห้องนอนห้องหนึ่งที่ไม่คุ้นเอาเสียเลย

    "พี่ไปอาบน้ำก่อนเถอะครับ จะได้มาทานมื้อเช้า" จักรินผู้เป็นเจ้าของห้องที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเอ่ยขึ้น มือหนายื่นเสื้อผ้าของตัวเอง ผ้าเช็ดตัวและแปรงสีฟันอันใหม่ที่ยังไม่แกะออกจากกล่องไปให้ "พี่ใส่ชุดของผมไปก่อนได้ไหม ผมไม่มีชุดใหม่เลยอะ"

    "ได้ ๆ ขอบใจนะเจ"

    ดนัยยศรับของเหล่านั้นมาถือไว้ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยขณะพยายามนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แต่ก็นึกอะไรไม่ออกเลยแม้แต่อย่างเดียว ความทรงจำสุดท้ายที่อยู่ในหัวเขาคือตัวเองกำลังนั่งดื่มอยู่ที่ร้าน แล้วจู่ ๆ ทุกอย่างก็ดับไป

    "เมื่อคืนพี่ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีหรอกครับ" จักรินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคนอายุมากกว่าเอาแต่นั่งนิ่งแถมยังนิ่วหน้าราวกับกำว่าลังนึกอะไรบางอย่างอยู่ "แค่เมาแล้วหลับไปเฉย ๆ น่ะ"

    "งั้นเหรอ..." เขาพึมพำ "แล้ว...ทำไมพี่มาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"

    "ก็พี่จอห์นเขาฝากให้ผมไปส่งพี่ที่บ้าน แต่ผมไม่รู้ว่าบ้านพี่อยู่ที่ไหน ก็เลยพาพี่มาคอนโดผมแทบ"

    "อ้าว งี้พี่ก็กวนเราแย่เลยดิ ขอโทษทีนะ"

    "ไม่เป็นไรครับ พี่ตัวเบาจะตาย แบกพี่ยังสบายกว่าแบกพี่ท็อปเยอะ" จักรินเอ่ยยิ้ม ๆ "ยังไงพี่ก็ไปอาบน้ำก่อนเถอะครับ เดี๋ยวจะสายเอา"

    ดนัยยศพยักหน้ารับก่อนจะลุกจากเตียงไปยังห้องน้ำตามที่อีกฝ่ายบอก ใช้เวลาไม่นานนักเขาก็อาบน้ำเสร็จ เสื้อผ้าของจักรินนั้นออกจะหลวมไปนิดหน่อยสำหรับเขา แต่ก็ยังพอใส่ได้อยู่ ร่างผอมโปร่งส่องกระจกเพื่อเช็คความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ และก็พบว่าคนเป็นเจ้าของห้องนั้นกำลังสาละวนกับการทำอาหารมื้อเช้าอยู่ที่ครัว

    เขาจึงค่อย ๆ เดินไปยังเคาน์เตอร์ที่กั้นระหว่างโซนครัวกับโต๊ะทานอาหาร ก่อนจะแอบชะโงกข้ามเคาน์เตอร์เพื่อมองว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังทำอยู่นั้นคืออะไร

    มือของจักรินกำลังหั่นแซนด์วิชด้วยความคล่องแคล่วก่อนจะนำมาจัดใส่จาน ดนัยยศเผลอมุ่นคิ้วหากันเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นมองคนที่กำลังยืนทำอาหารอยู่

    "ทำไรอะ?"

    แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่ก็ตาม แต่ปากของเขาก็อดที่จะเอ่ยถามออกไปไม่ได้อยู่ดี

    "แซนด์วิชทูน่าครับ"

    ดนัยยศรู้สึกว่าเมนูมันช่างฟังดูคุ้นเคยเสียเหลือเกิน แล้วไอ้แซนด์วิชตรงหน้าเขานี่ มันก็ดูเหมือนแซนด์วิชที่วางอยู่บนโต๊ะของเขาทุกเช้าเด๊ะอย่างกับก็อปปี้เพส

    "นี่เจ พี่ถามอะไรหน่อยดิ"

    "ครับ?"

    "นายใช่คนที่เอาแซนด์วิชกับโพสท์อิทมาวางไว้ที่โต๊ะพี่ทุกเช้ารึเปล่า?"

    จักรินถึงกับหยุดชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำถามจากเขา ภายในห้องเกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่คนตัวสูงกว่าจะพยักหน้าช้า ๆ เป็นการยอมรับ

    "ครับ ผมเอง"

    "อ่า...เป็นนายเองสินะ" ดนัยยศพึมพำขึ้น แม้จะรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย แต่น่าแปลกที่เขากลับไม่ได้รู้สึกกลัวหรือรังเกียจอะไรเลยแม้แต่น้อย "แล้วทำไมถึงต้องแอบเอามาวางไว้ด้วยล่ะ เอามาให้ดี ๆ ไม่ได้รึไง"

    "ก็ผมกลัวว่าพี่จะไม่รับนี่" จักรินตอบ "อีกอย่าง การที่ผู้ชายทำอาหารเช้ามาให้ผู้ชายด้วยกันมันดูแปลกจะตายไป พี่ไม่คิดงั้นเหรอ?"

    "ไม่แปลกอะไรนี่ นายน่ะคิดมากไปแล้ว ขนาดไอ้พี่จอห์นมันยังออกไปซื้อข้าวเที่ยงมาให้คนในออฟฟิศบ่อยจะตาย"

    "ก็นั่นมันเพราะคนอื่นเขาฝากซื้อไม่ใช่รึไง อีกอย่างพี่จอห์นเขาก็ซื้อมาให้ตั้งหลายคน" จักรินเงยหน้าขึ้นสบตาคนอายุมากกว่า "แต่ผมทำแซนด์วิชให้พี่แค่คนเดียว"

    ใบหน้าของดนัยยศเผลอเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เจ้าตัวรีบเอื้อมมือไปยิบแซนด์วิชในจานที่อีกฝ่ายยื่นให้ขึ้นมากินก่อนจะรีบสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

    หัวใจของเขาสั่นระรัวเมื่อรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังจ้องเขาอยู่

    สายตาของจักริน...มันแปลก ๆ





    และความประหลาดใจอีกอย่างที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้ของดนัยยศก็คือเรื่องของสถานีรถไฟฟ้าที่จักรินและเขากำลังจะขึ้นไปทำงานนั้น...มันคือสถานีพญาไท

    คอนโดของหมอนี่อยู่พญาไท มันคนละฟากกับบางนาเลยด้วยซ้ำ แล้วเมื่อวันก่อนที่บอกกับเขาว่าไปทางเดียวกันนี่มันหมายความว่ายังไง

    "นายโกหก"

    ดนัยยศหันไปพูดกับจักรินขณะที่กำลังยืนรอรถไฟฟ้า

    "โกหกอะไรครับ?"

    "ก็เมื่อวันก่อนนายบอกพี่ว่าบ้านนายไปทางเดียวกับพี่ พญาไทนี่ไปทางเดียวกับบางนาเหรอ นายหลงทิศรึไงเจ"

    "ก็ตอนนั้นผมไม่ได้จะกลับบ้านสักหน่อย" จักรินเอ่ยก่อนจะเผยยิ้มน้อย ๆ ออกมาจนแก้มทั้งสองข้างของเขาบุ๋มลง "แต่ผมจะไปส่งพี่ต่างหากล่ะ"

    ดนัยยศชะงักไป สมองของเขาประมวลผลคำพูดของคนอายุน้อยกว่าจนหัวร้อนไปหมด และเขาก็เริ่มเข้าใจในอะไรบางอย่าง

    ในทุกสิ่งที่จักรินทำ...ในทุกคำที่จักรินเอ่ยออกมา...

    "ชอบหรือไง?"

    ในที่สุดเขาตัดสินใจหันไปถามอีกฝ่าย สายตาของเขาและจักรินสบประสานกัน

    "ครับ"

    "หมายถึง...นายชอบพี่เหรอ?"

    "ครับ ใช่ครับ" จักรินยอมรับอย่างตรงไปตรงมา "ผมชอบพี่"

    หัวใจของดนัยยศเต้นแรงและเร็วขึ้น ใบหน้าของเขาค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างช้า ๆ จนลามไปถึงใบหู

    เขากำลังเขินมาก ๆ

    "แล้วพี่ล่ะครับ ชอบผมบ้างรึเปล่า?"

    จักรินเอ่ยถามกลับเมื่อเห็นว่าเขานิ่งเงียบไป

    "อืม" ดนัยยศส่งเสียงตอบรับออกมาเบา ๆ "ชอบเหมือนกัน"



    [end.]

    —————————————————————————————————————————
    ตอนแรกน่ะนะ เรากะจะให้แจฮยอนชื่อเจเจ จตุจักรล่ะ แต่พอมาลองอ่านดูแล้วมันไม่น่าจะเวิร์ค
    กลัวว่ามันจะคอเมดี้ไปหน่อย เลยเปลี่ยนชื่อน้องให้เป็นเจ จักรินแทน

    ยังไงก็ขอฝากฟิคเรื่องนี้ด้วยน้าาา ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ (///w///)
    #allislovefic


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
inspiritploy (@kdysweetie_)
แงงงงงงงงงง เอ็นดู เอ็นดูน้องเจนะคะ น้องแบบไอ่เด็กบ้าเอ๊ยยยยย น่ารักเก่ง น่าเอ็นดูจริงๆ เลย ช่างเอาใจใส่ นิสัยก็ดี ใครได้เป็นแฟนนี่ดีมากๆ เลยนะว่าป่ะดนัยยศ // เหล่ตา

ฮืออออ เป็นฟีลที่แบบอุ่นใจมากเลยค่ะ เรื่อยๆ แต่น่ารักในความที่เค้าอยู่ด้วยกันในชีวิตประจำวัน ในวัยทำงานแล้วน่ะ มันเริ่มไม่ค่อยมีอาการใจเต้นกับใครได้ง่ายๆ แล้วนะคะ พูดแล้วก็ท้อ แต่ตราบใดที่คู่ชิปเรารักกัน เราก็ใจสั่นมากแล้วค่ะ เหมือนต่อลมหายใจยังไงอย่างนั้นเลย

ขอบคุณมากนะคะ เราเป็นกำลังใจให้ค่ะ🙏❤