แอบอ่านไดอารี่.. 2010 กรุบกริบกับสองกะเหรี่ยงkeep an ire on him
แอบอ่านไดอารี่ฯ.. ตอนที่ 2: ลอง.. กังวลดูมั้ย??
  • พวกเราเดินมารอรับกระเป๋า อะไรเอ่ย กระเป๋ามาที่หลังฉันซะอีก นึกถึงเมื่อคราวก่อน การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองใช้เวลานาน จนทำให้กระเป๋าระเห็จออกมารอฉันข้างสายพานอยู่แล้ว

    จากนั้นฉันก็พาลูกเรือลอกการบ้านจากทริปก่อน เราพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าเคาเตอร์แลกเงิน เอาเงินบาทมาฝากอีกซักนิดหน่อย  พวกเราลากกระเป๋าออกมาพบเมืองอินชอน ยังจำได้ว่าเมื่อคราวก่อน ฉันพาตัวเองเดินงงๆ ไปหยุดยืนอยู่หน้าแผนผังสนามบินเพื่อหาทางออกไปยังตู้ขายตั๋วรถ Shuttle bus เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ฉันได้พบคุณลุงท่านหนึ่ง คาดว่าท่านน่าจะมารอรับใครอยู่ ท่านได้ยื่นมือเข้ามาช่วยฉันในครั้งนั้น แต่สำหรับครั้งนี้ ฉันเดินไปตรงทางออกได้อย่างถูกต้องโดยไม่ลังเล ความประทับใจในครั้งก่อนยังคงอยู่นะ

    เรามาหยุดอยู่หน้าตู้ขายตั๋ว คราวนี้พวกเราต้องพักกันนอกเมือง นั่นเพราะพวกเราตัดสินใจกันช้าเกินไปที่พักดีๆ ในเมืองจึงราคาสูงลิ่ว ทำให้เราถูกระเห็จไปพักกันที่ เมืองยออิโด (Yeoido) เขตยองดึงโป (Yeongdeungpo) นู่น  ถึงขั้นว่าเพื่อนของฉันยังงงว่าไปอยู่ทำไมไกลขนาดนั้น

    อ่ะ .. ได้ตั๋วมาสองใบ ใบละเก้าพันวอน ราคาเท่าเดิมเลย รอไม่นานรถก็มาตรงตามตารางเป๊ะ ส่งกระเป๋าให้คุณลุงด้วยความมั่นใจ คราวนี้ภาษาเกาหลีแก่กล้าขึ้นมานิดหน่อยหลังจากไปร่ำไปเรียนมาถึงสี่สิบชั่วโมง (ซงซอนเซงนิมจะต้องภูมิใจ) คุณลุงถามเป็นภาษาเกาหลีว่า เราจะไปไหน ฉันก็ตอบกลับไปด้วยภาษาเกาหลี ลุงแกติดสติ๊กเกอร์บ่งบอกถึงที่หมายปลายทางให้ หลังจากกระเป๋าไปนอนรออยู่ใต้ท้องรถแล้วก็ขึ้นไปนั่งรอบนรถได้เลย     

    ความกังวลที่หนึ่ง รถโดยสารคันนี้ประกาศชื่อสถานีเบาเป็นเป่าสาก อาเจ้รอบข้างคุยกันเสียงดังเข้าไปอีก ต้องเงี่ยหูแล้ว เงี่ยหูอีก คอยดูป้ายข้างนอกว่า อยู่แถวไหนแล้ว มองเห็นเด็กๆ กำลังเดินเข้าโรงเรียนกันอย่างเบิกบาน มองกลับมาหาตัวเอง เคยกระตือรือร้นกับการมาโรงเรียนขนาดนั้นมั้ย รู้สึกว่าจะไม่

    ความกังวลที่สอง คุณลุงส่งเราลงที่ป้ายรถแล้ว แล้ว.. ยังไงต่อล่ะ แผนที่ที่ปริ้นมา ไม่ได้ช่วยเลยแม้แต่น้อย ไปเกาะป้ายดูแผนที่อย่างละเอียดก็แล้ว เอาน่ะ ลองเดินดู เดินมาจนสุดถนน จนจะข้ามไปเขตมาโปอยู่แล้ว ตัดสินใจรวบรวมความกล้าถามคุณลุงคนหนึ่งด้วยภาษาเกาหลีที่ร่ำเรียนมา

    “ขอโทษนะคะ คุณลุง โรงแรม เอฟ โฮเทลอยู่ทางไหนคะ”

    “โรงแรมอะไรนะ”

    “เอฟ โฮเทลค่ะ” - พร้อมๆกับความมั่นใจที่หายไปกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์

    คุณลุงใจดีบอกให้รอตรงนี้นะแล้วหายเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแถวนั้น ซักพักก็กลับออกมา บอกทางให้เสร็จ แต่หน้าตาคงจะแสดงออกถึงความกังวลมากไป แกเลยเดินมาส่งถึงที่เลย เราสองคนพร้อมใจกันโค้งขอบคุณไปหลายทีเพราะเห็นทีการกระโดดกอดคงจะดูไม่งาม แม้ว่าเวลานั้นอยากจะทำมากแค่ไหนก็ตาม

    ความกังวลที่สาม ลากกระเป๋ามาที่โรงแรม เพื่อที่จะเอากระเป๋ามาฝาก เตรียมตัวสวยและเผื่อว่าจะโชคดีหากห้องว่างเค้าคงให้เรา check-in ไปเลย

    ห้อง .. เข้าได้ตอนบ่ายสามเท่านั้น (แหงล่ะ..ทำไมถึงคิดว่าห้องจะว่างนะ)

    ห้องน้ำ .. ไม่มีสำหรับแขกค่ะ มีให้ของพนักงานเท่านั้น (ห๊ะ .. )

    อ่ะ ไม่มีก็ไม่มี ตัดสินใจไปหาอะไรกิน ไปไหว้พระที่วัด ซื้อของจำเป็นแล้วกลับมาพักดีกว่า

    ความกังวลที่สี่ เมื่อเราจำนนใจเดินออกมาจากโรงแรม แผนที่บอกว่ามีสถานีรถไฟใต้ดินไม่ไกลเลย ห่างไปไม่กี่ร้อยเมตร เดินหาสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อมาพบว่า ป้ายอยู่ตรงนี้ แล้ว ... สถานีไปซ่อนอยู่ไหนคะ ลูกเรือกับฉันเดิน เดิน และเดิน สุดท้าย จำนนต่อความกังวลอีกรอบ ไปสถานีที่เราลงรถเมื่อเช้าละกันมีแน่ๆ

    จัดการซื้อบัตร T-Money ให้ลูกเรือจากร้าน GS25 แถวๆนั้น ฉันเลยรวดเติมเงินใส่บัตรของฉันบ้าง พาตัวเองเข้าไปในรถไฟใต้ดิน และอย่าหวังจะได้นั่ง เช้าๆ เวลาที่คนปกติไปทำงานแบบนี้ สายที่คนโดยสารเยอะๆ ด้วยแล้ว คนไม่มีดวงอย่างพวกเราอย่าได้หวัง

    ฉันพาลูกเรือมาฝากท้องฝากไส้ ที่ห้างโคเอกซ์ (COEX Mall) หาอะไรกินก่อน หิวจนไส้บิดเป็นเกลียวซัมเมอร์ซอลแล้ว เดินหาอยู่นาน ลงเอยที่ร้านหนึ่ง เห็นมีลูกค้าอยู่หนึ่งโต๊ะถ้วน สั่งมาคนละอย่าง ฉันเตือนลูกเรือแล้วว่า ขนาดและปริมาณอาหารที่นี่ ให้กันแบบไม่มีหวง เธอยังจะขอแถมพิซซ่ากิมจิด้วยอีก ผลคือ ... เบ่งบานเต็มโต๊ะ

    หลังจากท้องอิ่ม เราก็เดินต่อ ไปวัดพงอึนซา (Bongeunsa Temple) กันเถอะ หลอกลูกเรือว่า ห้านาทีก็ถึง กว่าจะรู้ว่ามันใช้เวลา สิบห้านาที เราก็มาอยู่ที่หน้าวัดแล้ว อย่าได้เสียเวลาบ่น เข้าไปกันเลย ที่วัดเหมือนจะมีงานอะไรซักอย่าง เห็นมีดอกไม้เยอะแยะ ผ้าแพรหลากสีผูกเอาไว้เหมือนงานเทศกาลเราก็เดินเทิ่งๆเข้าไป จนลูกเรือเริ่มสังเกต หันมาถามว่า

    “เค้าไปได้เทียนมาจากไหนอ่ะ”

    “ซื้อเอามั้ง”

    “ที่ไหนอ่ะ”

    มองไปรอบๆ คิดเอาเอง - “ตรงนั้นมั้ง ที่เราเดินผ่านมาเมื่อกี้”

    และแล้วก็ใช่จริงๆ ให้มันได้อย่างงี้ทุกทีสิน่า สอยเทียนกันมาคนละแพคมีสองขนาดให้เลือก ขนาดใหญ่มีหนึ่งเล่ม ขนาดเล็กลงมาหน่อยมีสองเล่ม ราคาเท่ากัน ถ้าจำไม่ผิดประมาณสองพันห้าร้อยวอน หยอดลงตู้ไปเลย

    แอบลอกการบ้านอาจุมม่าข้างๆเหมือนอย่างเคย คนพร้อม เทียนพร้อม ไม้ขีดไฟพร้อม แต่ลมไม่พร้อม โบกสะบัดมากวันนี้ แม้ไม้ขีดจะก้านยาวแค่ไหน ลมโบกไฟเข้านิ้วตลอด กว่าจะได้เกือบต้องสละนิ้วชี้ไปซะแล้ว เมื่อปีที่แล้ว ฉันอธิษฐานขอท่านว่าให้ได้กลับมาที่นี่อีก ... ที่วัดนี้ ชื่นใจ ดีใจมากที่ได้กลับมา แม้ไม่คิดว่าจะได้กลับมาเร็วขนาดนี้

    หลบแดดซักพัก เดินเล่นนู่นนี่ เอาน้ำลูบหัวให้ความเย็นปลุกให้ตื่น ไหว้เจ้าแม่กวนอิม ฉันและลูกเรือของฉัน ... สภาพร่าง.. เลยคำว่า.. “ไม่ไหวแล้ว” ไปหลายขุมพวกเราง่วงเกินกว่าจะทำอะไรได้ แต่ว่าเวลาเข้าที่พักยังไม่ได้อีก ป่ะ งั้นไปเดินเล่นที่ห้างโคเอ๊กซ์แล้วกันคราวที่แล้วที่มายังไม่ได้เดินเล่นเลย

    ฉันหมายมั่นว่าจะต้องหาร้าน AniLand ให้เจอให้จงได้ ฉันท่องโลกกว้างใน AniLand เหมือนประหนึ่งได้เจอทุ่งหญ้าสะวันนา ได้ของมากรุบกริบประมาณหนึ่ง สาสมอารมณ์หมายแล้ว ลูกเรือร้อยวันพันปีไม่เคยกินกาแฟ... เกิดอยากจะกิน Starbucks ขึ้นมา พนักงานที่สาขาห้างโคเอ๊กซ์พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก ใจดีมากเป็นกันเองมาก ลูกเรือถึงกับเพ้อเลยว่า คนเกาหลีใจดีจัง เมื่อเช้าคุณลุงก็เดินมาส่งถึงโรงแรม ยังมาเจอพี่คนนี้ที่เป็นกันเองได้อีก เพ้อ........... เจ้อ

    ความกังวลที่ห้า ตาปรือได้ที่ ก็กะเวลากลับที่พัก F Hotel: Life Style Hotel เจอพนักงานต้อนรับคนใหม่น่ารักกว่าเดิม ภาษาอังกฤษถึงแม้จะกระท่อนกระแท่น แต่ยังพอจะฟังออกอยู่ ฉัน..ทำหน้าที่ไปเอากระเป๋าที่แอบอยู่ตรงซอกตู้ ปล่อยลูกเรือทำหน้าที่เลือกห้องไป บูติคโฮเทลที่แต่ละห้องจะมีธีมต่างกันและอนุญาตให้เราเลือกเองได้ (ซึ่งมารู้ภายหลังว่านี่คือโรงแรมม่านรูด .. จ่ะ ถ้าแม่รู้.. แม่จะด่ามั้ย แม่จะด่าว่ายังไง ส่งเสียให้ร่ำให้เรียนขนาดนี้ .. ดันจองโรงแรมม่านรูด..)

    ในขณะที่เธอเลือกอยู่นั้น อินเตอร์เนท .... ล่ม ต่อไม่ได้ (ฉันชินเหลือเกินกับเรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้) เธอบ่นกะปอดกะแปด เสียใจที่เธออดพักห้อง “คิตตี้” ฉันอดถามเธอไม่ได้ หลังจากฟังเธอบ่นเรื่องห้องคิตตี้มาเป็นสิบนาทีแล้ว

    “ทำไมไม่บอกเค้าไปว่าจะเอาห้องคิตตี้”

    “ไม่รู้อ่ะ”

    “ไม่รู้อะไร”

    “ก็ไม่รู้อ่ะ” ... อ่ะ งั้นอย่าเสียเวลาบ่น มาสำรวจข้าวของในโรงแรมกันเถอะ

    ความกังวลที่หก การต่อสู้อย่างแรกได้เริ่มขึ้นประตูห้องที่โรงแรมนี้ ติดระบบล๊อคอัจฉริยะ เมื่อปิดประตู บิดล๊อคแล้ว ข้างนอก.. ยังสามารถเปิดเข้ามาได้มันจะอัจฉริยะเกินไปไหม จนปัญญาสำหรับผู้มาเยือนจากประเทศกำลังพัฒนา เลยโทรไปถามพนักงานต้อนรับสาวจากประเทศพัฒนาแล้วข้างล่าง บอกความประสงค์ว่าต้องการเปลี่ยนห้อง ห้องของฉันประตูล๊อคไม่ได้เธอบอกจะส่งคนขึ้นมาดูให้ ส่งหนุ่มน้อยขึ้นมาหนึ่งคน ซึ่งพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย สื่อสารกันด้วยการสาธิตล้วนๆ สุดท้ายสรุปได้ว่า ประตูอัจฉริยะจะล๊อคอัตโนมัติ หลังจากที่เราปิดโดยที่ไม่ต้องไปบิดล๊อคที่ประตูอีกครั้ง บร๊ะ .. เจ้า แล้วจะทำที่ล๊อคขึ้นมาเพื่อ...?

    ความกังวลที่เจ็ด ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องพักนั้น เครื่องใช้ไฟฟ้าเยอะแยะมากมาย สมกับเป็นเมือง High-Technologyจริงๆ แต่เมื่อเราต้องการจะเปิดแอร์นั้น... อากาศเย็นสบายข้างนอกก็จริง แต่ในห้องอากาศดูจะไม่ถ่ายเทเท่าไหร่ แต่.. แต่.. เปิดแอร์ยังไงล่ะ กดปุ่มแอร์ก็แล้ว ลดเพิ่มอุณหภูมิก็แล้ว ปรับระดับความแรงก็แล้ว แอร์ ... ไม่ทำงาน ฉัน ...นอนหมดแรงไปกับการเดาคำใบ้จากหนุ่มน้อยเมื่อครู่นี้ ลูกเรือจึงทำหน้าที่โทรไปหาสาวน้อยข้างล่างอีกรอบ ทางเราถามเธอเป็นภาษาอังกฤษ เธอตอบเป็นภาษาเกาหลีปนภาษาอังกฤษหรือจะเรียกว่าเป็นคำทับศัพท์ก็ดูจะไม่ผิดนัก หลังจากได้คำใบ้มาเพียง 20% ลูกเรือวางโทรศัพท์และถอดรหัสอย่างขะมักเขม้น จน..ปัญ..ญา ตัดสินใจโทรหาสาวน้อยข้างล่างอีกครั้ง คราวนี้จับใจความได้ว่ารีโหมดแอร์อยู่ที่เดียวกับรีโมททีวี... เออดี

    ความกังวลที่แปด เปิดแอร์ได้แล้วเปิดทีวีได้แล้ว ภาพมี เสียงไม่มา คราวนี้เป็นตาของฉันที่ต้องพยายามต่อสู้กับเทคโนโลยีตามลำพัง ไม่อยากโทรไปข้างล่างอีกแล้วสุดท้ายคำตอบที่ถูกต้องคือต้องเปิดเครื่องเล่นดีวีดีด้วย เพื่อที่จะเปิดลำโพงโดยใช้รีโมทร่วมกับรีโมทแอร์และทีวีนั่นเอง จ๊อชชชช นี่มันต้องเป็นรีโมทออลอินวันแน่นแน่!!! (ถ้าจิ๊กรีโมทนี้กลับมาบ้านด้วย ..จิเกิดอะไรขึ้น)

    ความกังวลที่เก้า ห้องน้ำ... ประตูไม่มีกลอนสำหรับล๊อค ซ้ำยังทำเป็นกระจกขุ่น ไฟด้านในก็สามารถปรับให้เป็นไฟส้มธรรมดาหรือไฟกระพริบหลากสีที่เน้นให้แสงลงที่อ่างอาบน้ำ.. จ่ะ โถส้วมเป็นระบบพัฒนาแล้ว ปุ่มอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด และทุกปุ่มระบุคำอธิบายเป็นภาษาเกาหลีไม่มีรูปให้เดาเหมือนของประเทศญี่ปุ่น แต่ด้วยอานิสงค์ของผู้ใช้คนก่อนทำให้เราอุ่นตูดด้วยโปรแกรมอุ่นตูดอัตโนมัติ ต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย

     โรงแรมนี้มีทุกอย่างที่นักท่องเที่ยวจะถามหา เช่นสบู่ แชมพู ไดร์เป่าผม ที่กดน้ำร้อนน้ำเย็น ชุดชากาแฟ และยังมีอย่างอื่นเพิ่มมาอำนวยความสะดวกอีกมากเช่น สเปรย์หรือเจลใส่ผม ทีวีขนาดไม่ต่ำกว่าห้าสิบนิ้ว คอมพิวเตอร์ส่วนตัวพร้อมระบบอินเตอร์เนท และสุดท้าย หนังอีโรติคที่มีให้เลือกดูฟรีถึงสองช่อง..

    ...ฉัน.. กังวลขึ้นมาตะหงิดๆ คุณ.. เริ่มกังวลกันบ้างรึยังคะ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in