แอบอ่านไดอารี่.. 2010 กรุบกริบกับสองกะเหรี่ยงkeep an ire on him
แอบอ่านไดอารี่ฯ.. ตอนที่ 3: ตามไปนา.. มิ??
  • สลบไปตั้งแต่สองทุ่ม เพลียสุด พอรู้สึกตัวตื่น สดชื่นมาก แต่ข้างนอกยังมืดอยู่เลย หยิบนาฬิกามาดู “สี่ทุ่ม” แอร๊ยยยยยยย กลับไปข่มตา หลับต่อ ตื่นมาอีกทีประมาณเจ็ดโมง สถานีต่อไป “เกาะนามิ (Nami Island)

    เดินออกจากโรงแรมมาท้าลมโกรก โบกสะบัดเหลือเกิน ลงรถไฟใต้ดินไปยัง สถานีชอง-นยาง-นิ
    (Cheong-nyang-ni Station) เพื่อต่อรถไฟไปยัง สถานีกา-พยอง (Ga-pyeong Station) โชคยังดีที่เราได้ตั๋วนั่ง ถึงแม้จะนั่งคนละที่กับลูกเรือ แต่อย่างน้อยก็โบกี้เดียวกัน นั่งไปนานพอดู ประมาณชั่วโมงนิดๆ ก็มีกลุ่มเด็กน้อยมาทัศนศึกษา ปฏิกิริยาลูกโซ่เต็มโบกี้ คนนึงร้องไห้ อีกคนร้องตาม อีกสองคนร้องต่อ อีกนิดฉันก็พาลจะร้องไปด้วยละ

    เมื่อมาถึง ลงมาจากรถไฟเท่านั้นล่ะ แม่เอ้ยยยยย ลมที่รัก เราเจอกันอีกแล้วนะ จะหนาวไปไหน เป็นเพราะเมืองกา-พยองห่างจากโซลมาหน่อย ทำให้อากาศค่อนข้างดี ซึ่งก็จะเย็นมากขึ้นไปอีก จากสถานีกา-พยองไปเกาะนามิ พวกเราตัดสินใจเรียกแท๊กซี่ เดินไปไม่น่ารอด หลังจากฉกแท็กซี่ได้แล้ว ใช้เวลาสักห้านาทีก็มาถึง สนนราคาเป็นเงินสามพันห้าร้อยวอน ดิ่งไปที่ท่าเรือ ซื้อตั๋วข้ามไปที่เกาะสนนราคาอยู่ที่แปดพันวอน ระหว่างที่รอเรือ เราสองคนยืนคุยกันฆ่าเวลา แล้วก็เพิ่งสังเกตว่าไม่เจอกรุ๊ปคนไทยเลยแฮะ แต่ซักพักการสนทนาก็หยุดชะงักลง ฉันได้ยินเสียงภาษาไทยดังมาแต่ไกล มันไม่ได้มาจากผู้คนรอบข้าง แต่มันมาจากเรือข้ามฟาก พระเจ้า!!! เรือข้ามฟากที่คอยประกาศกฎการใช้เรือ มีประกาศเป็นภาษาไทยด้วย ดีไปอีก

    เรายืนบนเรือมาได้ประมาณสิบห้านาทีก็ถึง เดินเอ๋อเลี้ยวไปทางซ้ายเฉยเลย ทั้งๆที่ถ้าเราเดินไปตรงๆ เราก็จะได้เจอศูนย์บริการการท่องเที่ยว และร้านที่ให้เช่าจักรยานแล้ว โอเค.. ช่างเถอะ แผนที่ไม่ต้อง เดินไปเรื่อยเปื่อย คนเยอะพอสมควร เพราะเด็กนักเรียนมาทัศนศึกษาเยอะมาก เราแวะทานข้าว เดินต่อ และถ่ายรูปเป็นระยะ พอเดินเข้ามาช่วงที่เป็นแนวต้นสน ต้นแปะก๊วยก็รัวถ่ายรูปกันไป สวยอ่ะสวยจริง แต่จูบไม่หอมเลย เหยียบเม็ดแปะก๊วยทีนี่ กลิ่นจรุงใจติดไปข้ามวัน

    นามิกว้างใหญ่ได้อีก ลมโบกสะบัดได้อีก หนาวเป็นวูบๆ หลังจากถ่ายรูปกับแนวต้นสน แนวต้นแปะก๊วย อนุสาวรีย์คนคู่ (จากซีรี่ย์ที่เราสองคไม่เคยดู) เราก็ตัดสินใจนั่งแทกซี่กลับมายังสถานีกา-พยองพวกเรายังอิ่มข้าวกลางวันกันอยู่เลย จะแวะกินทักคาลบีอันเลื่องชื่อก็แลดูจะไม่คุ้มแน่ๆ เลยตัดสินใจกลับเข้าโซลกันดีกว่า รอรถไฟไปอีกชั่วโมงกว่า เพราะเที่ยวใกล้ๆตั๋วนั่งเต็มหมด เหลือแต่ตั๋วยืน 

    พอกลับเข้ามาถึงโซล พวกเราแวะหาอะไรทานกันที่ห้าง Lotte เลย เพราะไม่อยากเดินท้าลมหนาวอีกแล้ว ลูกเต๋าทอยไปออกร้านก๋วยเตี๋ยวสไตล์ญี่ปุ่น น่าทานมาก สั่งอาหารก็ต้องถามให้แน่ใจ กลัวจะเจอเนื้อวัว ใช้ภาษาเกาหลีปนภาษามือจนเริ่มเมื่อย สุดท้ายก็สำเร็จ ได้มาคนละจาน หลังจากกินเสร็จน้องพนักงานถามเป็นภาษาเกาหลีว่า “อร่อยมั้ย” อารามตกใจ เลยตอบกลับไปว่า“น่าอร่อย” (ซงซอนเซงนิมจะต้องภูมิใจ)

    ก่อนกลับบ้าน กินคาว ไม่กินหวาน สันดานไพร่ นั่นแหละเลยแวะนั่งกินวัฟเฟิลกัน อร่อยมว๊ากกกก กรอบกำลังดี ไม่หวานมากและความหอมเอาไปเต็มร้อย โกโก้ร้อนก็หอมมาก และคาดว่าจะใช้นมสดชงกับผงโกโก้เลยเพราะไม่นานนัก ลูกเรือของฉันก็มีอาการอยากห้องน้ำขึ้นมาทันที ช่างน่าสงสารจับใจ

    ... ทริปทาก Escargot ช้า..แต่อร่อย (อะไรอร่อย??)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in