Seven rooms : 7 สิ่งเร้นลับในโรงเรียนHacker Dewdie
บทที่ 8 : นอกเหนือตำราเรียน (ตอนแรก)

  •            "คาบต่อไปเรียนอะไรว่ะ?" 

               "อังกฤษ"

               "แม่งเอ๋ย กูต้องเรียนกับป้าคนนั้นอีกแล้วเหรอหวะ กูไม่เอาว่ะ กูจะโดดเรียน มึงจะโดดกับกูป่ะ?"

               "ไป ก็ไปว่ะ"


               ภพธร ยุทธไกร และพลกฤต  นักเรียนชายทั้ง 3 คนนี้ ได้ถูกจัดว่าเป็นตัวแสบอันดับต้นของห้อง ที่ไม่เข้าเรียนวิชาเรียนภาษาอังกฤษบ่อยครั้ง แม้ว่าครูประจำชั้นจะตักเตือนอย่างไร แต่พวกเขาก็ไม่สนใจอะไรเลย


               "ขอบุหรี่ตัวหนึ่งดิ"


               "รอแปบนะ กูขอฉี่ให้เสร็จก่อน"


               หลังจากที่ยุทธไกรทำธุระและล้างมือเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาเอามือล้วงในกระเป๋ากางเกง หยิบซองบุหรี่ออกมาก็ค้นพบว่าเป็นซองเปล่า


               "เห้ยอะไรว่ะ...กูจำได้ว่ามันเหลือตัวหนึ่งนี่นา"


               "พลกฤต เมิงไปซื้อสิ"


               "กูขี้เกียจเหอะ..."


               "เห้ย ไอ้เด็กนั้นเดินมาพอดีเลย กูมีแผนละ"


               หนุ่มนักเรียนในวัยชั้นมัธยมตอนต้นตัวเล็กๆ บางๆ  สวมแว่นกลมสายตาสั้น  ตัดผมทรงนักเรียนตามกฎระเบียบของโรงเรียน  ใส่เสื้อและกางเกงตัวใหญ่ เดินเข้ามาในห้องน้ำเพียงคนเดียว แต่ก็โดนภพธร ยุทธไกร และพลกฤตยืนดักหน้าหนุ่มนักเรียนคนนี้


               "ไอ้แว่น...ขอตังก์หน่อยสิ"


               "ผมไม่มีครับ"  หนุ่มนักเรียนผู้แต่งกายเรียบร้อยพูดจบ หลังจากนั้นก็โดนภพธรตบหัว 1 ครั้ง


               "เห้ย...ไม่มีได้ไง แม่ให้มึงมาเท่าไหร่"


               "ผมไม่มีเงิน ผมซื้อข้าวกลางวันไปหมดแล้ว"  


                "ไอ้แว่น มึงจะให้กูดีๆ หรือว่ามึงจะให้กูค้น" ภพธรพูดจบประโยคสักครู่แล้วก็พูดประโยคถัดมา "ถ้ากูค้นเจอ กูจะเอาเงินทั้งหมดที่มีอยู่ในกระเป๋ามึง มึงจะเลือกเอาว่าจะเอาแบบไหน"


               "ก็ได้พี่..ก็ได้" หนุ่มนักเรียนคนนั้นหยิบเงิน 20 บาทที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อให้เด็กนักเรียนทั้งสามคน


               "ขอบใจนะน้อง มีอะไรจะให้พี่ช่วยก็บอกพี่ได้นะน้อง"



     


    ---




               "กูคิดว่า ช่วงนี้ชีวิตกลุ่มพวกเราชักจะน่าเบื่อเกินไปแล้วว่ะ" ภพธรพูดขึ้นในยามบ่ายของวันหนึ่ง "อุตส่าห์เปิดเทอมใหม่ทั้งที ไม่มีอะไรกิจกรรมเล่นกันเลย มันไม่น่าเบื่อหรือไง"


               "มึงจะทำอะไร"


               "มึงเคยเล่นเกมคิงหรือเปล่า" ภพธรมองหน้าเพื่อนๆ ทั้งสองคน ก็เห็นว่าหน้าเพื่อนทั้งสองคนก็มองภพธรด้วยความงุนงง ภพธรจึงอธิบายต่อ  "ก็คือว่า ภายใน 2 สัปดาห์นี้ พวกมึงหาหญิงและต้องจีบหญิงให้ติดให้ได้ หลังจากจีบติดแล้วก็เดินควงมาหาพวกเรา ใครที่ทำได้ จะได้เป็นคิง ซึ่งสามารถออกคำสั่งให้ใครในที่นี่ทำอะไรก็ได้ แต่อย่าเป็นคำสั่งแผลงๆ ล่ะกัน"


               "ก็มึงมีน้องอิงฟ้านี่นา"


               "กูเลิกยุ่งกับน้องเขาไปแล้วว่ะ"  ภพธรพูด "น้องเขาเล่นตัวมากเกินไป"


               "....."



               "พวกมึงไม่มีคนที่แอบชอบกันบ้างเลยหรือว่ะ นี่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่พวกมึงจะได้ทำเสียที" ภพธรพูดจบ ทั้งยุทธไกรและพลกฤตก็หันหน้ามองสบตากัน "มึงคิดดูนะว่า เรื่องจีบหญิงมันไม่มีในตำราเรียน เราต้องฝึกหัดเรียนรู้ ให้เป็นประสบการณ์ชีวิตว่าการจีบหญิงมันเป็นอย่างไร" 


               "เอางั้นก็ได้ กูก็เอาด้วยว่ะ"


               "เออกูก็เอา"




  •            "มึงๆ จริงๆ คือกูชอบน้องคนนี้ว่ะ กูแอบชอบน้องเขามานานแล้ว แต่ไม่กล้าบอกพวกมึง มึงช่วยเป็นกูได้เปล่าว่ะ" ยุทธไกรพูดคุยกับพลกฤตในช่วงบ่ายของวันหนึ่ง


               "ไหน ไหน" 


               "มึงมองตรงไปที่ 1 นาฬิกา เห็นน้องคนนั้นไหม ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะม้านั่ง นับจากซ้าย 3 โต๊ะนะ คนที่ใส่สายนาฬิากาสีฟ้าอ่ะ" พลกฤตหันไปมองแบบรวดเร็ว แล้วหันมองกลับมา "น้องเขาชื่อชลธิดา อยู่ห้องม. 3 ห้อง 3 น้องเขาชอบกินไอติมรสสตอร์เบอร์รี่ เวลาพัักเที่ยงเขามักจะไปนั่งเล่นห้องสมุด ยกเว้นวันพฤหัส เขาจะมานั่งที่โต๊ะม้านั่ง ช่วงเย็นๆ เขาก็มานั่งรอคุยกับเพื่อนแปบนึง เดี๋ยวเขาก็กลับบ้าน"


               "ทำไมมึงรู้ดีจังเลยว่ะ"


               "ก็กูสืบข้อมูลมาหมดแล้วไงล่ะ การจะจีบใครสักคนต้องรู้เขารู้เราก่อน"  ยุทธไกรตัดจบ แล้วถามกลับ "แล้วของมึงอ่ะ มีความคืบหน้าไปถึงไหนบ้างละ"


               "ถ้ามึงรู้แล้ว ก็อย่าไปบอกให้ใครๆ รู้นะเว้ย" พลกฤตตอบ "คือกูชอบเขมิกาเพื่อนที่อยู่ข้างห้องเราว่ะ"


               "เห้ย คือมึงชอบเขมจริงๆ หรือว่ะ กูนึกว่ามึงแค่แกล้งหยอกล้อกับเขมจริงๆ เสียอีก"


               "ใช่ไง ตอนที่กูหยอกล้อล้อเล่นกับเขมตอนแรกๆ นะ กูก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่แม่งคือว่า พอกูหยอกล้อเรื่อยๆ มันทำให้กูรู้สึกใกล้ชิด และคอยห่วงใยเขาว่ะ มันรู้สึกได้เลยนะว่าเขมเป็นคนสนุก พอไม่ได้แกล้ง มันก็เหงาปากยังไงก็ไม่รู้ กูว่าความรู้สึกนี่มันใช่สำหรับกูนะ"


               "เอ้ย...พูดอะไรกันอยู่เนี่ย ไม่บอกให้กูรู้บ้างหรือไงว่ะ" ภพธรเดินมาเอามือทั้งสองข้างวางไว้บนบ่าทั้งพลกฤตและยุทธไกร 


                "คือกูพูดคุยเรื่องผู้หญิงอ่ะ เมิงหาเจอแล้วยัง"


               "กูแจ่มแจ๋วเลยว่ะเพื่อน"  ภพธรยิ้มให้เพื่อนทั้งสองคน "มึงรู้จักดาวของโรงเรียนที่เป็นนักเต้นรำของโรงเรียนหรือเปล่า"


               "เห้ย บ้า มึงจะจีบดาวของโรงเรียนหรือไง"


               "ใช่ว่ะ กูตามจีบเขามาหลายวันแล้ว" ภพธรตอบ แล้วยื่นรูปของคนที่ภพธรจีบที่อยู่ในมือถือให้กับเพื่อนๆ ทั้งสองดู


               "น่ารักจริงๆ ด้วย"


               "ถ้ามึงได้จริง คงแจ่มแมวน่าดูเลยทีเดียว"



                                                           
    ----


       
               "พวกมึง...ตกลงว่าพวกมึงจีบหญิงกันได้แล้วหรือยัง"



               "กูทำไม่ได้ว่ะ กูยอมจริงๆ"  ยุทธไกรตอบ



               "มึงทำไม่ได้หรือว่ามึงไม่ทำ" พลกฤตพูดโต้กลับไป "ก็เท่าที่กูเห็น มึงก็ไม่มีความพยายามจะขวนขวายไปจีบน้องเขาเท่าไหร่เลย วันๆ มึงเอาก็แต่นั่งเพ้อถึงเขา นั่งฟังเพลงบอกรัก ยังกับเพลงปลุกใจ ไปจีบน้องเขาแนะ"



               "แล้วมึงก็จะให้กูทำยังไงล่ะ" ยุทธไกรพยายามอธิบาย "จะให้กูเดินเข้าไปหาเขา ขอเบอร์โทรน้องเขา มันไม่ใช่แนวทางการจีบของกูอ่ะ  กูค่อยๆ คืบหน้าทีละนิดทีละน้อย ไม่รีบร้อน ให้น้องเขารู้สึกตัวเองว่ามีใครแอบชอบน้องเขาก็ยังจะดีกว่า ขืนบอกตรงๆ ไปเลย  ถ้าเขาไม่รักตอบ  กูก็ทำใจไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ.......กูยอมแพ้ในเกมนี้จริงๆ แล้วเรื่องแฟนของมึงล่ะ"



               "เมื่อวานกูบอกขอคบกันเป็นแฟน เขมก็ํปฏิเสธกู บอกกับกูว่าเป็นคบเป็นเพื่อนกันไปก่อนได้ไหม แต่คือกูไม่โอเคนะ"


               "แล้วมึงทำไงต่อว่ะ"


               "กูไม่รู้ว่ะ ความรู้สึกของกูที่มีต่อเขมนะ มันเป็นความรู้สึกที่เป็นไปแล้ว จนตอนนี้กูก็ยังทำใจไม่ได้เลยว่าจะต้องทำตัวอย่างไร" พลกฤตตอบแล้วค่อยๆ ก้มหน้าลง 


                 "กูคิดว่าจะอยู่ห่างๆ จากเขม และค่อยเดินออกห่างจากเขมนะยังจะดีกว่า บางทีวิธีนี้เป็นเรื่องที่ดีที่ต้องบอกเลิกกับเขาตรงไปตรงมา"  พลกฤตก้มมอง ไม่สบหน้าสบตากับยุทธไกร 


               "แล้วมึงล่ะ ภพธร"


               "กูขอจินต์จุฑาเป็นแฟนแล้วนะ ถ้ามึงไม่เชื่อก็ดูรูปนี้สิ" ภพธรยื่นโทรศัพท์มือถือโชว์รูปภาพให้เพื่อนๆ ดู "มีรูปที่เราไปเที่ยวด้วยกัน กินขนมด้วยกัน  มีรูปทีี่เธอนอนบนตักด้วย"


               "ยอดเลยว่ะ มึงเก่งจัง"



               "ก็ไม่เท่าไหร่หรอก" ภพธรยิ้มอย่างมีเลศนัย "ตกลงว่ามีกูคนเดียวที่จีบหญิงติด ส่วนพวกมึงทั้งคู่ก็แห้วแดกไม่ติดสินะ"


              

               "งั้นตามกฎของเกม คือกูจะได้เป็็นคิง งั้นเย็นนี้พวกมึงต้องเลี้ยงข้าวกู เดีี๋ยวกูจะนัดน้องจินต์มากินข้าวกับพวกเรา และจะเปิดตัวให้รู้จักกันด้วย"
                   
               

               -----------------------


  •          

             ผ่านไปนาน 3 สัปดาห์ เป็นช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเริ่มต้นการเข้าสู่ช่วงสอบปลายภาค นักเรียนในโรงเรียนหลายกลุ่มรวมตัวใต้ม้านั่งหินอ่อน บ้างก็นั่งจับกลุ่มหน้าอาคารเรียน ส่วนหนึ่งจับกลุ่มเพื่อทบทวนวิชาเรียน ส่วนหนึ่งจับกลุ่มทำการบ้านและงานที่ค้างคาไว้ให้แล้วเสร็จ


                ยกเว้นชายหนุ่มทั้งสามคน ภพธร ยุทธไกรและพลกฤต ที่นั่งเอ้อระเหยลอยชายใต้ม้านั่งหินอ่อนหน้าอาคารเรียน 4 ยุทธไกรนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอย่างสนุกสนาน ภพธรนั่งคุยกับจินต์จุฑาด้วยถ้อยคำที่หวานซึ้ง ส่วนพลกฤตนั่งคุยกับผู้หญิงคนใหม่ที่เพิ่งคบกันได้ไม่นาน 



                "มึงจะเอายังไงกับกูบอกมา"  


                เสียงห้าวๆ ใสๆ ดังเข้ามาตัดจังหวะในกลุ่มชายหนุ่มทั้งสามโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้ภพธร ยุทธไกรและพลกฤตสะดุ้งด้วยความตกใจและหันหน้าไปหาที่มาของเสียง


                "เขม"  พลกฤตพูดขึ้น


                "มึงเป็น --- อะไร ทำไมช่วงนี้มึงหายไป ทำไมมึงไม่คุยกับกู"


                "ใจเย็นๆ เขม เธอเป็นบ้าอะไรขึ้นมา" พลกฤตลุกขึ้นยืน แล้วมองหน้าเขม "มานี่มา มาคุยกันให้รู้เรื่องหน่อยสิว่าเป็นอะไรยังไง"
              

                 พลกฤตคว้าแขนของเขมมิกา ลากตัวเขมไปยังข้างอาคารเรียน 4  เขมสะบัดแขน จนมือของพลกฤตหลุดจากการจับกุม


                "มึงพูดมาสิ มึงจะเอายังไงกับกู จู่ๆ มึงก็หายไป ไม่พูดไม่จากับกู หลบหน้าหลบตาหายไป มึงไม่ชอบกูแล้วหรือไงว่ะ" เขมพยายามใช้มือตบตีพลกฤต แต่พลกฤตคอยปัดกวาดไม่แขนของเขมโดนตัวเอง





                "เห้ย..ใจเย็นดิว่ะ...คือเราชอบนะ แต่คือ เรา เรา"


                "ยังไง ยังไง กูกับมึงเป็นเพื่อนกัน แล้วมึงก็ตอบแทนกู ด้วยการหนีกูไปชอบคนอื่น โดยทิ้งให้กูเจ็บอย่างนี้เหรอ" หลังจากที่เขมพูดจบ พลกฤตจ้องมองเขมด้วยสายตาที่ดุดัน และใช้มือรวบแขนของเขมบีบอย่างแรง ทำให้เขมเริ่มสั่นด้วยความกลัว พลกฤตเห็นน้ำใสๆ ไหลมาจากตา  ทำให้พลกฤตปล่อยมือเขม  


                "ทำไมแกต้องทำอย่างนี้กับฉัน  ทั้งๆ ทีี่ฉันเฝ้ารอวันทีี่แกจะกลับมาคุยกับฉัันอีกสักครั้ง  แต่แกกลับไม่สนใจ แล้วไปสนใจอีีตาบ้าคนนั้นทำไม   ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมการคบกับแกแค่เพื่อนกันทำให้แกต้องเมินฉัน ถ้าไม่ใช่สถานะคำว่าแฟน แกจะไม่ทำแบบที่เคยทำมาเลยใช่ไหม"



                 "ก็ใช่สิ เพราะความรู้สึกของเรามันบอกให้ทำอย่างนั้น ถ้าเป็นเพื่อนกันแล้วเราจะห้ามความรู้สึกตัวเองได้อย่างไร เรารู้ตัวเองดี เพราะคำว่ารักและห่วงใยที่มันมีต่อเธอมากขึ้น จะให้คบกันเป็นแค่เพื่อนมันก็คงไม่ไหว ถ้ายังติดอยู่ในฐานะเพื่อนกัน และเป็นเพื่อนกันไปตลอดอย่างนั้น แล้วเราจะมีความหวังไหมละ"



                "แกไม่รู้และไม่เข้าใจหรอกว่า การที่เอ่ยปากคบกับเธอในสถานะแค่เพื่อนกัน ทั้งๆ ที่ฉันรู้สึกดี มันอึดอัดมากขนาดไหน กับการที่ต้องคอยมาชั่งใจว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร มันโคตรจะเจ็บปวดและทรมาน แกไม่ใช่ผู้หญิง แกคงไม่เข้าใจความรู้สึกหรอกนะว่า ผู้ชายที่ผ่านเข้ามา จะเป็นคนอย่างไร อาจจะจริงจังหรือรักเล่นๆ กันไปใครจะไปรู้  สิ่งที่ฉันก็รู้ว่าแกก็ทุ่มเทกับการจะเป็นแฟนกับฉัน ฉันก็ชอบในสิ่งที่แกทำ แต่ในวันนีี้ วัยนี้ ฉันก็ไม่อยากเป็นแฟนกัน คบๆ กันเป็นเพื่อนไปก่อนได้ไหม"


                "..." พลกฤตอ้ำอึ้ง และนิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง


               "งั้น...เราขอโทษนะ เรากลับไปคุยกับแกได้ แต่จะให้สนิทกันเหมือนเมื่อก่อนมันทำไม่ได้จริงๆ" พลกฤตหันหลังและเดินไปอย่างรวดเร็็ว ปล่อยให้เขมยืนนิ่ง แข็งทื่ออยู่ตรงนั้น


                                                                   ---------------------

  •            "กูคิดว่า ถ้ากูจะเลิกกับจินต์ มึงคิดว่าไงบ้าง"


               ภพธร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กล่าวขึ้นอย่างลอยๆ ในห้องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย โดยที่มียุทธไกรนั่งอยู่ข้างๆ และกำลังนั่งชมเว็บไซต์อย่างสนุกสนาน หลังจากภพธรพูดจบ ทำให้ยุทธไกรวางมือจากเม้าส์และหันหน้ามามองภพธร


               "เห้ย มึงจะเลิกกับน้องเขาทำไมวะ"


               " กูไม่รู้สิ" ภพธรตอบด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย "กูรู้สึกเหมือนว่ากูคบกับจินต์ แล้วรู้สึกแปลกๆ เซงๆ  มันเหมือนกับมีอะไรบางอย่างที่มันไม่ใช่"


               "แต่กูก็เห็นมึงเดินด้วยกัน ไปกินข้าวเที่ยวด้วยกัน เลิกเรียนก็เดินไปส่ง กอดคอกัน โอบไหล่กัน ไปเที่ยวด้วยกัน โทรหากันทุกคืน แล้วสิ่งเหล่านั้นมันไม่ใช่สิ่งที่มึงต้องการหรือไงกัน"


               "ไอ้ที่ใช่นะใช่"


               "แต่สิ่งที่ไม่ใช่คือไม่ใช่ คนภายนอกมองมาก็รู้ว่าเราสองคนนะรักกันดี อยู่กันดีงาม แต่สำหรับกูมันรู้สึกเหมือนเหงา ทรมานอย่างบอกไม่ถูก มันรู้สึกเฉยๆ ต่อน้องเขา มันรู้สึกเบื่อๆ จะไปพบหน้าน้องเขา ถ้ากูเลิกกับน้องเขาให้มันเป็็นที่แน่นอนมันจะดีไหม" 


               "แต่มึง......"  ยุทธไกรตอบ  "มึงลองคิดดีๆ นะ ความรักของมึงก็หวานแหววนะ มึงรักจินต์ จินต์ก็รักมึง กูก็ดูออก  การที่มึงจะรักใครสักคนแล้วมีคนมารักตอบนะ มันไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายๆ หรอกนะ กูไม่อยากให้มึงเลิกกันเลย  มึงจีบน้องเขามาจนถึงป่านนี้แล้ว มึงจะเลิกทำไม มึงต้องสู้ต่อดิว่ะ"


               "เสร็จแล้วว่ะ...." พลกฤตพูดขึ้นมา


               "เดี๋ยวมึงไดร์ฟลงซีดีให้กูแผ่นหนึ่งนะ......แล้ว"  ยุทธไกรตอบ


               "อะไรอ่ะ"  


               ยุทธไกร ยื่นซองซีดีให้ภพธรดู แล้วพูดว่า "เอาป่ะ...นางเอกที่กำลังฮอตฮิตในตอนนี้เลยนะเนี่ย"


               "เออ เอาด้วย งั้นไดร์ฟให้กูอีกแผ่นนะ"

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in