เสน่หาคาตาโลเนียNuchanan
(5) ตื่น
  • ผมตื่นขึ้นมา ไม่ตกใจกับฝันสักเท่าไร เคยฝันแบบนี้หลายครั้งแล้ว แต่ผมสงสัยเสียงร้องมากกว่า มันดังขึ้นจริงๆ ในโลกความจริง ไม่ใช่ในฝัน ผมออกจากห้องนอน ได้ยินเสียงร้องอีกครั้ง เสียงมาจากทางห้องนอนของลาเพ ผมทุบประตูห้องนอนใหญ่ สักพักลาเพเปิดประตูออกมา เธอใส่ชุดนอนสีขาว ปล่อยผมสยาย

    “เมื่อกี้เสียงคุณใช่ไหม ลาเพ” ผมถามเธอ

    ลาเพไม่ยอมรับ

    “เสียงคุณแน่ๆ ผมได้ยินนะ”

    ลาเพไม่ตอบ แต่เดินมานั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ผมตามไปนั่งข้างกัน เธอหลบตาผม เม้มปากไปมา

    “เธอได้ยินเสียงฉันด้วยเหรอ” ลาเพพูด ในที่สุดเธอก็ยอมรับ

    “คุณร้องเสียงดังขนาดนั้น คุณละเมอหรือเปล่า”

    “คงแปลกที่น่ะ ไม่มีอะไรหรอก”

    “ตอนอยู่บนเครื่องบิน คุณกินยานอนหลับใช่ไหม คุณอยากจะหลับให้สนิท จะได้ไม่ละเมอร้องบนเครื่องบินใช่ไหม”

    ลาเพสะดุ้ง ผมคาดไว้ไม่ผิด บนเครื่องบินเธอกินยานอนหลับ ผมรู้ดี พวกยากล่อมประสาท ยานอนหลับผมเห็นบ่อย มองปราดเดียวก็รู้แล้ว

    “คุณเป็นแบบนี้มานานยัง” ผมถาม

    “สมัยก่อนฉันเป็นบ่อย ก็หายไปหลายปี เพิ่งกลับมาละเมอช่วงสองสามปีนี้”

    “ลุงมิครู้หรือเปล่า”

    “เกี่ยวอะไรกับมิค”

    “ก็คุณไม่เคยค้างที่บ้านลุงเลย พอสักสองทุ่มคุณก็กลับบ้านทุกที แล้วนี่จองแบบสองห้องนอน ห้องกว้างขนาดนี้ คุณกะไม่ให้ลุงมิคได้ยินเสียงคุณร้องใช่ไหม”


    ลาเพไม่ตอบ เธอกลับเข้าไปในห้องนอนใหญ่ สักพักเธอออกมาพร้อมซองยา แล้วเดินไปที่ห้องกินข้าว ผมเดินตามไป เห็นลาเพรินน้ำใส่แก้วใบใหญ่ ซองยาวางอยู่บนโต๊ะอาหาร

    “ฉันเตรียมยานอนหลับมาไว้กินบนเครื่องบิน นี่ก็เหลือแค่เม็ดเดียวสำหรับขากลับ แต่ฉันมียาแก้แพ้ติดมาด้วย สงสัยฉันต้องกินยาแก้แพ้แล้วล่ะ จะได้ง่วง ฉันจะได้หลับสนิท ไม่ละเมอ เดี๋ยวจะไปรบกวนคนอื่น”

    เธอเน้นเสียงตรงคำว่า 'คนอื่น'


    ลาเพรินน้ำใส่จนเกือบเต็มแก้ว เธอหยิบยาวางลงบนฝ่ามือซ้าย แล้วใช้มือขวาจับแก้ว เธอกำลังจะกินยาเม็ดต่อหน้าผมอีกแล้ว ผมเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ ผมเกลียด ไม่ชอบเห็นคนกินยาเม็ด ผมปัดแก้วในมือลาเพอย่างแรง น้ำหกรดชุดนอนเธอ เปียกไปทั้งตัว ชุดนอนขาวเปียกแนบเรือนร่าง มองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่งว่าข้างใต้นั้น มีส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างไร ที่สำคัญที่สุดเห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้ใส่บรา

    หน้าของผมร้อนผ่าว ผมรีบไปเอาผ้าเช็ดตัวในห้องน้ำมาคลุมตัวลาเพไว้ ตัวเธอสั่นไปหมด

    “ไม่ต้องกินยาหรอกนะ ไม่เป็นไรหรอก ผมนอนได้ ถ้าคุณร้องอีก ผมก็จะตื่นขึ้นมาดูว่าคุณโอเคไหม ไม่เป็นไรนะ ลาเพ” ผมบอกเธอ ลาเพนิ่งเงียบ ไม่โต้ตอบ แล้วเธอก็คว้าซองยา เดินก้มหน้าก้มตากลับไปที่ห้องนอนใหญ่


    หลังจากเช็ดพื้นห้องกินข้าวจนแห้งดีแล้ว ผมกลับไปที่ห้องนอนเล็ก ทิ้งตัวนอนคว่ำลงบนเตียง พยายามขจัดภาพลาเพกับเสื้อเปียกน้ำของเธอออกไปจากหัว แต่มันก็ยังคงวนเวียนอยู่อย่างนั้น


    ***


    ผมตื่นสิบโมง สายเกินไปที่จะพูดคุยกับลาเพ เธอออกไปข้างนอกแล้ว ลาเพทิ้งกระดาษใบน้อยไว้ที่โต๊ะอาหาร ใจความว่า “ฉันไปประชุม กลับค่ำ ไม่ต้องรอ” ข้อความกะทัดรัด สั้นห้วน นักเขียนใจร้าย เธอจะเสียเวลาเขียนชื่อผมสักนิดก็ไม่ได้ อย่างไรก็ตามผมเก็บกระดาษใบจ้อยใบนี้ไว้เป็นอย่างดี

    นี่ลายมือของลาเพเชียวนะ


    ผมอาบน้ำแต่งตัว เสื้อแขนสั้น กางเกงดำ ผมหยิบเสื้อโค้ตสีเทาไปด้วย แล้วลงไปกินอาหารเช้าของโรงแรม นั่งที่โต๊ะใกล้ประตูทางออก มองเห็นฟุตบาทหน้าโรงแรม ผมดื่มกาแฟ กินขนมปัง ทุกอย่างดูแปลกใหม่ ทั้งบรรยากาศรอบตัว อากาศเย็นแห้ง ไม่ร้อนชื้นเหมือนเอเชีย ของกินและเครื่องดื่มที่อยู่ตรงหน้า กาแฟสเปนใส่นม คาเฟ่ คอน เลเช่ ขนมปังแช่นมชุบไข่ทอดในน้ำมันมะกอก โรยด้วยชินนามอนกับน้ำตาล ทอริฮาส ผู้คนที่เดินผ่าน ชาวยุโรปผิวขาว ทางเดินแปลกหูแปลกตา มาเมืองนอกก็แบบนี้ รู้สึกเหมือนเราทิ้งชีวิตที่เคยเป็นอยู่ไว้เบื้องหลัง เหมือนได้ไปอยู่บนโลกใหม่ ทั้งที่เป็นโลกใบเดียวกัน


    ก่อนมาสเปนลุงมิคบอกผมว่าให้ไปช่วยดูแลลาเพ เธอจะเขียนหนังสือท่องเที่ยวสเปน ต้องมาคุยกับทางสำนักพิมพ์ที่สเปน เธอจะประชุมหนึ่งวัน ส่วนวันที่เหลือ ให้ผมพาเธอเที่ยวด้วย ช่วงหลังลาเพดูเคร่งเครียดมาก ลุงอยากให้เธอได้เที่ยวผ่อนคลาย หลังจากเหตุการณ์ที่ทะเลาะกันวันนั้น ผมเห็นสาวผมแดงมาบ้านลุงอีกสองสามครั้ง ส่วนลาเพก็ไม่ไปที่บ้านลุงมิคอีก แต่ลุงก็ไม่ล้มแผนไปสเปน ผมไม่รู้ว่าสองคนนั่นจะเอายังไง ยังไม่เห็นใครบอกเลิกกับใคร


    บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่าลุงส่งผมมาแทนทำไม ลุงมั่นใจว่าผมเป็นคนดี ไม่มีอะไรเกินเลย หรือว่าลุงไม่สนใจว่าผมกับเธอจะทำอะไรกัน หรือลุงเป็นห่วงไม่อยากให้เธอมาคนเดียว ห่วงเธอ แต่ไม่หวงถ้าจะมีคนอื่นมาอยู่ใกล้เธอ


    ...ติดตามตอนต่อไป

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in