เสน่หาคาตาโลเนียNuchanan
(9) อากาศเย็น
  • “ฉันออกจากบ้านตั้งแต่จบไฮสคูล ตอนแรกฉันไปนอนที่สำนักพิมพ์”

    “หา คุณเนี่ยนะ” ลาเพเขียนนิยายที่สร้างแรงบันดาลใจมากมาย ราวกับว่าเธอมีพลังใจล้นเหลือ ภาพที่ผมวาดไว้คือเธอน่าจะมีครอบครัวที่อบอุ่นมาก คอยสนับสนุนเธอ

    “ฉันไม่ชอบบ้านของตัวเองน่ะ พ่อไม่ชอบฉัน เขาอยากได้ลูกชาย เขาไม่เคยรักฉันเลย ถ้าฉันทำอะไรผิดถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าพ่อรู้ พ่อก็จะด่าฉันแรงมาก แม่ก็ช่วยอะไรไม่ได้” ลาเพพูดต่อ

    “ฉันเรียนเก่งนะ ฉันทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เขียนหนังสือขาย พอฉันมีเงินของตัวเอง พ่อก็เปลี่ยนจากไม่ชอบฉันเป็นเกลียดฉันไปเลย เขาไม่อยากให้ฉันเป็นนักเขียน ตอนอยู่บ้านความเก่งของฉันมันไม่มีค่าเลย เพราะฉันทำได้ทุกอย่าง”

    ลาเพหยุดเล่านิดนึง “ยกเว้นอย่างเดียว” น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่น

    “ฉันเป็นลูกชายให้พ่อไม่ได้ พอรู้ตัวอีกทีฉันก็มาทำงานที่สำนักพิมพ์ แล้วไม่เคยกลับไปที่บ้านอีกเลย ฉันไม่อยากให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ มันอธิบายลำบาก”


    เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ผมอีก “ตอนแรกที่ฉันเจอลุงเธอ เขาดีกับฉันมากนะ ฉันเคยคิดว่า ‘นี่ไง ผู้ชายที่จะรักฉัน อ่อนโยนกับฉัน ไม่เหมือนพ่อฉัน’ สุดท้ายก็เหมือนกันหมด”

    ลาเพเหมือนแจกันร้าว จะประคองตัวให้เหมือนเดิมก็เจ็บ จะปล่อยให้ทุกอย่างแยกออกจากกันก็ไม่เหลือตัวตน หากเทน้ำลงไป แจกันอาจแตกกระจาย

    แต่ผมอยากลองเสี่ยงดู เธออาจยอมรับผมก็ได้

    “ให้ผมทำให้คุณลืมเรื่องนี้นะ หรือถ้าผมทำให้คุณลืมมันไม่ได้ อย่างน้อยขอให้ผมอยู่ใกล้ๆ คุณได้ไหม”

    ผมรวบตัวลาเพเข้ามากอด ค่อยๆ กอดอย่างช้าๆ


    อากาศเย็นในบาร์เซโลนาดูดดึงความชุ่มชื้นจากริมฝีปากผมไปจนหมด ริมฝีปากของผมแห้งผาก ผมเลยต้องมาหาความหวานฉ่ำจากริมฝีปากของลาเพแทน เบียร์และแซงเกรียสีเลือดเหยือกนั้นทำให้เธอระวังตัวน้อยลง เธอจูบตอบ ผมอุ้มลาเพไปที่ห้องนอนใหญ่ วางเธอลงบนเตียง เสื้อผ้าถูกถอดออกทีละชิ้น ทีละชิ้น ผมจูบเธอทั้งตัว เราสองคนมีอะไรกันในคืนนั้น


    ***


    ผมตื่นที่ห้องนอนใหญ่ ลาเพไม่ได้อยู่ในห้อง หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ผมลงไปที่ห้องอาหารชั้นล่าง เห็นลาเพนั่งอยู่ที่โต๊ะติดผนัง ใส่เสื้อสีน้ำเงิน เธอรวบผมขึ้นทั้งหมดเป็นหางม้า ผมเดินไปนั่งเก้าอี้ด้านตรงข้ามกับเธอ

    ลาเพกำลังดื่มชา มีตะกร้าขนมปังวางอยู่บนโต๊ะ เธอเงยหน้าขึ้น เส้นผมที่รวบขึ้นนั้นทำให้เผยกรอบหน้าทั้งหมด เมื่อเห็นใบหน้านั้นแล้ว ผมรู้แล้วว่าลาเพหน้าเหมือนใคร

    แม่ ลาเพหน้าเหมือนแม่ผมเลย

    ดวงตาสีน้ำตาลไหม้ของลาเพทำให้ผมเขวไป แม่ผมตาสีดำสนิท ลาเพหยิบขนมปังมาบิกิน สีหน้าเรียบเฉยตามเคย ผมสั่งกาแฟคาปูชิโน นั่งจิบกาแฟ ไม่กล้าพูดกับลาเพ

    “เธอบอกว่าตุ๊กตานั่นซื้อจากที่ไหนนะ” ในที่สุดเธอก็พูด

    “ร้านที่ถนนลา รัมบลา คุณอยากไปไหม วันนี้เราไปกัน”


    ผมพาลาเพไปที่ถนนลา รัมบลา จับมือเธอตลอดทาง เธอจับมือผมกระชับเข้ามา พอถึงหัวถนน ลาเพหยิบกล้องถ่ายรูปออกมา เธอถ่ายรูปด้วยตัวเอง แล้วผมก็ถ่ายรูปเธอให้ ผมคล้องกล้องไว้ที่คอ หลังจากถ่ายรูปเสร็จแล้ว ผมเดินไปชิดลาเพ ผมหยิบมือถือขึ้นมา เปิดกล้องหน้า ย่อตัวลงจนไหล่ของผมอยู่ระดับเดียวกับไหล่เธอ ผมเอียงคอให้แก้มผมอยู่ใกล้แก้มลาเพมากที่สุด

    “ถ่ายรูปด้วยกันนะ” ผมพูดพลางแตะหน้าจอให้กล้องหน้าโฟกัสให้ชัดขึ้น ลาเพเดินหนีไม่ยอมถ่ายรูปคู่ ผมประหลาดใจมาก

    “คุณไม่อยากมีรูปคู่กับผมเหรอ”

    “ฉันไม่อยากถ่าย”

    ผมเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง ถึงจะอยากถ่ายรูปคู่เธอมากแค่ไหน ผมก็ต้องตามใจเธอ

    ผมพาลาเพไปดูร้านของที่ระลึก ร้านที่ผมซื้อตุ๊กตาระบำสเปน เธอดูผ่อนคลายมาก ช่วงที่ลาเพเดินดูของอยู่นั้น ผมเอามือถือถ่ายรูปลาเพจากหน้าจอกล้องถ่ายรูป


    หลังจากเดินเที่ยวในถนนลา รัมบลาแล้ว เราไปร้านอาหารแถวท่าเรือร้านเดิมที่ผมมากิน เพื่อทานมื้อเที่ยง ออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อยผมสั่งปาทาทาส ปราวาส มันฝรั่งทอด ลาเพสั่งสลัดผักใส่แฮม ส่วนอาหารจานหลักเป็น โคชินีโย อาซาโด ลูกหมูอบเสิร์ฟมาทั้งตัว กับข้าวผัดสเปน ปาเอลย่า ข้าวผัดเม็ดเล็กแข็งใส่กุ้งตัวโต หอยตัวใหญ่ ตบท้ายด้วยแคมบูลเล่เป็นของหวาน


    ในการไปต่างประเทศแต่ละครั้ง ผมตั้งใจที่จะทานอาหารของประเทศนั้นๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมชอบอาหารที่บาร์เซโลนามาก เมืองติดทะเลมีอาหารทะเลทุกชนิด ผมไม้พวกส้ม เลมอน อุดมสมบูรณ์

    “ทะเลที่นี่สวยดีนะ” ลาเพพูด

    “เราไปทะเลที่อีกเมืองดีไหม ผมรู้จักเมืองซิทเกส เป็นเมืองตากอากาศอยู่ไม่ไกลจากบาร์เซ นั่งรถไฟไปไม่นานหรอก”

    “คืนพรุ่งนี้ เราต้องขึ้นเครื่องกลับกันแล้วนะ จะไปเมืองอื่นอีกเหรอ”

    “คุณมาเมืองนอกทั้งที จะอยู่แค่เมืองเดียว? ไปกันเถอะ” ผมชวน “ไปกันเลย ไม่ต้องเช็คเอาท์ออกหรอก จะได้เอาของไว้ที่นี้ด้วย”

    “ถ้าไปซิทเกสแล้วหาที่พักไม่ได้ล่ะ” ลาเพถาม ผมว่าเธอกังวลมากไป

    “ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ เราก็แวะเข้าบาร์ นั่งกันถึงเช้า อีกวันก็กลับบาร์เซ”

    ลาเพชักคล้อยตาม ในที่สุดเธอยอมไป เรากลับโรงแรมไปเอาของใช้เท่าที่จำเป็น เสื้อผ้าอีกนิดหน่อย แล้วจับรถไฟข้ามเมือง


    ...ติดตามตอนต่อไป

    [YouTube ช่องเรามีติวชีวะด้วยน้า เราติวเอง ฝากกด like กด share กดติดตามกันด้วยจ้า]
    สุขสันต์วันสงกรานต์ ขอให้สำราญ เบิกบานกันน้า...

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
thursday_lazy (@thursday_lazy)
ตามอ่านอยู่เงียบๆ สนุกมากค่ะ

อัพบ่อยๆน๊า >.,<
Nuchanan (@nuchanan)
@thursday_lazy ขอบคุณนะคะ อ่านแล้วมีกำลังใจ \(^^)/