บ้าบอใน Bostonพอวอ*
IELTS (4-การเตรียมตัวสอบ+trickการทำข้อสอบ Writing และ Speaking)
  • เนื่องจากเราค่อนข้างจะกากใน 2 part นี้ เลยไม่ค่อยมีอะไรแนะนำมากนัก ขอรวบไว้ในบทเดียวกันเลยนะ ทั้ง Writing และ speaking ถือเป็นจุดอ่อนของเรา และเราคิดว่ามันต้องมีคนสอนอะ คือไม่สามารถฝึกคนเดียวแล้วประเมินได้ว่าตัวเองถูกรึเปล่าเหมือน Reading และ Listening  เราเลยเรียนพิเศษกับครูฝรั่ง ให้ครูสอนพูดและเขียน

    Writing


    ข้อสอบจะมี 2 part Part แรกจะเป็นอธิบายพวกกราฟต่าง ๆ Part 2 จะเป็นการเขียน essay ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ น่าจะหาอ่านตามพวกเว็บเตรียมสอบได้ มีเวลาทั้งหมด 60 นาที ซึ่งควรแบ่งเป็น Part แรก 20 นาที Part 2 40 นาที เพราะคะแนนไม่เท่ากันโดย Part ที่สองจะมีคะแนนมากกว่า บางคนแนะนำให้ทำ part 2 ก่อนด้วยซ้ำ 

    Part 1 เป็นแนวบรรยายกราฟ เนื้อหาตรงนี้จะเป็น Fact ต้องคิดว่าเราจะบรรยายยังไงให้คนที่ไม่เห็นกราฟวาดภาพกราฟได้

    - กราฟพูดถึงอะไร (ถ้าเป็น pie chart หรืออะไรก็ต้องเขียนตามนั้น ไม่ใช่ chart chart chart นะ) ใช้ paraphrase เยอะๆ  เช่น หัวข้อเขาบอกว่า This graph shows oil consuming in the US เราก็อาจจะเปลี่ยนเป็น fuel usage in the United.... ประมาณนี้ไป แต่ต้องชัวร์ว่าสิ่งที่เรา paraphrase ต้องแปลแล้วความหมายไม่ต่างจากที่เขาให้มา

    -  เขาจะกำหนดให้เขียนประมาณ 150 words ต้องเขียนให้เกิน ห้ามเขียนน้อยกว่านั้นเพราะจะโดนหักคะแนน แต่ก็อย่าเขียนเยอะเกินไปเพราะจะเสียเวลาในการเขียนอีกพาร์ต วิธีการนับคือไม่ใช่นับทุกคำ เสียเวลามาก เราต้องฝึกเขียนแล้วลองดูว่าลายมือเราใน 1 บรรทัดมีประมาณกี่คำ เช่นของเรา 1 บรรทัดมีประมาณ 10 คำ เวลานับเราก็จะนับให้ได้ 15 บรรทัดขึ้นไป เผื่อ ๆ อีก 5 บรรทัด เป็นต้น

    - สิ่งที่ควรเขียนคือ ภาพรวม ค่ามากสุด ค่าน้อยสุด ความเหมือน ความต่าง สรุป อาจจะเพิ่มแนวโน้มในอนาคตด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น tense ต้องถูกด้วยนะ

    - เราค่อนข้างโง่แกรมม่า ใช้การจำรูปประโยคที่น่าจะได้ใช้เอาเลย 555+ 

    - พยายามดูคำศัพท์ที่บรรยายปริมาณต่าง ๆ ไว้ให้เยอะ ๆ มากกว่า น้อยกว่า มากขึ้น ลดลง พวกเปอร์เซนต์และสัดส่วนต่าง ๆ ก็ไม่ใช่แค่ 25% 50% ถ้ารู้ศัพท์พวก half, just above a quarter .... อะไรงี้ก็จะดูหรูขึ้น ที่สำคัญคือมันเพิ่มจำนวนคำให้เราด้วย ก็ควรลองศึกษาไว้
    ในนี้เขียนไว้ค่อนข้างดีค่ะ
    http://www.oxbridge.in.th/ielts-writing-task-1/5-ielts-writing-task-1-tips

    Part 2 อันนี้จะยากขึ้น เพราะต้องเขียนยาวขึ้นแล้วเราก็ต้องใช้ความคิดด้วย ไม่ใช่แค่บรรยายตามกราฟละ

    อาจารย์เราแนะนำว่า ควรมีหลัก ๆ 3 ส่วนคือ บทนำ เนื้อหา และสรุป 
    เขียนโครงร่างคร่าว ๆ ก่อนเขียนจริง จะได้ไม่ต้องลบ ๆ แก้ ๆ แต่อย่าใช้เวลาเยอะเกินไป 

    ถ้าเขาบอกให้ discuss ก็ควรมีทั้งส่วนดี ส่วนเสีย ถ้าจะเขียนให้ smooth ก็คือพูดถึงด้านที่เราไม่เห้นด้วยก่อน แล้วค่อยพูดด้านที่เราเห้นด้วย เพราะมันจะได้โยงไปถึงตอนสรุป จะได้ไม่รู้สึกว่าอ่านข้ามไปมา
    ถ้าเขาให้เขียน solution ควรเขียนอะไรที่เป็นรูปธรรม เช่น ถ้าอยากลดการใช้ทรัพยากร อย่าเขียนแค่แนวรณรงค์ให้คนเห็นความสำคัญบลาบลาบลา แต่ให้เขียนไปเลย เช่น 1 ดีดนิ้วให้คนตายไปครึ่งโลก อะไรงี้ กรรมการเขาไม่ได้ดูจริยธรรม เขาอยากดูแนวทางการแก้ปัญหา ไรงี้อะ

    ควรศึกษาคำศัพท์ในหมวดหมู่ที่เจอบ่อย เช่น ปัญหาโลกร้อน crime, education, health, workplace, culture, social etc ถ้ามีคำศัพท์ที่จำเพาะเจาะจงก็จะได้คะแนนเยอะกว่าพูดรวม ๆ เช่น ถ้าเป็นเรื่อง health เราควรเขียนศัพท์พวก disease, hypertension, diabetes, nutrition, ... มากกว่า good food, good health, hospital, illness

    - ทั้งสองพาร์ตต้องมีเวลาตรวจทานด้วยนะ
    Part writing เราได้ Band 6 ก็ประมาณไว้เท่านี้ เพราะโง่แกรมม่าจริง ๆ 555+


    Speaking 

    Part สุดท้ายแล้ว
    การสอบ speaking เขาจะบอกเราในตอนเข้าสอบข้อเขียนว่าเราจะได้สอบพูดวันไหน เวลาเท่าไหร่ ควรมาถึงก่อนเวลานัดเพราะบางทีคนก่อนหน้าเสร็จเร็ว (ของเรานัดคิวทุ่มนึง ไปถึงหกโมงเย็นเขาบอกว่ากำลังจะโทรตามเพราะคนก่อนหน้าเสร็จแล้ว) อันนี้แล้วแต่ดวงจริง ๆ ว่าจะได้เจอใคร เราได้ฝรั่งแก่ ๆ หน่อย พูดงึมงำในลำคอ แล้วอาจารย์บอกว่าถ้าเป็นคนแก่ ๆ ถ้าเราพูดเร็วแล้วไม่ได้เน้น accent เขาจะฟังไม่ชัดแล้วจะหักคะแนนได้
    เขาจะให้เข้าไปแต่ตัวและบัตรประชาชน โดยก่อนเข้าจะให้เขียนชื่อที่อยู่ที่จะให้ส่งผลบนซองก่อน
    เราสอบ idp ห้องสอบจะมีห้องเดียว แล้วก็ผลัดกันเข้าไป ข้อดีคือไม่เสียสมาธิจากคนข้าง ๆ ข้อเสียคือกดดันมากแจร้ 555+
    กรรมการจะเดินออกมาบอกให้เราเข้าไปได้ เราก็เคาะประตูแล้วก็เดินเข้าไป เขาก็จะอัดเสียง ถามชื่อเรา ชวนเราคุยเล็กน้อย ขอดูบัตรประชาชน แล้วก็เริ่มการสอบ

    1. Interview
     เป็นการถามคำถามทั่วไปประมาณ 4-5 คำถาม พยายามอย่าตอบแค่ yes/no ให้พยายามขยายความด้วย เช่น
    R u studying? อย่าตอบแค่ Y/N ให้ตอบไปเช่น Yes, I'm studying at ....... ประมาณนี้
    บางคำถามจะเกี่ยวกับความชอบของเรา เช่นเพลง หนัง เราเองไม่มีอะไรที่ชอบเป็นพิเศษ แต่ก็ต้องเตรียมคำตอบส่วนนี้ไปด้วย ไม่งั้นมันจะเ็นเดดแอร์อะ เช่น คุณชอบฟังเพลงแนวไหน / ฉันไม่ฟังเพลง จบ ก็มั่ว ๆ ไปก็ได้ ชอบป๊อบ ชอบร๊อก นักร้องที่ชอบ อะไรงี้ จะได้ extend คำตอบให้ยาวขึ้น

    2. Topic
    เขาจะให้ Topic card เรามา ให้เราเตรียมตัวประมาณ 1 นาทีและพูดประมาณ 2 นาที เขาจะมีกระดาษให้ ให้เราจดคร่าว ๆ ก็ได้ว่าจะพูดเรื่องอะไร จริง ๆ หัวข้อพวกนี้ก็จะซ้ำ ๆ พยายามเตรียมตัวจากหนังสือหรือเว็บเตรียมสอบก็ได้ แต่ของเราชั่วมาก เป็นเรื่องเสียงดังในที่สาธารณะซึ่งเห็นแล้วอึ้งมาก 555+ พยายามพูดให้ตรง topic กรรมการจะบอกเราเองตอนหมดเวลา

    3. Discussion
    จะเป็นแนวถามตอบแต่จะยากขึ้น จะเน้นเรื่องความคิด ความเข้าใจ ซึ่งบางทีก็ค่อนข้าง abstract หัวข้อค่อนข้าง vary เดายาก ถ้าฟังคำถามไม่ชัดเจนหรือไม่แน่ใจ ให้ถามเขาเลย บอกว่าเราไม่เข้าใจ หรืออาจจะถามว่า Do you mean..... ไรงี้ ดีกว่าตอบมั่ว ๆ แล้วผิด

    ซึ่งคะแนนของ part speaking จะประกอบด้วย 4 ส่วนคือ
    1. Fluency and Coherence - ความไหลลื่น ต่อเนื่อง ไม่ข้ามไปข้ามมา ไม่เอ่อไม่อ่า
    2. Lexical Resource - คลังศัพท์ โดยเฉพาะศัพท์ที่เกี่ยวกับหมวดหมู่หัวข้อนั้น ๆ
    3. Grammatical Range and Accuracy - ก็แกรมม่านั่นแหละ
    4. Pronunciation - การออกเสียง โดยคนไทยจะมีคำที่ผิดบ่อย ๆ เช่นพวก ed ลงท้าย หรือเสียง v/f, sh/ch, r/l ก็ควรฝึก
    สำหรับใครที่กลัวจะเกร็ง ๆ กับฝรั่ง ก็บอกเลยว่าจริง ๆ ไม่ง่าย 555+ เราก็ไม่ค่อยกล้าพูดกับคนแปลกหน้าเหมือนกัน แต่อาจารย์ก็แนะนำว่า อย่าไปโฟกัสว่าเขามาคุมสอบ ให้พูดเหมือนคุยกับเพื่อนใหม่ในผับ (แต่ภาษาต้องทางการขึ้นนิดนึง) จะลดความเกร็งได้ ฝึกบ่อย ๆ จะทำให้เป็นธรรมชาติมากขึ้นนะ

    Part speaking เราได้ Band 6.0 ซึ่งอาจารย์ว่าน้อยเกินไป อาจารย์ประมาณว่าเราน่าจะได้ซัก 6.5 เป็นอย่างต่ำอะ อาจารย์แนะนำให้ขอ Challenge คะแนนด้วย แต่อาจจะเพราะคนคุมสอบอายุเยอะ แล้วเราเป็นคนพูดเร็ว เขาเลยฟังไม่ชัดด้วย เลยไม่ได้ขอ challenge อะไรเพราะมันเปลืองตังค์ 555+


    สรุปแล้ว Overall เราได้ Band 7.0 นะ 
    สำหรับเรื่อง IELTS คงเอาไว้แค่นี้ ถ้าใครอยากถามอะไรเพิ่มเติมก็ทิ้งข้อความไว้ได้จ้า 


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in