Europe First TimeKanSiri
ว่าด้วยเรื่องคนอินเดีย และ ซัมเมอร์ในยุโรป
  •                 ก่อนมาโปแลนด์แอนโทนี่ได้เตือนผมไว้ว่า Don’t drink too much, Vodka คำเตือนของ     แอนโทนี่นั้นเหมือนจะเป็นเรื่องจริงวันนี้ผมถูกเพื่อนโปแลนด์รบเร้าให้ดื่มว๊อดก้า แค่เป๊กเดียว ทำให้มึนไปเลยทั้งคืน โปแลนด์นั้นขึ้นชื่อเรื่อง ว๊อดก้า เพื่อนผมถึงขนาดพูดว่า Because you are in Poland so you have to try Vodka! มึงอยู่โปแลนด์แล้วมึงก็ต้องมาลองว๊อดก้าซิ ใช่และมันก็เป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายที่ผมได้ลิ้มรสว๊อดก้าในคืนนั้น สำหรับคนที่ไม่ใช่ Alcoholic แล้วนั้น มันคงไม่ได้มีอะไรพิเศษไปมากกว่าอาการมึนหัวและอยากจะกลับบ้านไปนอนตลอดเวลา เข็ดจริงๆและไม่คิดจะดื่มมันอีกไปอย่างน้อยๆก็ช่วงนี้แหละ

                    เพราะว๊อดก้านี้แหละเลยทำให้ผมไม่สามารถพูดคุยกับคนอื่นได้อย่างราบรื่น คืนนั้นในบาร์ผมเจอเพื่อนๆในโปรเจคอีกเยอะมาก ทำให้ผมรู้จักมาริน่าสาวชาวกรีก แต่ผมรู้สึกว่าการพบกันครั้งนี้จะไม่ใช่เฟิร์ทอิมเพรชชั่น ไม่น่าประทับใจซักเท่าไหร่เสียแต้มทำคะแนนกับสาวๆไปเลย

                    ผมขอตัวกลับก่อน คืนนั้นเดล และมาริอุสอาสาสมัครเดินกลับมาพร้อมกับผมที่หอ เมื่อมาถึงหอสักพัก มาฮัทก็กลับเข้ามาพร้อมกับอาการคนเมาไม่ได้สติ พร้อมกับอ้วกแบบ Non-stop อ้วกแตกอ้วกแตนอ้วนไม่รู้ลิมิต อ้วกจนเหมือนไส้จะหลุดออกมาด้วย จนเพื่อนๆคนอื่นต้องเดินมาเช็คว่า มาฮัทโอเค หรือเปล่า ผมเลยบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก ก่อนหน้านี้อ้วกไปแล้ว พักซักหน่อยก็คงดีขึ้น (เออหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ)

                    เช้าวันต่อมา ผมตื่นก่อนมาฮัทอาบน้ำแต่งตัวกินอาหารเช้า พอกลับขึ้นมาบนห้องก็เจอมาฮัทตื่นพอดี ผมมีบทสนทนากับมาฮัททำให้เรารู้ว่า มาฮัทเป็นคนตลก นิสัยดี ขี้เล่น แล้วก็ชอบแกล้ง การคุยกับมาฮัททำให้ผมเปลี่ยนทัศนคติกับคนมุสลิมในประเทศแถบนั้นใหม่ไปเลยซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี และมาฮัทนี่แหละทำให้ผมคิดว่าผมจะต้องไปปากีสถานให้ได้เลยในชีวิต

                    วันที่ 3 พวกเราได้มีการประชุมกันถึงการแบ่งเขตการทำงาน ทำให้ผมรู้ว่าผมต้องไปทำงานที่ Suwalki (สุวอลกิ) กับเอเรน และวันนี้ผมได้เจอน้องสองที่รอตั้งแต่เมื่อวาน ได้รู้จักเอสม่าจากตุรกี รู้จัก   ซูบิงจากเกาหลี รู้จักเพื่อนๆโปลิชอีกหลายคน รวมไปถึงคนคนนึงมาจากอินเดียชื่ออะดิยา ด้วยความที่เป็นคนแขก เขาจึงมีกลิ่นที่เฉพาะตัวมากๆ ไม่ต้องอธิบายเยอะเนอะว่ากลิ่นยังไง คือเข้าใจกลิ่นแขกใช่ปะ แบบนั้นแหละ คือเดินไปไหนหากไม่เห็นตัว แต่ได้กลิ่นนี่คือแบบ กูรู้เลยว่าคือมึง และเรื่องราวก็เนื่องมาจากมาฮัทนั้นมาจากปากีสถานประเทศที่ติดกับอินเดียและเหมือนกับว่าคน 2 คนนี้จะคุยภาษาเดียวกัน (น่าจะภาษาฮินดี) ทำให้ทั้งสองสนิทกันอย่างรวดเร็ว แล้วไม่รอช้ามาฮัทก็ได้ชวนอะดิยามาที่ห้องพักในขณะที่ผมไม่อยู่ห้อง ซึ่งพอผมกลับมาที่ห้องนั้นสิ่งที่เราไม่คิดว่ามันจะเกิดมันก็เกิดขึ้น ไอ่อาบังอินเดียนั่น อิอะดิยามันไปนั่งบนที่นอนของอั๊ว โอโหไม่เกรงใจผ้าสวยๆที่พับไว้เลย
                    ยัง ยัง ยังไม่พอมันยังเอาผ้าห่มไปห่มอย่างมีความสุข
                    โอ้ย อิเชี่ย ไม่ได้หวงที่นอนนะ แต่กูรับกลิ่นมึงไม่ได้ โว้ยยยย
                    คืนนั้นเราต้องนอนดมกลิ่นแขกไปทั้งคืนเลย บ้าจริง!พอเลยมึงกูแบนมึง ไม่คบ ทำไมเป็นคนแบบนี้ มีความโมโห หึ่ย เป็นคืนที่เลวร้ายสุดๆ


                    ก่อนที่จะมายุโรป ผมได้รับข้อความจากโปรเจคว่าการไปทำโปรเจคนั้น ทุกคนจะได้รับการสุ่มสถานที่ทำงาน ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ทำงานใน Bialystok และเรื่องการเตรียมตัวนั้นผมคิดว่าซัมเมอร์น่ะหรอ มันคงร้อนน่าดู เลยเอากางเกงขาสั้นไป 3-4 ตัวเพราะกางเกงขายาวมันทำให้กระเป๋าหนัก แล้วในภายหลังมันก็เป็นการตัดสินใจที่ผิดอย่างรุนแรง

                    ยุโรปเป็นทวีปที่อยู่ในโซนเขตอบอุ่นถึงจะเรียกว่าอบอุ่นก็เถอะ สำหรับคนไทย ที่อยู่ในประเทศเขตร้อนแล้วนั้น หน้าร้อนยุโรปก็ไม่ต่างอะไรกับหน้าหนาวเมืองไทยซักเท่าไหร่โดยเฉพาะโปแลนด์ประเทศที่อยู่ค่อนข้างเหนือกว่าประเทศอื่นๆ (ถ้าไม่นับแถบสแกนดิเนเวีย) ตอนที่เรามาถึงปารีส วอร์ซอ เราค่อนข้างที่จะรับอากาศได้ อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 17-25 องศา มันก็ยังโอเคอยู่ แต่ที่โปแลนด์นั้น....ถ้ามึงคิดว่าการไปเที่ยวซัมเมอร์ที่ยุโรปจะทำให้มึงใส่เสื้อสบายๆชิลๆขาสั้นแขนกุด มึงหยุดคิดเดี๋ยวนี้เลย

                    หลังจากที่ได้รับมอบหมายงานแล้วผมก็ได้เตรียมตัวไป Suwalki กับเอเรน และในวันนั้นเองผมก็เพิ่งรู้ว่าพวกเราต้องไปทำงานคู่กับคนจากอีกโปรเจคนึง ทำให้คนที่ไปทำงาน ใน Suwalki นั้นมีทั้งหมด 4 คน นอกจากผมและเอเรนแล้วก็มีน้องคนไทยคนนึง และคนฮ่องกงอีก 1 คน

                    ผมรู้จักน้องคนไทยเพิ่มอีก 2 คนจากวันที่มีการประชุมแบ่งเขตกันทำงานแต่เนื่องจากคนละโปรเจคกัน ทำให้ผมไม่ได้คุยกับน้อง 2 คนนั้นเท่าไหร่การมาทำงานที่ Suwalki เป็นการเริ่มต้นการรู้จัก เอิร์ท และคนฮ่องกงที่ชื่อ ชีเล้ง

                    เมื่อมาถึง Suwalki และการก้าวเท้าลงมาจากรถเมล์ วินาทีแรกที่ผมรับรู้ได้คืออากาศที่นี่หนาวเชี่ยๆ หนาวจนทุกคนพร้อมใจกันพูดว่า พวกเราควรไปหลบในตึกหรืออะไรซักอย่างระหว่างรอ   โฮสมารับ การมาถึงที่นี่นั้นทำให้กูตระหนักได้ว่า “Winter is coming” ที่แท้ทรู แล้วตัวกูเนี่ยก็รับรู้ได้ในทันทีเลยว่า กางเกงขาสั้นที่พกมาหลายตัวนั้น แม่งไม่มีประโยชน์เลยสำหรับที่นี่ พอโฮสมารับพวกเขาก็บอกเราเพิ่มมาอีกอย่างนึงว่า Suwalki คือเมืองที่หนาวที่สุดในโปแลนด์ (ดีออก!) และมันก็เป็นต้นเหตุของปัญหาที่จะตามมาอีกเป็นพวง

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in