Europe First Timebretons53
ก่อนเริ่มเดินทาง
  • นึกถึงแล้วมันก็เป็นเรื่องราวดีๆและประสบการณ์ใหม่ๆ ขอเล่าเป็นเรื่องเป็นราวซักครั้งแล้วกัน ซึ่งในตอนที่รู้ว่าตัวเองได้โอกาสไปทำโปรเจคที่โปแลนด์ตอนนั้นดีใจมาก รู้สึกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความฝันตัวเอง (หนึ่งในความฝันของเราคือการเที่ยวรอบโลก)

    ตอนนั้นเราเองก็มีงานประจำที่ค่อนข้างมั่นคงอยู่แต่โอกาสก้าวหน้าค่อนข้างต่ำ บวกกับการที่เรารู้สึกว่าแนวทางอาชีพนักกฎหมายไม่ใช่อะไรที่เป็นเราซักเท่าไหร่ จึงตัดสินใจคว้าโอกาสที่จะได้ไปโปแลนด์ลาออกจากงานซึ่งเราก็ได้เตรียมใจเรื่องนี้ไว้แล้ว เออแล้วโอกาสก็มาถึง…. การลาออกแบบดูมีคุณค่า (มั้งนะ ฮ่าๆ แต่มันก็เศร้านะเงินเดือนไม่มีแล้ว) แม่ถามเป็นล้านรอบว่า แน่ใจหรอกับการตัดสินใจแบบนี้จะไปอยู่โน่นตั้งหลายเดือนจะไปอยู่ได้หรอ เราก็ตอบอย่างมั่นใจว่าได้ซิแม่มันจะไปยากอะไรแค่ไปสองสามเดือนเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว อีกอย่างมันจะได้เปิดหูเปิดตาและเป็นการการันตีทักษะทางภาษา (อันน้อยนิด) ของเราไปด้วยเลย คิดแล้วก็มีแต่เรื่องดีๆ ไม่ต้องกังวลเลยแม่ สบายมาก

    พอตัดสินใจได้แล้ว เอ้าไปก็ไป กลับมาแล้วเธอก็ต้องว่างงานนะ แต่ในเมื่อคิดว่ารับได้ก็ตามใจ….เออ วินาทีนั้นรับได้ไม่ได้ไม่รู้ รู้แค่ตอนนี้ขอให้ได้ไปก่อน (ปกติเป็นคนติดบ้าน  ติดแม่ ไม่ชอบความลำบาก มีอะไรก็จะกลับบ้านท่าเดียวอะเนอะ) หนึ่งเดือนก่อนโปรเจคจะเริ่มเราเริ่มแพลนโนนี่นั่น (โดยเฉพาะการเที่ยว) และแล้วอาทิตย์สุดท้ายของการทำงานก็มาถึง จะว่าไปมันก็น่าใจหายเนอะ เราเจอสภาพแวดล้อมที่ทำงานที่ดีเพื่อนร่วมงานก็ดี หัวหน้า เจ้านายก็ดี (โดยรวมถือว่าดี) การลาออกครั้งนี้มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลยอีกอย่างจะต้องทิ้งหัวหน้าเราไปในขณะที่เขาต้องการคนช่วยเหลือมากที่สุด ซึ่งตอนนั้นงานเยอะมากหัวหน้าเราก็ท้อง แต่เราตัดสินใจแล้วและบอกล่วงหน้าถึงสามเดือนเลยด้วย งานเราก็เคลียร์จนครบแล้วจะมีก็แต่ความรู้สึกผิดนิดๆหน่อยๆ เราเคารพหัวหน้าเรามากนับถือในความเมตตา กรุณา อย่างซาบซึ้ง แต่ถึงคราวจะต้องไป มันก็ต้องไปทุกคนรู้ว่าเราอยู่นี่โอกาสเติบโตมันยาก แล้วการลาออกแบบนี้มันก็ถูกก็ควรที่สุดแล้ว เราคิดแบบนี้จริงๆนะในตอนนั้น

    แล้ววันเดินทางมันก็มาถึงตอนนั้นรู้สึกใจแป้ว รู้สึกว่า เราคิดผิดแล้วที่ลาออกมา วันนั้นกลัวมากทุกอย่างในหัวมันรันออกมาเป็นช๊อตๆ จะหลงไหม จะรอดไหม จะตายไหมถ้าตายไปศพเราจะต้องทำยังไง จะมีญาติมารับไหม ตาย อโลนในยุโรปแม่งน่าเศร้ามากอะบอกเลยจะโดนจับตัวไปข่มขืนไหม ฮ่าๆ แต่คิดแบบนี้จริงๆนะ อารมณ์แบบ ผู้ชายเอเชียหน้าตาดูโง่ๆคนนึงหลงมายุโรป โดนแก๊งค์ค้ามนุษย์แน่ๆ แล้วจะว่าไปมันก็เป็นการไปยุโรปครั้งแรกการออกจากบ้านไปไกลมากๆครั้งแรก และนานที่สุดที่ไกลบ้าน ซึ่งถ้าเราไปแล้วคือมันกลับมาไม่ได้นะเว้ย ต้องรอถึงสามเดือน ถึงจะกลับบ้านได้ ตอนมาสนามบิน พ่อแม่พี่สาวมาส่งตอนเดินเข้าเกทไป น้ำตาไหลซึมๆ กลัวมาก แต่แบบ เราต้องไปเงินค่าเที่ยวออกไปตั้งเยอะละ ไม่ไปนี่จบเห่ ค่าที่พัก ค่าตั๋วรถไฟในยุโรป บลาๆๆๆเออไม่ได้ต้องไปว่ะ ความงกมันมีอิทธิพลเหนือความกลัวมากจริงๆ ณ จุดนี้ พอเราได้ขึ้นเครื่องเมื่อก้นได้สัมผัสกับเบาะเครื่องบินทันใดที่นั่งนั้น สาววัยรุ่นผิวสีผู้นั่งข้างๆเราก็เริ่มบทสนทนาทันที....."Hey,Where are you from?" วินาทีแรกเราคิดในใจทันที “หน้ากูไทยขนาดนี้ยังจะมาถามอีกเร๊อะหือออ?” แต่ก็ตอบไปว่า "Thailand Yes I'm Thai" และมันก็เป็นการเริ่มต้นการเดินทางของเรา

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in