Music speaks for me.puroii
The Battle of Gallagher : ย้อนรอยการทะเลาะกันแห่งประวัติศาสตร์วงการเพลง
  •          หากครอบครัวของคุณมีพี่น้อง เชื่อว่าทุกคนคงต้องผ่านการกระทบกระทั่งกันมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่เชื่อเถอะว่าเรื่องราวบาดหมางของคุณจะกลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วทันทีเมื่อเทียบกับเรื่องราวของสองพี่น้องคู่นี้ พวกเขาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก "พี่น้องกัลลาเกอร์"  หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของโนล กัลลาเกอร์ (พี่ชาย) และเลียม กัลลาเกอร์ (น้องชาย) มาบ้างแล้ว หรืออย่างน้อยคุณต้องเคยได้ยินชื่อวงดนตรีอย่าง "Oasis" มาจากที่ไหนสักแห่ง เรื่องราวของพวกเขาม้กมาพร้อมกับวีรกรรมสุดแสบอันเป็นที่เลื่องลือและได้รับความสนใจจากสื่ออย่างไม่ขาดสายและทิ้งร่องรอยบาดแผลเอาไว้ผ่านบทเพลงในตำนาน แต่คุณรู้หรือเปล่าว่าทำไมพวกเขาถึงกัดกันไม่ปล่อยและแลกฝีปากกันไม่จบไม่สิ้นเสียที จุดเริ่มต้นของเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร วันนี้เราจะมาย้อนกลับไปดูตั้งแต่สะเก็ดไฟจุดเล็ก ๆ ซึ่งเป็นชนวนที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มอดไหม้ลง


    1991


              Oasis เริ่มฟอร์มวงที่ประกอบไปด้วย เลียม กัลลาเกอร์ (ร้องนำ) โนล กัลลาเกอร์ (กีตาร์/แต่งเพลง) พอล โบนเฮด อาร์เธอร์ส (กีตาร์) พอล กวิ๊กซี่ แม็คกวีแกน (เบส) และโทนี่ แม็คแครอล (กลอง)

     

    7 เมษายน 1994



              ในบทสัมภาษณ์กับจอห์น แฮร์ริส จาก NME โนลกับเลียมใช้เวลาเถียงกันเรื่องคำนิยามของ "ร็อกแอนด์โรล" จนคนสัมภาษณ์แทบไม่มีโอกาสได้เอ่ยปาก เป็นบทสัมภาษณ์ความยาวเกือบ 15 นาทีที่เต็มไปด้วยคำว่า "หุบปาก" และ "Bullshit" ซึ่งสรุปใจความได้ว่า โนลไม่ชอบใจเรื่องทะเลาะวิวาทบนเรือ แต่เลียมบอกว่ามันเป็นตัวตนของเขา

    ด้านล่างคือตัวอย่างคำพูดบางช่วงที่ตัดมา


    โนล : ถ้านายภูมิใจกับการถูกเตะออกจากเรือ ทำไมไม่ไปเชียร์เวสต์แฮมแล้วออกจากวงฉันไปซะ ไปเป็นแฟนบอลอันธพาลซะ ใช่ไหมล่ะ เพราะพวกเราเป็นนักดนตรีไง ไม่ใช่อันธพาลบอล

    เลียม : นายรู้สึกน้อยใจเพราะตอนนั้นได้แต่นั่งอ่านหนังสือแม่งอยู่บนเตียง

    __________________________

    โนล : นายคิดว่าร็อกแอนด์โรลคือการถูกไล่ออกจากเรือเฟอร์รี่แต่มันไม่ใช่

    เลียม : ฉันไม่ได้คิดว่ามันคือร็อกแอนด์โรล

    โนล : ไอ้นี่...นั่นมันคำพูดแกเลย ไอ้งั่ง!"

     __________________________

    คนสัมภาษณ์ : พวกคุณทะเลาะกันแบบนี้บ่อยแค่ไหน

    เลียม : ทุกวัน...ทุกวัน...ทุกเวลา

    โนล : ทุกชั่วโมง

     

    29 กันยายน 1994



                   อาจกล่าวได้ว่าการแสดงสดที่ Whisky a Go Go ในลอสแองเจลิสเมื่อวันที่ 29 กันยายน 1994 เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีคนได้ยาไอซ์มาและมีน้ำใจนำมาแบ่งปันให้สมาชิกในวงได้เสพกันอย่างทั่วหน้า ผลที่ตามมาก็คือทุกคนตาค้าง นอนไม่หลับในคืนก่อนที่จะขึ้นแสดง เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อขึ้นเวที เลียมก็เปลี่ยนเนื้อเพลงแถมยังร้องไม่ตรงจังหวะและใช้คำพูดถากถางผู้ชมชาวอเมริกันอีกด้วย ซ้ำร้ายระหว่างเล่นเพลงอยู่เพลงหนึ่ง เลียมเกิดไม่พอใจ โยนแทมโบรีนใส่หัวโนล สร้างความหงุดหงิดให้พี่ชายเป็นอย่างมาก แค่นี้ก็อาจมากพอที่จะสร้างความโมโหให้กับโนลแล้ว ทว่ามันยังไม่จบเท่านั้น โชคไม่ดีที่คนรับผิดชอบลิสต์เพลงดันแปะลิสต์ของโนลเรียงลำดับเพลงไม่เหมือนคนอื่น ๆ ในวง สุดท้ายก็เล่นกันไปคนละทิศละทางจนต้องเริ่มต้นเล่นใหม่ โบนเฮดยังพูดอีกว่าเขาเห็นเลียมแอบเดินไปสูดยาไอซ์หลังมอนิเตอร์ระหว่างที่กำลังแสดงด้วย!

                   หลังจบการแสดงในวันนั้น ความโกรธและสิ้นหวังในตัวเพื่อนร่วมวงจึงทำให้โนลตัดสินใจหนีไปซานฟรานซิสโกโดยไม่บอกใคร และจากเหตุการณ์ดังกล่าว เราจึงมีเพลงเพราะ ๆ อย่าง Talk Tonight ให้ฟังกันจนถึงทุกวันนี้       


    1995

              ระหว่างอัดอัลบั้ม What's the Story, Morning Glory เลียมแอบหนีไปเที่ยวผับแล้วพาคนในผับกลับมาที่สตูดิโอด้วย โนลหงุดหงิดมากจึงไล่เพื่อนใหม่ของเลียมออกไป เหตุการณ์นี้นำไปสู่การทะเลาะกันครั้งใหญ่จนสตูดิโอพังไม่เป็นท่า เลียมถึงขั้นทำกีตาร์ของโนลแหลกเป็นจุณ ในขณะเดียวกัน พี่ชายก็ใช้ไม้คริกเก็ตฟาดหัวน้องเป็นการตอบแทน

              ใครจะไปรู้ว่าต่อมาไม้คริกเก็ตนั้นถูกนำมาขายให้นักสะสมเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย สามารถเข้าไปดูได้ที่นี่





    1996


              ระหว่างการซ้อมก่อนถ่ายรายการ MTV Unplugged ในปี 1996 เลียมใช้ข้ออ้างว่าตัวเองเจ็บคอและเดินออกไปจากห้องซ้อมกลางคัน วันต่อมาเลียมโผล่มาสายกว่าเวลานัดในเสื้อผ้าชุดเดิม เขาร้องแค่ 3 เพลงแล้วเดินออกไป พอถึงวันจริงเลียมดื่มเหล้าเมามาก เมื่อถึงเวลาเริ่มรายการ เขาไม่โผล่ขึ้นไปบนเวที ทำให้โนลเป็นคนร้องเพลงทั้งหมดเอง แต่เหนือความคาดหมาย เลียมกลับยืนกระดกแชมเปญจน์มองดูการแสดงจากระเบียงอย่างสบายอารมณ์ แถมยังตะโกนรบกวนการแสดงด้วย เมื่อรายการดำเนินมากว่าชั่วโมงครึ่ง โปรดิวเซอร์รายการขอให้เล่นเพลงแรกอีกครั้ง ปรากฏว่าจู่ ๆ เลียมก็รู้สึกอยากร้องเพลงขึ้นมา แต่โนลปฏิเสธไปว่า "อย่ามาแส่"


    4 กรกฎาคม 2000

              Oasis ยกเลิกการแสดงที่บาร์เซโลน่าเนื่องจากการบาดเจ็บที่แขนของอลัน ไวท์ เมื่อสบโอกาส พวกเขาจึงไปสังสรรค์กันตามประสาพี่น้อง ทว่าระหว่างพูดคุยกันอยู่ดี ๆ เลียมกลับสงสัยว่าอนาอิสเป็นลูกของโนลกับภรรยาเก่า เม็ก แมทธิวส์ จริงหรือเปล่า โนลโมโหมากจึงปล่อยหมัดใส่เลียมไม่ยั้งจนทำให้เลียมปากแตก หลังจากนั้นโนลไม่ได้ไปร่วมทัวร์ด้วยพักหนึ่ง เขากล่าวว่า "ผมไม่เคยให้อภัยเพราะเขาไม่เคยขอโทษ"

              เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี เลียมก็ออกมาขอโทษในที่สุด

     

    12 กุมภาพันธ์ 2002

              เลียมถูกจับในเหตุทะเลาะวิวาทที่มิวนิก เขาเตะตำรวจเยอรมันเข้าที่ชายโครงและส่งผลให้ตัวเขาเองฟันหัก โนลเริ่มไม่ใส่ใจอะไร เขากล่าวแค่ว่า "ขอแค่มันยังร้องเพลงได้ก็พอ"


    ตุลาคม 2005

              โนลให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Spin ว่า "ผมอ่านเขาออก ผมสามารถปั่นหัวเขาได้เหมือนตู้เกมเก่า ๆ ผมทำให้เขาตัดสินใจทำอะไรที่คิดว่าเป็นความคิดเขาแต่ที่จริงมันคือความคิดผม เราไม่ต้องใช้กำลังสู้กัน มันเป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ ความสัมพันธ์ของเราสองคนยังเหมือนเดิม เพียงแต่พวกเราโตขึ้น แทนที่จะถากถางและชกต่อยกัน ตอนนี้เราใช้จิตวิทยาตอบโต้ผ่านสื่อแทน"


    2009



              โนลออกจาก Oasis อย่างถาวรหลังเหตุการณ์ที่เทศกาล Rock en Seine นครปารีส ภายหลังโนลมาให้สัมภาษณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นในงานแถลงข่าวอัลบั้มใหม่ Noel Gallagher's High Flying Birds เมื่อ 6 กรกฎาคม 2011 ดังนี้

              "เลียมเป็นคนอารมณ์รุนแรง จนมาถึงตอนนั้นยังไม่เคยมีการใช้กำลังเลย แต่ครั้งนั้นมันเหมือนรายการมวยปล้ำ WWE และเขาเหมือนแรนดี ซาเวจกล้ามโต ส่งเสียง โอ้ววว เย้ พวกนั้น ผมคิด 'นี่มันบ้าอะไรวะ' เลียมพูดว่า 'ฟักยู ฟักยู ฟักยู' แล้วกระทืบเท้าออกจากห้องแต่งตัวไป ผมดีใจที่มันไม่จบแบบนั้น ตอนออกไปเขาหยิบลูกพลัมมาขว้างใส่ผนังห้องฝั่งตรงข้ามเละตุ้มเป๊ะ ส่วนหนึ่งผมอยากให้มันจบแบบนั้นเหมือนกัน มันคงเป็นพาดหัวข่าวที่ดี 'ไอ้โง่ขว้างพลัมและจบเห่ Oasis'"

              "แล้วเขาก็ออกไป ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไร เลียมไปห้องแต่งตัวของเขาแล้วกลับมาพร้อมกีตาร์ เขาเริ่มเหวี่ยงมันเหมือนขวาน ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ บางทีอาจพูดน้อยกว่าความเป็นจริงด้วยซ้ำ เพราะนั่นคือสิ่งที่ผมทำ มันเป็นความรุนแรงที่ไม่จำเป็น เลียมเหวี่ยงกีตาร์ไปทั่วจนเกือบจะฟาดหน้าผมไปด้วย สุดท้ายกีตาร์ก็ลงไปกองอยู่บนพื้นและผมเป็นคนเก็บซากมันเอง มีคนอื่นในวงอยู่ที่นั่นด้วยแต่พวกเขาไม่พูดอะไร เบือนหน้าหนีไปทางอื่น มันไม่ใช่ห้องแต่งตัวใหญ่อะไรเลยด้วย คุณรู้อะไรไหม ผมก็เลยคิด 'กูไม่เอาด้วยแล้ว' หลังจากนั้นผู้จัดการทัวร์เดินเข้ามาแล้วบอก '5 นาที!' ผมเดินไปที่รถแล้วนั่งอยู่ 5 นาที หลังจากนั้นก็พูดว่า 'ช่างแม่ง กูทำต่อไปไม่ไหวแล้ว'"

              หลังงานแถลงข่าว เลียมตัดสินใจจะฟ้องร้องโนลหลังถูกกล่าวหาว่างาน V Festival ต้องยกเลิกไปเนื่องจากเขาเมาค้าง ภายหลังโนลออกมากล่าวคำขอโทษ เลียมจึงยกเลิกการฟ้องร้องไป


    2010



              เลียมขึ้นไปรับรางวัลในงาน BRIT Awards เขาขอบคุณทุกคนในวงยกเว้นโนล ก่อนจะโยนรางวัลที่ได้มาให้ผู้ชม


    2011-2016

              เลียมหันมาใช้ทวิตเตอร์เป็นสื่อในการด่าพี่ชายและภายหลังเขาเริ่มโพสต์รูปโนลมากมายพร้อมแคปชั่น POTATO





    สิงหาคม 2016

              เลียมให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Q ว่า "โนลอาศัยอยู่ในบ้านราคา 17 ล้านปอนด์ เรื่องนั้นเปลี่ยนคุณได้ ผมยืนยันได้เลย คุณมีเฟอร์นิเจอร์ดี ๆ ห้องครัวดี ๆ ไวน์แดงที่โบโนแนะนำ และมีเดมอน อัลบาร์นเป็นเพื่อน มันก็ดี แต่ไม่ใช่สำหรับผม"


    2 ตุลาคม 2016



              ในงานพรีเมียร์ภาพยนตร์ Oasis : Supersonic เลียมบอกว่าโนลคงไม่มาในวันนี้และให้สัมภาษณ์ว่า "เขาคงอยู่ในบ้านที่โคตรๆๆๆๆๆๆๆ ใหญ่ นั่งกินเต้าหู้และมาส์กหน้าอยู่"


    2017

              ดูเหมือนว่าความบาดหมายของทั้งคู่คงจะไม่จบลงง่าย ๆ แต่ก็มีสัญญาณดี ๆ เมื่อเลียมทวีตสุขสันต์วันเกิดครบรอบ 50 ปีให้กับพี่ชาย


              เขายังให้สัมภาษณ์กับ Radio X อีกว่า "เขาเป็นพี่ชายผมและผมก็รักเขา ถึงเราสองคนจะกัดกันไปมา ผมก็ยังอยากให้เขาเจอแต่เรื่องดีๆ "

              ถ้าถามว่าทั้งคู่ยังติดต่อกันอยู่บ้างหรือเปล่า เลียมบอกกับ BBC Radio one ว่า "เขาไม่คุยกับผมพวกเราไม่คุยกัน แต่สักวันคงจะมีวันนั้น มันเศร้านะ แต่เดี๋ยวมันก็ผ่านไป" 

    ธันวาคม 2017


    เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เลียมออกมาทวิตสุขสันต์วันคริสมาสต์ทีม NG ซึ่งหมายถึง Noel Gallagher ทำเอาผู้คนแตกตื่นและงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น สุดท้ายเขาได้ให้สัมภาษณ์กับ The Age ว่าได้ของขวัญจากทีมผู้จัดการของโนลในวันคริสมาสต์เลยถือว่าน่าจะเป็นโอกาสดีในการสงบศึก แต่น่าเสียดายที่จะไม่มีการรียูเนี่ยนวง Oasis เกิดขึ้น เพราะทั้งคู่พอใจกับหนทางของตัวเองในตอนนี้และเลียมยังอีกบอกว่าจะพยายามด่าโนลน้อยลงและอยากไปเจอโนลในวันคริสต์มาสด้วย 

    หรือนี่คือการสงบศึกระหว่างโนลและเลียมจริงๆ แต่ไม่ว่าอย่างไร เหตุการณ์นี้ก็เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแฟนๆ โอกาสหน้าเราอาจจะได้เห็นทั้งคู่มาร่วมงานกันอีกครั้งก็ได้ ใครจะไปรู้



    ________________________________


              ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น Oasis และสองพี่น้องกัลลาเกอร์จะยังอยู่ในใจของทุกคนตลอดไป ความหวังที่จะให้ Oasis กลับมารวมตัวกันอีกครั้งคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทั้งคู่ แต่อดีตก็คืออดีตและจงอย่าไปโกรธเคืองมัน ปัจจุบันทั้งคู่กลับมาพร้อมผลงานเดี่ยวให้ทุกคนได้ติดตามกันในปี 2017 นี้

              สำหรับผลงานเดี่ยวของทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้ม "As You Were" ของเลียมหรืออัลบั้ม "Who Built The Moon?" ของโนลก็ปล่อยออกมาเรียบร้อยแล้ว

              ใครที่เป็นแฟนของทั้งสองคนก็อย่าลืมไปอุดหนุนกันล่ะ





    สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนที่อ่านมากๆ ค่ะ
    แต่ถ้าใครอยากนำข้อมูลในบทความนี้ไปใช้กรุณาทักมาถามก่อนนะคะ

    written by @puroii

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in