บุหลันดั้นเมฆpiyarak_s
บทที่ ๒๐
  • ‘เล่นเพื่อน’ เป็นคำที่เดือนไม่แน่ใจนักว่าเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือ น้ำเสียงของเมฆฟังดูหนักใจเหมือนเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก อาจไม่ใช่ในแง่ของการกระทำ ทว่าเป็นผลที่ได้รับจากการกระทำเช่นนั้น 


    เด็กหนุ่มส่ายหน้า “ไม่ขอรับ” 


    คำตอบของคนอายุน้อยกว่าทำให้ชายหนุ่มนิ่งไปนิดหนึ่ง สบมองดวงตาสีเข้มใสกระจ่างที่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ของอีกฝ่ายแล้วก็ได้แต่ลอบถอนใจ และบอกตัวเองว่าพ่อเดือนอายุสิบห้าจวนสิบหกก็ไม่นับว่าเป็นเด็กน้อยอย่างที่เคยคิด เคยรู้สึกอีกแล้ว ต่อไปไม่ช้าก็ต้องรู้ความเข้าสักครั้งอย่างน้อยก็ก่อนจะออกเรือน


    นึกถึงคำว่าออกเรือนแล้ว ใจเมฆก็กระตุกเหมือนเต้นผิดจังหวะ สีหน้าและแววตาของเดือนที่ได้เห็น แม้เพียงแวบเดียว เมื่อบิดาบอกข่าวมงคลของเขากับแม่ผิวให้ด้วง พี่ชายของเดือนและเดือนรู้ยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเมฆไม่จางหาย แต่เรื่องก็ผ่านมาแล้ว และต่อให้เขาไม่ได้ออกเรือนกับแม่ผิว เขาก็ไม่อาจทำให้ความรักของเด็กหนุ่มสมหวังได้อยู่นั่นเอง 


    เมฆเรียกความคิดของตนเองกลับมายังคนตรงหน้าและเรื่องที่สนทนากันในปัจจุบัน


    “เล่นเพื่อน หมายความว่าหญิงมีความสัมพันธ์ฉันชู้กับหญิงด้วยกัน” เขาอธิบาย “การเล่นเพื่อน การรักใคร่ชอบพอกันระหว่างหญิงนางใน โดยเฉพาะเจ้าจอมหม่อมห้ามนั้นเป็นสิ่งที่ผิดจารีตและผิดกฎมณเฑียรบาล นางกำนัลผู้ใดเล่นเพื่อนก็จะต้องโทษทวนด้วยลวดหนังห้าสิบที สักคอ แล้วแห่ประจานรอบพระราชวัง เหตุที่เพิ่งเกิดขึ้นก็คือกรณีหม่อมสุดกับหม่อมขำ คุณข้าหลวงในตำหนักกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ แต่เคราะห์ดีที่พระองค์ท่านไม่ถือโทษเอาความ” 


    ชายหนุ่มเล่าแล้วก็หยุดมองปฏิกิริยาของอีกฝ่าย


    เดือนเงียบ ตั้งใจฟังอย่างเคย แต่ดูครุ่นคิดจนจับสังเกตได้


    “พ่อเดือนคิดอะไรอยู่หรือ”


    “กระผมสงสัยขอรับ” เดือนเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบอยู่ครู่หนึ่ง “คนที่กระจายข่าวเรื่องที่คุณพี่ผิวเล่นเพื่อนกับนางกำนัลในตำหนักหวังข้อใดกันแน่ หวังให้คุณพี่ผิวถูกลงโทษในกรณีที่ไม่สามารถแก้ต่างข้อกล่าวหาว่าผิดกฎมณเฑียรบาลนี้ได้ หรือเร่งให้คุณพี่ผิวหรือท่านเจ้าคุณบิดากับคุณหญิงมารดาของคุณพี่ผิวต้องเร่งรัดเรื่องตบแต่งคุณพี่ผิวให้เป็นหม่อมห้ามของเจ้านายพระองค์นั้นที่เข้ามาเกี่ยวข้องกันแน่” 


    “ข้อนี้ แม้แต่ตัวแม่ผิวเองก็ไม่รู้ชัด” เมฆบอก “หากเป็นเรื่องหวังให้แม่ผิวถูกลงโทษ คนข้างในย่อมรู้ว่าเสด็จทรงเมตตาแม่ผิวอย่างยิ่ง ให้ทำหน้าที่ถวายงานอ่านหนังสือให้ฟังก่อนบรรทมเป็นประจำ หากมีกรณีเรื่องเล่นเพื่อนเกิดขึ้นจริง ก็น่าจะทรงเรียกมาไต่ถามและตักเตือนแต่ไม่เอาโทษอย่างกรณีหม่อมสุดหม่อมขำ” 


    “คุณพี่คิดว่าเป็นเรื่องการบีบให้คุณพี่ผิวถวายตัวเป็นหม่อมของเจ้านายพระองค์นั้นหรือขอรับ”


    “มีความเป็นไปได้ แต่เรื่องดังกล่าวก็เป็นเรื่องแปลกอย่างหนึ่ง”


    “เพราะเหตุใดขอรับ”


    “เพราะแม้จะมีหม่อมห้ามอยู่หลายคน แต่เจ้านายพระองค์นั้นทรงโปรดบุรุษมากกว่าสตรี” ชายหนุ่มลดเสียงลงทั้งที่ในห้องนั้นมีอยู่กันแค่เพียงสองคน “ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าพระองค์ต้องพระทัยแม่ผิวตั้งแต่เมื่อใด พระองค์มีดำริจะขอแม่ผิวจากเสด็จในระหว่างที่เกิดเสียงนินทานั้นขึ้นมาพอดี และที่ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์มีความสนิทสนมกับขุนนางที่เป็นญาติของคู่กรณีของแม่ผิวด้วย จะเรียกว่าเกิดความเสน่หาเมื่อได้พบเห็นก็ทำใจให้เชื่อได้ยากนัก” 


    มีบางอย่างที่สะดุดใจคนฟัง เมฆพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘เจ้านายพระองค์นั้นโปรดบุรุษ’ มิได้กล่าวว่า ‘มีคำร่ำลือหรือมีข่าวว่าเจ้านายพระองค์นั้นโปรดบุรุษ’ อย่างทุกครั้งที่พูดเรื่องที่ฟังดูเหมือนเป็นข่าวลือ แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บคำถามนั้นไว้ในใจไปก่อน ไม่ตั้งข้อสังเกตออกไปในทันที


    “ไม่น่าจะเป็นเรื่องดีเลยขอรับ” เดือนออกความเห็น ในเวลาอยู่กับเมฆ คนอายุมากกว่าให้โอกาสเขาในการแสดงคิดความเห็นและซักถามได้เสมอจนเป็นเรื่องปกติ ไม่เหมือนเวลาที่อยู่กับผู้ใหญ่กว่าคนอื่นที่ต้องสำรวมกิริยามากกว่าและต้องคอยสังเกตดูว่าจะอนุญาตให้เขามีส่วนร่วมในการสนทนาได้เมื่อใด 


    “หากคุณพี่ผิวถวายตัวเป็นหม่อมห้ามในเจ้านายพระองค์นั้นก็จะลำบาก ทั้งในเรื่องส่วนตัวของพระองค์และเรื่องที่พระองค์มีความสนิทสนมกับคนของฝ่ายตรงข้าม ไม่ต่างอะไรกับไปอยู่ในมือของคนที่เคยมีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อน” 


    “ย่อมเป็นเช่นนั้น” เมฆพยักหน้าเห็นพ้องด้วย “เสด็จเองก็ทรงมองเห็นถึงปัญหานี้ จึงทรงให้ตามมารดาของแม่ผิวเข้าวังมาพูดจาปรึกษากัน เพราะหากฝ่ายบิดาของแม่ผิวเห็นความก้าวหน้าทางฐานะของบุตรสาวยิ่งกว่าเรื่องอันเป็นที่มาของการให้คนไปสู่ขอมาเป็นหม่อมห้ามแล้ว แม่ผิวก็คงหมดความสุขไปตลอดชีวิต และไม่อาจรู้เลยว่าหล่อนต้องเผชิญกับสิ่งใดบ้าง” 


    “เพราะเหตุนี้... คุณพี่จึงตัดสินใจออกเรือนกับคุณพี่ผิวใช่หรือไม่ขอรับ”

     
    เมฆพยักหน้ารับ


    “เสด็จทรงดำริถี่ถ้วนแล้วว่า นี่จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นแก่แม่ผิว” ชายหนุ่มกล่าว “แม่ผิวนำความขึ้นทูลขอให้เสด็จทรงวินิจฉัย ทรงให้คนสืบความทุกอย่างมาแล้ว ทรงเห็นว่าพี่เหมาะสม พี่เข้าใจความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของแม่ผิว และนับถือในความกล้าของหล่อนที่ใช้ให้น้องชายที่เพิ่งถวายตัวเป็นมหาดเล็กแอบนำจดหมายมาส่งให้พี่ ประกอบกับญาติของแม่ผิวรู้จักกับแม่ของพี่อยู่บ้าง ทางผู้ใหญ่สองฝ่ายได้พูดคุยปัญหานี้กันเป็นการลับแล้ว เมื่อแม่ของพี่ไปสู่ขอแม่ผิวจึงไม่มีใครนึกสงสัย พี่ปล่อยให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า พี่ชอบพอแม่ผิวและอาศัยน้องชายของหล่อนเป็นสะพาน”


    เหตุแห่งการแต่งงานระหว่างเมฆและแม่ผิวกระจ่างแล้ว เดือนไม่มีข้อกังขาและยังรู้สึกด้วยว่า คนทั้งคู่เหมาะสมเป็นคู่ครองกันที่สุดแล้ว 


    แต่การออกเรือนไปกับแม่ผิวนั่นมิเท่ากับเป็นการตั้งตนเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเจ้านายพระองค์ที่แสดงความสนพระทัยในตัวแม่ผิวดอกหรือ เดือนอดสงสัยไม่ได้ แต่ก็ได้คำตอบแก่ตนเองในทันทีเช่นกัน เพราะเขารู้ดีว่าคนอย่างเมฆ เมื่อให้ใจใครไปแล้วก็จะให้ไปได้ทั้งใจ โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายที่หาผิดมิได้และต้องการความช่วยเหลือ 


    มีความแกร่งกล้าในแบบนักรบซุ่มซ่อนอยู่ใต้เปลือกนอกเยือกเย็นอยู่เป็นนิจของเมฆ... เด็กหนุ่มรู้ดี และไม่แปลกใจเลย ถ้าหากเมฆยินดียื่นมือเข้าช่วยเหลือแม่ผิวให้รอดพ้นจากภยันตรายและข้อครหาอันเป็นผลมาจากการพยายามรักษาความเป็นธรรมของหล่อน 


    อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่เดือนยังติดใจ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเสด็จจึงเลือกเมฆ เหตุผลที่มากกว่าแค่ความเหมาะสมและคุณสมบัติส่วนตัวที่ทำให้กล้ารับมือกับเจ้านายที่เป็นพระญาติพระวงศ์ได้โดยไม่เกรงกลัวสิ่งใด 


    “พ่อเดือนสงสัยสินะ ว่าเพราะเหตุใดเสด็จจึงทรงเจาะจงตัวพี่”


    คำถามของเมฆทำให้เดือนสะดุ้งน้อย ๆ เพราะคำถามนั้นถูกเอ่ยออกมาราวกับอ่านใจเขาออก


    “ขอรับ” ได้แต่ตอบออกไปด้วยเสียงที่ไม่เต็มเสียงนัก


    ริมฝีปากของมหาดเล็กหนุ่มขยับเป็นรอยยิ้ม... เป็นรอยยิ้มในแบบที่เดือนมองออกว่า เป็นรอยยิ้มที่ยิ้มเพื่อความสบายใจของคนอื่นมากกว่าเพราะตนมีความสุขหรืออยู่ในอารมณ์ที่อยากยิ้ม 


    “เจ้านายพระองค์นั้นเคยต้องพระทัยพี่เมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่ครั้งยังเป็นมหาดเล็กรุ่นเด็ก เพิ่งสิบสามสิบสี่ อายุเท่า ๆ กับพ่อเดือนตอนนี้นั่นละ” เมฆกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับไม่ใช่เรื่องของตนเอง “พระองค์เคยขอกับเจ้านายของพี่ว่า อยากขอพี่ไปฝึกเป็นตัวพระหรือตัวนางในคณะละครของท่าน แต่พี่ปฏิเสธ เมื่อพบกันคราวใด พระองค์ก็ยังทรงทักถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นตอนนั้นอยู่ประจำ” 


    “แม้ชายกับชายเป็นสวาทกันจะไม่มีกฎหมายสถานใดห้ามไว้อย่างการเล่นเพื่อน อย่างมากก็มีแต่ข้อครหานินทา แต่โดยมากแล้วก็ต้องเงียบไว้ในเมื่อเป็นเจ้านาย แม้มิได้รังเกียจในสิ่งที่ทรงนิยม แต่พี่ก็มิได้มีใจปฏิพัทธ์ด้วยพระองค์ จะฝืนยอมตามพระทัย ย่อมมีแต่ทางเสื่อมเสียมากกว่าทางที่จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย” 


    เมฆระบายลมหายใจยาวและหนักหน่วง มิได้เงยหน้าขึ้นสบตากับเดือน แต่สองมือเลื่อนขยับมากุมมือของผู้อ่อนวัยกว่าเอาไว้ ราวกับขอให้ตั้งใจฟังและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น


    “ความเรื่องที่เจ้านายพระองค์นั้นหมายมั่นในตัวพี่คงไปถึงพระกรรณของเสด็จและทรงตรองดีแล้วว่า หากมีใครที่เข้าใจของแม่ผิว ก็คงไม่พ้นพี่ไปได้ ด้วยเหตุนี้นี่ละ พี่จึงตัดสินใจออกเรือนกับแม่ผิวและพยายามปกป้องหล่อนให้ดีที่สุดเท่าที่พี่จะทำได้ และเรื่องนี้ พี่ก็ไม่เคยเปิดเผยกับใครนอกจากพ่อเดือนเพียงคนเดียวเท่านั้น”


    To be continued... 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Alf (@alf_yakusa)
คุณพี่ก็ให้ใจน้องไม่น้อยเลยที่มาเล่าเรื่องขนาดนี้ เรื่องราวหลังจากนี้จะต้องหนักหนาแน่ๆเลย
piyarak_s (@piyarak_s)
@alf_yakusa น้องเป็นคนที่พี่ไว้ใจมากที่สุดแล้วค่ะ ส่วนเรื่องต่อไปจะหนักอย่างที่คิดไหม จะพยายามมาต่อเร็วๆ นี้นะคะ ><
wj_2301 (@wj_2301)
มีความอยากปกป้องคนทั้งสองคน..ทำไมพ่อเดือนน่ารักขนาดนี้
piyarak_s (@piyarak_s)
@wj_2301 เป็นเด็กดีจริงๆ ค่ะ ><
smile515903 (@smile515903)
เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ ด้วยค่ะ แง
เรื่องราวต่อไปจะเป็นยังไงกันนะ เจ้านายพระองค์นั้นจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้นแน่ๆ

รอลุ้นนะคะ > <'
piyarak_s (@piyarak_s)
@smile515903 แม่นมากๆ เลยค่ะ ><
เจ้านายพระองค์นั้นจะเกี่ยวหรือไม่ต้องตามดูกันต่อไป
แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ น้องเดือนก็ได้รู้ความจริงแล้วว่าพี่แต่งงานเพราะอะไร

ขอบคุณที่ติดตามค่าา
Ornalin Eyck Pimsamsee (@fb2102545806457)
ตอนนี้ความรู้สึกอยากปกป้องนั้นเปลี่ยนเป็นความรักแล้วหรือยังคะคุณพี่...
น้อนนนนนน น้อนเดือนของคูมแม่ /กอด
piyarak_s (@piyarak_s)
@fb2102545806457 คิดว่าคุณพี่รักไหมคะ ><
น้องเดือนต้องอดทนรอไปก่อนนนนนน