บุหลันดั้นเมฆpiyarak_s
บทที่ ๑๐
  • กระผมจักขออยู่เป็นคู่คิดและอยู่เคียงข้างคุณพี่เสมอไป... 


    ดวงตาสีนิลที่จ้องมองมาอย่างแน่วแน่และคำพูดห้าวหาญจริงใจที่ออกมาจากปากของเดือนยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงคำนึงของเมฆแม้เจ้าของดวงตาและคำพูดเหล่านั้นจะกลับไปหลายชั่วยามแล้วก็ตาม 


    ชายหนุ่มถอนหายใจแผ่วเบา เหลือบมองบุตรสาวในอ้อมแขนที่หลับได้พักหนึ่งแล้ว นั่งลงที่ริมเตียงในห้องนอน ก่อนวางแม่หนูน้อยลงในอู่ที่ผูกไว้ใกล้ แล้วหันไปมองแม่ผิว ภรรยาที่ให้นมแก่เหมือนแล้วก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะเพิ่งสร่างจากไข้ได้ไม่นาน 


    พ่อเดือนเอ๋ย พ่อเดือน เหตุใดพี่จึงจะไม่รู้น้ำใจของเจ้า... 


    แต่... 


    เมฆยื่นมือออกไปอังข้างแก้มของหญิงสาวที่หลับตานิ่งอยู่บนเตียง ทรวงอกใต้ผ้าห่มสะท้อนขึ้นลงเป็นจังหวะ ลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอ ทุกอย่างเป็นสัญญาณที่ดีว่าอาการไข้ที่ทุเลาลงแล้วนั้นใกล้จะหายในอีกไม่ช้า 


    ตลอดสี่ปี ก่อนที่จะแม่ผิวจะตั้งครรภ์บุตรสาวคนแรก เขารู้ว่าหล่อนวิตกกังวลมากมายและอาจได้ยินเสียงใครต่อใครพูดให้ได้ยิน เรื่องการเปิดโอกาสให้เขาตบแต่งผู้หญิงอีกสักคนหรือสองคนเข้ามาเป็นอนุภรรยาเพื่อให้มีบุตรสืบสกุล เพราะในวันหนึ่งหล่อนเป็นคนออกปากเรื่องนี้กับเขาเอง เขารู้ว่าหล่อนเองก็คิดเรื่องนี้มาอย่างถี่ถ้วน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มองออกว่า ในใจลึก ๆ แล้ว หล่อนจำใจและเกือบจะจำนนต่อชะตาของตนเองแล้ว


    เขาไม่เคยมีความคิดจะรับสตรีอื่นใดมาเป็นสองหรือลำดับถัดไปให้แม่ผิวเป็นภริยาเอก เขาตั้งใจที่จะมีหล่อนเป็นภริยาเอก ภริยาเดียว และถนอมน้ำใจของหล่อนเอาไว้ให้สมกับที่หล่อนไว้เนื้อเชื่อใจเขา และให้สมกับที่เสด็จในกรมที่ไว้วางพระทัยและยินดียกหล่อนให้เขาแต่เพียงผู้เดียว โดยมิได้นำพาต่อยศศักดิ์ของบุรุษอีกผู้หนึ่งที่เหนือกว่าเขาทั้งศักดิ์และสิน


    ไม่ว่าใครจะว่ากระไร แม่ผิวเป็นแม่ของลูกและเป็นเมียที่ประเสริฐนัก 


    ยิ่งรู้จัก ยิ่งใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนานวันเข้า ยิ่งรู้สึกว่าตนเองโชคดีนักที่ได้หล่อนมาร่วมเรือน


    เพราะเป็นเช่นนี้ เขาจึงต้องครองตัว ครองสติ ครองใจมิให้กระทำเรื่องเสื่อมเสียและกระทบกระเทือนต่อหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นตัวของแม่ผิว แม่เหมือน บุตรสาว วงศ์ตระกูลทั้งของเขาและหล่อน เสด็จในกรมและพระเจ้าอยู่หัวที่เขาถวายตัวรับใช้ รวมไปถึงใครอีกคนหนึ่งที่สำคัญสำหรับเขาเสมอมิเคยเสื่อมคลาย 
    คนคนนั้น คือ พ่อเดือน บุตรพระธัญกิจโกศล สหายสนิทของบิดา และน้องชายของด้วง สหายสนิทของเขา


    เมฆรู้ดีว่าเดือนคิดและรู้สึกเช่นใดกับตน และความคิดและความรู้สึกนั้นของเดือนตั้งแต่เป็นเด็กน้อยกระทั่งเป็นหนุ่มมิเคยแปรเปลี่ยนเป็นอื่นไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าใดก็ตาม


    ด้วยรู้เช่นนั้น เขาจึงเป็นห่วงเดือนยิ่งกว่าใคร เพราะไม่อยากให้ความรักที่บริสุทธิ์ที่เดือนมีให้แก่เขานั้นกลายเป็นเครื่องขัดขวางความเจริญของเด็กหนุ่มที่เฉลียวฉลาด พร้อมด้วยไหวพริบปฏิภาณ และกิริยามารยาทอันจะส่งให้ตัวของเดือนนั้นก้าวหน้าในทางราชการได้อย่างไม่ลำบากนัก 


    สำหรับเมฆ ความรักของเดือนที่มีต่อบุรุษเช่นเดียวกันอย่างเขาไม่ใช่เรื่องพึงรังเกียจหรือควรหมิ่นแคลน แต่ผู้คนส่วนใหญ่ถ้าไม่เดียดฉันท์ก็เห็นเป็นเรื่องขบขันน่าหัวร่อ ใครมีเกียรติยศอย่างไรเพียงแต่มีเรื่องนี้มาประกอบก็พาลทำให้เสียความเคารพจากผู้คนไปได้ อย่างกรณีของกรมหลวงเทพพลศักดิ์ พระเชษฐาในกรมหลวงรักษ์รณเรศ หรือ ‘ท่านวังนอก’ ที่เป็นใหญ่อยู่ในวงราชการปัจจุบัน ก็มีเสียงติฉินนินทาในเรื่องที่ท่านไม่โปรดบรรทมกับสนมนางในอยู่ไม่ใช่น้อย เพียงแต่การกระทำนั้นไม่ผิดกฎหมายอันใดและไม่มีใครคิดดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น 


    แม้จะยังหนุ่ม แต่เมฆก็เป็นมหาดเล็กมานานนัก ได้เห็นความอิจฉาริษยาในหมู่พนักงาน มหาดเล็ก ข้าราชการบางคนบางกลุ่มมามาก บางเรื่องก็เกือบโดนเข้ากับตัวของตัวเอง จากประสบการณ์และสิ่งที่ได้ผ่านหูผ่านตามาตลอด ตั้งแต่ยังเป็นมหาดเล็กวิเศษรุ่นเด็กที่ยังอ่อนเดียงสาจนกระทั่งเวลานี้ที่เป็นมหาดเล็กหุ้มแพรที่เข้าใจแจ่มแจ้งด้านการเมืองภายในและภายนอก เดือนยังไม่ควรต้องเสี่ยงและเสื่อมเสียก่อนที่จะเข้ารับราชการ โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนั้นมีเขาเป็นต้นเหตุ



    เมฆค่อย ๆ ลุกขึ้นจากริมเตียง เดินไปยังข้างหน้าต่าง แย้มม่านที่ถูกสายลมราตรีอ่อนเบาพัดพลิ้วให้เปิดออก


    แสงเดือนข้างขึ้น แม้จะยังไม่ใช่ดวงจันทร์คืนเพ็ญก็ยังสว่างมากพอจะฉายฉาบยอดไม้สูงและส่องลอดผ่านเข้ามาภายในห้องและอาบร่างของชายหนุ่มที่ยืนมองพระจันทร์ที่ไร้เมฆบดบังบนท้องฟ้า


    ลายลมยามค่ำพัดต้องอกเปลือยเปล่าและใบหน้าของเขาจนสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง


    ความไหวสะท้านในอกนั้นทำให้นึกถึงยามที่เด็กหนุ่มจับมือของเขาขึ้นไปกุมเหนืออกของตนเองพร้อมเอ่ยถ้อยคำอันเด็ดเดี่ยวแต่ซื่อตรงและจริงใจ ราวกับคำสาบานว่าจะอยู่เคียงข้างเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

     
    เขาเชื่อว่า เดือนรู้ว่า เขาให้แหวนพิรอดคู่กายไปในบ่ายวันแต่งงานและขึ้นเรือนหอไปด้วยเหตุผลใด


    มหาดเล็กหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น เบนหน้ากลับเข้ามาในห้อง ดึงม่านปิดให้สนิทเสีย และก้าวกลับไปนอนเคียงข้างหญิงสาวผู้เป็นภรรยา


    ถ้าหากพี่รักพ่อเดือนได้อย่างที่พ่อเดือนรัก 
    รักได้โดยพ่อเดือนไม่ต้องเผชิญกับโทษภัยและสายตาผู้คนได้ในชาตินี้... 
    พี่ก็จักรักเจ้าตอบ รักเจ้าอย่างที่เจ้ารัก ให้เจ้าเป็นได้มากกว่าคู่คิดแลมิตรที่คอยอยู่เคียงข้าง


    แต่ความเป็นจริงที่จำใจต้องยอมรับหาได้ง่ายดายเช่นนั้นไม่




    To be continued.... 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
baebpimry (@baebpimry)
ชอบมากเลยค่ะ แง ยิ่งอ่านยิ่งรู้สีกดี นอกจากจะประทับใจความดีของตัวละครแล้วยังรู้สึกดีด้วยว่าสังคมสมัยนี้เปิดมากกว่าเดิมเยอะเลย ความรักมันสวยงามจริงๆ นะคะ~
piyarak_s (@piyarak_s)
@baebpimry ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ดีใจที่ชอบ ฝากสองหนุ่มต่อไปด้วยนะคะ ><
yemaoziwnk (@yemaoziwnk)
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชมพระเอกบ่อยที่สุดแล้ว555 ดีใจที่ได้อ่านมุมมองของพี่เมฆ พออ่านแล้ว ก็ไม่ผิดหวังเลยกับผช.คนนี้ มีความคิดความอ่านที่ดีจริงๆ ในที่นี้คิดว่าเข้าใจแล้วว่าพี่รู้สึกกับพ่อเดือนยังไง แล้วก็ชอบความอบอุ่นของพี่เวลาอยู่กับเมียกับลูก คนแบบนี้สิ ถึงจะควรค่าให้น้องรัก // ชาตินี้รักไม่ได้ แต่ชาติต่อไปอาจจะรักกันได้ก็ได้นะ.... ~
piyarak_s (@piyarak_s)
@yemaoziwnk แง ขอบคุณที่ชมค่ะ คนเขียนก็ดีใจที่มีคนชอบหนุ่มๆ ในเรื่อง >_<
เราว่าคนเราต้องศีลเสมอกัยถึงจะไปกันได้ดีจริงๆ ค่ะ
ส่วนเรื่องรักกันได้ไหม อาจจะไม่ต้องรอถึงชาติหน้าก็ได้ ฮา
Ornalin Eyck Pimsamsee (@fb2102545806457)
ที่ใดไร้คำติฉินนินทา ที่นั่นย่อมไร้ผู้คน
ความรักที่เป็นความลับ แต่ทั้งสองรู้ดีกว่าใคร
กอดพ่อเดือน
Ornalin Eyck Pimsamsee (@fb2102545806457)
ที่ใดไร้คำติฉินนินทา ที่นั่นย่อมไร้ผู้คน
ความรักที่เป็นความลับ แต่ทั้งสองรู้ดีกว่าใคร
กอดพ่อเดือน
piyarak_s (@piyarak_s)
@fb2102545806457 กอดน้องแน่นๆ ได้เลยค่ะ ><
wj_2301 (@wj_2301)
ส่งสารทั้งพ่อเดือนและพี่เมฆ..รู้ทั้งรู้ว่าต่างก็รักแต่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้...
piyarak_s (@piyarak_s)
@wj_2301 เป็นสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ ค่ะ