บุหลันดั้นเมฆpiyarak_s
บทที่ ๙
  • “พี่ไม่เห็นด้วยเรื่องที่คุณหญิง มารดาของแม่ผิวกับแม่ของพี่ยืนยันจะให้แม่ผิวต้องอยู่ไฟหลังคลอด แต่ช่วงนั้นพี่ต้องตามเสด็จ ไม่อยู่เรือน จะห้ามจะขัดอะไรก็ไม่ได้” 


    น้ำเสียงของเมฆยามบอกเล่าข้อความยามมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพังในห้องหนังสือนั้นราบเรียบ ดูใจเย็นเหมือนเคย แต่เดือนสามารถจับกระแสของความขุ่นเคือง ขัดใจ และเจ็บใจตัวเองที่ห้ามผู้ใหญ่ในบ้านของตนและภรรยาไม่สำเร็จ ซึ่งความไม่สบอารมณ์นั้นเห็นได้ชัดว่ามีความห่วงใยในตัวของหญิงสาวผู้เป็นมารดาของบุตรคนแรกเป็นเหตุ 


    เมฆไม่ใช่คนโกรธง่าย และถ้าโกรธ ก็มักมีเหตุเนื่องด้วยสวัสดิภาพของคนอื่นมากกว่าตนเอง และหลายครั้งที่เมฆโกรธตัวเองมากกว่าโกรธคนอื่น เดือนรู้และจำได้ดี เพราะเคยอยากรู้อยากเห็นจนเป็นเหตุให้เมฆต้องขุ่นเคืองมาแล้วหนหนึ่ง เพราะครั้งหนึ่ง เดือนลงไปเดินบริเวณท้ายเรือนระหว่างที่พี่ชายสนทนากับทองมี พี่ชายของเมฆและเพื่อนอีกคนหนึ่ง และเกือบถูกคนโทษที่ถูกปล่อยออกมาพบครอบครัวฉวยโอกาสที่หลายคนไม่ทันระวังคว้าตัวเอาไว้ได้ หากเมฆที่เพิ่งกลับถึงเรือน ไม่ผิดสังเกตและร้องเรียกหา พร้อมสั่งพะทำมะรงหรือผู้คุมนักโทษในกำกับของบิดาให้ตามไปดู เดือนอาจกลายเป็นตัวประกันและได้รับอันตราย นั่นเป็นครั้งแรกที่เดือนถูกเมฆดุและไม่ยอมเล่นหัวด้วยไปพักใหญ่ ก่อนที่จะใจอ่อนเพราะเห็นเดือนทำหน้าสลดและสำนึกผิด สำหรับเดือนแล้ว การถูกพี่ชายคนโปรดดุครั้งเดียวก็มากเกินพอ แม้จะมีเหตุให้ดีใจได้บ้างว่า เมฆเป็นห่วงตนก็ตามที


    เมฆโกรธก็เรื่องหนึ่ง เรื่องที่เมฆแสดงความเป็นห่วงแม่ผิวก็อีกเรื่องหนึ่ง สองเรื่องนั้นยังไม่กระทบและสะกิดใจของเดือนมากเท่ากับความคิดของเมฆที่แตกต่างจากคนทั่วไปในเรื่องของการอยู่ไฟของมารดาหลังคลอด แต่ในขณะเดียวกันก็พอจะเข้าใจในความอึดอัดใจของอีกฝ่ายที่ยากจะพูดเรื่องนี้กับใครได้ 


    “คุณพี่ผิวมีปัญหาอะไรตอนต้องอยู่ไฟหรือขอรับ” เดือนถาม


    เท่าที่เดือนรู้ อย่างน้อยก็จากตอนที่ภริยาของด้วงคลอดบุตรใหม่ ๆ หล่อนก็ต้องเข้าไปอยู่ในห้องที่ปิดสนิททั้งประตูหน้าต่าง เรียกว่า ‘เรือนไฟ’ นอนผิงความร้อนอยู่บนไม้กระดานขนาดพอดีตัว จะพลิกตัวแต่ละทีก็ลำบาก และต้องอบสมุนไพรอะไรหลายชนิดอยู่แต่ในห้องนั้นอยู่ตลอดสิบกว่าวัน ด้วยเชื่อกันว่าจะช่วยขับน้ำคาวปลาและทำให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็วขึ้น ถึงจะไม่เห็นตอนที่พี่สะใภ้อยู่ในเรือนไฟ แต่เดือนก็บังเอิญเห็นว่าในวันที่ออกจากอยู่ไฟ บ่าวไพร่ แม่หมอก็ต้องพยุงออกมาในสภาพเหงื่อโทรมกาย หล่อนดูโล่งใจที่ได้ออกมาเสียจนได้ 


    เมื่อมานึกถึงกรณีของแม่ผิว แม่ผิวเป็นหญิงร่างเล็ก แต่ในขณะที่แม่เหมือน บุตรสาวตัวค่อนข้างใหญ่ หล่อนคงได้รับความลำบากระหว่างให้กำเนิดบุตรสาวมากเอาการและสุขภาพหลังคลอดก็คงไม่ค่อยสู้ดีนัก การต้องเข้าไปอยู่ในเรือนไฟที่ร้อนและอากาศแทบไม่ถ่ายเทเลยนั้นก็เหมือนเป็นการทรมานมากกว่ารักษาสุขภาพให้ฟื้นคืนกลับมา และคำตอบของเมฆก็เป็นข้อยืนยันสิ่งที่เขาคิดได้พอดี 


    “แม่ผิวป่วย หายใจไม่ใคร่ออกระหว่างอยู่ในเรือนไฟ” ชายหนุ่มตอบ เลื่อนเก้าอี้ที่อยู่หลังโต๊ะทำงานแบบฝรั่งออกจากหลังโต๊ะแล้วนั่งลง ทำสัญญาบอกให้คนที่คอยฟังอยู่นั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวหนึ่งที่อยู่หน้าโต๊ะ แต่เมื่อเดือนทำตามที่เมฆบอก คนที่บอกให้เขานั่งลงกลับลุกยืนขึ้น เอามือไพล่หลังเดินไปมาในห้องอย่างคนกังวลจนนั่งไม่ติด 


    “พี่เคยตัดสินใจไปอุ้มออกมาอยู่ในห้อง ตลอดสามวันที่อยู่ในห้องพี่ แม่ผิวดูดีขึ้นมาก หายใจคล่อง ไม่ทรมานจนน้ำหูน้ำตาไหลอย่างตอนที่อยู่ในเรือนไฟ พอพี่เริ่มวางใจว่าจะไม่มีผู้ใดมายุ่งเกี่ยวกับแม่ผิวแล้วและตามเสด็จเจ้านายไปสระบุรีสี่ห้าวัน ก็พบว่าแม่ผิวได้กลับไปอยู่ในเรือนไฟอีกหนหนึ่ง ส่วนพี่ก็มีราชการรัดตัว กว่าจะว่าง ก็ไม่ทันผู้ใหญ่เขาจัดการเรื่องอยู่ไฟกันไปจนเสร็จ เคราะห์ยังดีที่ท้องแรกยังไม่ต้องอยู่ไฟนาน แต่หลังจากนั้น แม่ผิวก็เป็นไข้หนัก จะว่าสันนิบาตหน้าเพลิงที่มักเป็นกันระหว่างอยู่ไฟก็ไม่ใช่ เพราะเป็นหลังจากที่ออกจากอยู่ไฟแล้ว หมอก็ยังหาสาเหตุกันอยู่ ก็จัดหยูกยารักษากันไปตามอาการ” 


    สิ่งที่อยู่ในใจของมหาดเล็กหนุ่มหลั่งไหลเหมือนกับสายน้ำด้วยค่าที่ต้องเก็บงำเรื่องที่เอ่ยกับใครไม่ได้ไว้ในใจแต่เพียงลำพังอยู่นาน หากเป็นแต่ก่อน เดือนที่ยังเด็กคงรับฟังแบบเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้างและปลอบโยนอีกฝ่ายไปตามเรื่อง ทว่าบัดนี้ เขาโตมากพอที่จะเข้าใจความกลัดกลุ้มของคนอายุมากกว่า และที่สำคัญเป็นคนที่มีความคิดอ่านเป็นของตัวเอง แต่ความแตกต่างแหวกแนวนั้นถูกซ่อนเร้นเอาไว้ใต้รูปลักษณะและกิริยาสงบเสงี่ยมเรียบร้อย 


    “คุณพี่ได้ลองปรึกษาหมอฝรั่งอย่างหมอเหาที่สำเพ็งหรือหมอปลัดเลที่วัดประยูรบ้างหรือยังขอรับ” เดือนซักถาม เขาไม่จำเป็นต้องออกความเห็นหรือเอ่ยปลอบโยนในสิ่งที่อีกฝ่ายเพียงแค่ต้องการคนรับฟัง 
    เมฆพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะถอนใจยาว 


    “ถาม... หมอปลัดเลไม่เห็นด้วยเรื่องการอยู่ไฟ บอกว่าตำราแพทย์ของฝรั่งไม่มีและไม่จำเป็น แต่พอพี่มาบอกกับแม่ แม่ของพี่ก็ว่าหมอเทศก็รักษาคนของตัวเองไป แม่ผิวเป็นคนไทยก็ต้องรักษาอย่างไทยจึงจะเหมาะสม” เขาเดินจากมุมหนึ่งของห้องกลับมายืนอยู่ตรงหน้าของคนอายุน้อยกว่า ซึ่งลุกจากเก้าอี้ขึ้นมายืนอยู่ด้วยกัน 


    “แล้วคุณลุงเจ้าคุณเล่าขอรับ ท่านไม่ว่ากระไรหรือ”


    “คุณพ่อท่านยกให้คุณแม่เป็นใหญ่ในเรื่องการงานในบ้าน เรื่องของผู้หญิงท่านไม่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย” 


    กล่าวแล้ว เมฆก็ถอนใจออกมาอีกเฮือกหนึ่ง ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ ให้เดือนที่ออกความคิดชวนเขาออกมาสนทนากันที่ห้องตามลำพังและได้ระบายความคับข้องใจ


    “ขอบใจนะ พ่อเดือน ที่หาอุบายนำพี่ออกมาจากวงสนทนาและช่วยรับฟังเรื่องที่พี่ไม่สามารถพูดกับใครตามตรงเช่นนี้ได้” ชายหนุ่มเอ่ยแผ่วเบาเหมือนรำพึง 


    แววตาของเมฆทำให้หัวใจของเดือนอ่อนยวบ และยิ่งรู้สึกมากขึ้นเมื่อได้ยินความที่อีกฝ่ายกล่าวต่ออย่างเกรงใจ


    “พ่อเดือนแวะมาหาก็ย่อมต้องการพบเรื่องที่ชุบชูใจ แต่พี่กลับมีแต่เรื่องเดือดร้อนมาเล่ากวนใจพ่อเดือนอยู่ได้”


    “คุณพี่อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยขอรับ”


    “พ่อเดือนไม่คิดหรือว่าพี่เห็นแก่ตัวนัก”


    เดือนส่ายหน้าหนักแน่น เอื้อมมือออกไปจับมือของเมฆ 


    บัดนี้มือของเขาใหญ่พอที่จะกุมมือที่เคยใหญ่กว่ามือของเขามากเอาไว้ได้แล้ว 


    “คุณพี่เคยบอกกระผมไม่ใช่หรือขอรับ ว่าต้องการให้กระผมเป็นเพื่อนคู่คิด ให้ถือเสียว่ากระผมเป็นญาติ เป็นน้อง เป็นมิตรแท้ของคุณพี่ที่พร้อมจะรับฟังคุณพี่ทั้งเรื่องดีและร้าย เพื่อที่จะได้ช่วยกันคิดอ่านให้รอบ หรือถ้าคุณพี่ยังไม่สบายใจ ก็ถือเสียว่าถึงเวลาที่กระผมจะได้ตอบแทนที่คุณพี่เมตตาเอ็นดูกระผมมาแต่น้อย ไม่เคยรำคาญตัดรอนสิ่งที่กระผมพูดหรือถามแต่อย่างใดเลย”


    เด็กหนุ่มวางมือของอีกฝ่ายแนบเหนืออกของตนเอง ดวงตามองสบกับดวงตาของเจ้าของมือข้างนั้น


    “หากคุณพี่ไม่ขัดข้องหรือรังเกียจ กระผมจักขอเป็นคู่คิดและอยู่เคียงข้างคุณพี่เสมอไป”




    To be continued... 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
yemaoziwnk (@yemaoziwnk)
คงจะเป็นอะไรที่ว่า ต่างคนต่างเป็นความสบายใจให้กันและกัน อยู่ข้างๆกัน ค่อยช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก เป็นเพื่อนคู่คิดที่เพียงแค่มองตาก็รู้ใจ พี่เมฆวางตัวดี น้องเดือนก็น่ารัก สองคนนี้คือสิ่งดีงามที่เกื้อกูลกันชัดๆ // " หากคุณพี่ไม่ขัดข้องหรือรังเกียจ กระผมจักขอเป็นคู่คิดและอยู่เคียงข้างคุณพี่เสมอไป” <<< ประโยคบอกรักโดยไม่ต้องมีคำว่ารักจากน้องเดือน ♡
piyarak_s (@piyarak_s)
@yemaoziwnk ขอบคุณค่ะ จะว่าเป็นความหมายหนึ่งของ soulmate ก็ได้นะคะ ><
wj_2301 (@wj_2301)
หลงรักพ่อเดือนหมดใจ...จะมีคนสักกี่คนที่รักคนคนหนึ่งด้วยใจหนักแน่นถึงเพียงนี้
piyarak_s (@piyarak_s)
@wj_2301 แง ขอบคุณที่รักน้องเดือนนะคะ
Ornalin Eyck Pimsamsee (@fb2102545806457)
ความดีที่มาคู่กับความรักโดยไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหวังได้อีกฝ่ายมาเป็นของตน
ความรักที่ดี ความดีที่สมควรได้รับความรัก
:)
piyarak_s (@piyarak_s)
@fb2102545806457 ชอบข้อสรุปนี้จังค่ะ :)
Ornalin Eyck Pimsamsee (@fb2102545806457)
@piyarak_s รักน้อนนนนนนน
หวีดทั้งทางนี้ทั้งทวีตจนใจบางแล้วค่ะ ;___;