Fictionsshortlegs
การมาถึงของพรุ่งนี้
  • ฉันอยู่ในชุดลูกไม้สีดำ นั่งนิ่งเงียบอยู่บนเก้าอี้พลาสติกที่สลักชื่อเจ้าของไว้ข้างหลัง ชื่อและนามสกุลของผู้บริจาค... มอบให้แก่วัด... เมื่อวันที่...

    ใช่ ฉันอยู่ในวัดเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ผู้คนในชุดดำกำลังนั่งสงบนิ่งไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตที่นอนหลับใหลอยู่ในโลงเย็นสลักลวดลายวิิจิตร โลงแรมที่มีผู้เข้ามาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย 
    และใช่ ฉันกำลังอยู่ในงานศพ 

    นั่นเพื่อนที่กำลังกวาดพื้นวัดอย่างขมักเขม้น นั่นคุณพ่อที่กำลังคุยกับคนจัดงานเรื่องลำดับพิธี นั่นคุณแม่ที่กำลังชี้นิ้วหาเหลี่ยมมุมวางพวงหรีดอันล่าสุดที่เพิ่งเดินทางมาถึง นั่นเพื่อนอีกคนที่กำลังเสิร์ฟน้ำ สีหน้าเศร้าสร้อย ฉันส่งยิ้มให้กำลังใจแต่เพื่อนยุ่งเกินกว่าจะทันสังเกตเห็น 

    ตาลปัตร 'ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น' ถูกยกขึ้นมาบังหน้า บทสวดพระอภิธรรมเริ่มขึ้นแล้ว ฉันไม่ได้ยกมือขึ้นพนมเพราะเป็นคริสเตียน ขอบคุณพระเจ้าที่ฉันไม่ต้องทนเมื่อยมือเหมือนแขกในงานคนอื่น ๆ ต่อด้วยพิธีทอดผ้าบังสกุล ถวายซองจตุปัจจัย กรวดน้ำ และรับประทานอาหารตามธรรมเนียม 

    คุณแม่มีสีหน้าอิดโรยเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืน ตั้งแต่เฝ้าไข้เป็นเดือน ๆ ที่โรงพยาบาล ประคับประคองให้งานศพผ่านมาได้จนครบห้าวัน เหนื่อยไม่พอ ยังหมดเงินเป็นกอบเป็นกำ ปั้นหน้าเป็นมิตรขอบคุณแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน กลั้นน้ำตาทั้งที่ใจสลายเป็นผง... 

    หากเพื่อน ๆ หรือญาติคนสนิทช่วยกันจัดงาน คนละไม้คนละมือ เพื่อให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้พัก ได้เสียใจ ได้ฟูมฟาย ได้ถูกปลอบ บริจาคคนละนิดละหน่อยเพื่อให้งานศพผ่านไปได้ เข้าไปเสิร์ฟอาหารให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต แทนที่พวกเขาจะเป็นฝ่ายมาเสิร์ฟเรา เพราะคนอดหลับอดนอนเฝ้าไข้ คนที่เพิ่งสูญเสียน่าจะต้องการถูกดูแลมากกว่า ถ้าเป็นแบบนั้นจริงคงจะน่ารักแบบพิลึก ๆ ดี 

    แขกเหรื่อแยกย้ายกลับบ้านกันหมดแล้ว เหลือเพียงฉัน เพื่อน ๆ ไม่กี่คน กับเจ้าภาพงานศพ พรุ่งนี้วันเผาแล้วสินะ น่าใจหายจัง ฉันยืนมองรูปถ่ายหน้าโลงในกรอบเชย ๆ สีทอง รูปที่ถูกขยายให้ใหญ่กว่าขนาดจริงในบัตรประชาชนหลายเท่า 

    รูปหน้าตรงเพียงรูปเดียวของฉัน อดีตมนุษย์ผู้เกลียดการถูกบันทึกภาพในยุคที่เทคโนโลยีกล้องหน้าของสมาร์ทโฟนกำลังถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว เร็วยิ่งกว่าหนวดใหม่ ๆ ที่แทงทะลุคาง เร็วกว่าฝุ่นที่เกาะบนโต๊ะหลังจากทำความสะอาดไปได้สามชั่วโมง เร็วกว่าการแทนที่ของน้ำตาหยดล่าสุดที่ร่วงหล่นบนพื้นซ้ำรอยเก่าที่ยังไม่แห้งดี 

    เราใช้ชีวิตอันมีค่าไปอย่างฟุ่มเฟือย ราวกับมีเก้าชีวิต ใช้วันนี้ไปอย่างไม่แยแส ทั้งที่การมาถึง
    ของพรุ่งนี้อาจจะไม่มีจริงก็ได้ วันก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะปลิดปลิวไปก็เป็นวันธรรมดาเหมือนวันนี้ เหมือนเมื่อวาน เหมือนห้าวันที่แล้วของฉันบนเตียงโรงพยาบาล เหมือนสามปีที่แล้วของคุณยายก่อนจะเสียชีวิต เหมือนห้าปีที่แล้วของเจ้าเหมียวก่อนจะหายออกจากบ้านไปตลาดกาล ทิ้งอาหารแมวถุงใหญ่ไว้ข้างหลัง 

    ตอนอยู่ก็ไม่ทำให้มันดี

    ร่างกายของฉันจะถูกไถใส่ปล่องไฟ เผาไหม้เป็นจุล เปลี่ยนรูปเป็นควันสีดำที่พวยพุ่งในอากาศ ลอยผ่านฝูงนก ผ่านก้อนเมฆที่เคยฝันหนักหนาว่าอยากจะลองสัมผัสดูสักครั้ง ก่อนจะถูกแยกโมเลกุล กระจัดกระจายไปจับเป็นพันธะประเภทต่าง ๆ กับธาตุเคมีอื่น ๆ ในอากาศ 

    น่ากลัวเหมือนกัน แต่เอาเถอะ ฉันก็ทำได้แค่คาดเดา ใช้เวลาที่เหลือนี้สวมกอดพวกเขาที่ฉันรักดีกว่า ดับไฟทั้งศาลาเพื่อแสดงถึงการมีอยู่ของฉันสักครั้งสองครั้ง ทำสัญญากับเหล่าหมา ๆ แถววัดให้บรรเลงบทเพลงหอนโหยหวนสักหนึ่งบทเพลง เขย่าโลงศพด้วยดีไหมนะ?

    ลาก่อน พวกเธอทั้งหลาย 
    ใช้วันนี้ของเธอให้คุ้มด้วยล่ะ 

    เพราะการมาถึงของพรุ่งนี้ อาจจะไม่มีจริงก็ได้
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in